ศาลปกครองชี้ใบอนุญาตท่าเรือบ้านโพธิ์ชอบด้วยกฎหมาย ยกฟ้องกลุ่มปกป้องแม่น้ำบางประกง

ศาลปกครองพิพากษายกฟ้องคดีขอเพิกถอนใบอนุญาตโครงการท่าเรือบ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ชี้ท่าเรือทั้ง 6 ท่า นับขนาดแยกจากกัน จึงไม่เข้าเกณฑ์ต้องทำ EIA/EHIA การออกใบอนุญาตจึงชอบด้วยกฎหมาย ด้านประชาชนลุ่มน้ำบางประกงยืนยันใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อไป

เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม(EnLAW) แจ้งว่า เวลา 09.45 น. ที่ ศาลปกครองระยอง ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่ประชาชนลุ่มน้ำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ยื่นฟ้องเพิกถอนใบอนุญาตท่าเรือขนถ่ายสินค้า และใบอนุญาตก่อสร้างอาคารโกดังสินค้าของบริษัท อิสเทริ์น ที พี เค แค็ปปิตอล จำกัด บริเวณริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง ต.สนามจันทร์ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เป็นบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำและมีการประกอบกิจการเกี่ยวเนื่องเป็นโครงการเดียวกันในการขนส่งสินค้าเกษตร ทางน้ำและบนบก แต่บริษัทดังกล่าวกลับแยกย่อยการยื่นขออนุญาตสร้างท่าเทียบเรือเป็น 6 ท่า และ 35 อาคาร อันมีลักษณะเป็นการหลบเลี่ยงกฎหมายที่กำหนดให้ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) รวมถึงขาดกระบวนการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นของชุมชนก่อนการอนุญาตให้ดำเนินโครงการ ทั้งที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่อาจส่งผลกระทบทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ วิถีชีวิตของชุมชน

ภาพจาก  มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม - EnLAW

วันนี้ (20 ก.ย.59) ศาลเห็นแล้วยังไม่เห็นว่ามีเหตุความไม่ชอบด้วยกฎหมายในการออกใบอนุญาตจึงมีพิพากษายกฟ้องในคดีนี้ โดยศาลให้เหตุผลในประเด็นดังกล่าวว่า ท่าเรือทั้ง 6 ท่าเป็นท่าเรือที่แยกออกจากกันจึงไม่อาจนับขนาดความยาวหน้าท่าหรือพื้นที่ท่าเรือรวมกันได้ เมื่อแต่ละท่ามีขนาดไม่ถึงเกณฑ์ต้องทำ EIA/EHIA การออกใบอนุญาตจึงชอบด้วยกฎหมายแล้วส่วนประเด็นอื่นๆ ตามคำฟ้อง ศาลยังไม่เห็นว่ามีเหตุความไม่ชอบด้วยกฎหมายในการออกใบอนุญาตจึงมีพิพากษายกฟ้อง โดยมีความเห็นแย้งของตุลาการเสียงข้างน้อยแนบท้ายคำพิพากษาด้วยทั้งนี้ ผู้ฟ้องคดียืนยันที่จะใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลปกครองสูงสุดต่อไป

 

คดีนี้สืบเนื่องจากกรณีประชาชนลุ่มน้ำบางปะกง ในนาม ‘กลุ่มสมัชชาแปดริ้วเมืองยั่งยืน’ ใช้สิทธิในการดำรงชีพอย่างปกติและต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตน และสิทธิชุมชนในการมีส่วนร่วมกับรัฐในการอนุรักษ์ บำรุงรักษาและการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุ้มครอง ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามรัฐธรรมนูญ ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองระยอง เมื่อ 29 ต.ค.2556 เป็นคดีหมายเลขดำที่ ส.11/2556 ระหว่าง นายสมบัติ รัตนโยธิน ที่ 1 กับพวกรวม 16 คน ผู้ฟ้องคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 6 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสนามจันทร์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 บริษัท อิสเทริ์น ที พี เค แค็ปปิตอล จำกัด ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ขอให้เพิกถอนใบอนุญาตปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำและใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ของโครงการท่าเทียบเรือและโกดังขนถ่ายสินค้าขนาดใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง ประกอบไปด้วย ท่าเทียบเรือจำนวน 6 ท่า ความยาวรวม 457.2 เมตร เนื้อที่รวม 5,642 ตารางเมตร และอาคารโกดัง คลังสินค้า และโรงงาน อาคารคัดคุณภาพสินค้า โรงงานแปรรูปสินค้า โรงงานซ่อมบำรุง บ้านพักรับรอง อาคารสำนักงาน อาคารบ้านพักพนักงาน รวม 35 อาคาร พื้นที่ใช้สอยรวม 366,526 ตารางเมตร

โดยมีประเด็นเหตุความไม่ชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญตามคำฟ้องโดยสรุป ดังนี้

1. ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และ ที่ 2 พิจารณาออกใบอนุญาตท่าเทียบเรือและอาคารโกดังสินค้าให้แก่ บริษัท อิสเทริ์น ที พี เค แค็ปปิตอล จำกัด (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3) ไปโดยมิได้แจ้งให้จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หรือรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) มาประกอบการพิจารณาก่อนออกใบอนุญาต ทั้งที่เห็นได้ว่าคำขอรับใบอนุญาตทั้งหมดเป็นโครงการเดียวกัน และเข้าข่ายอยู่ในเกณฑ์ต้องจัดทำและได้รับความเห็นชอบรายงาน EIA / EHIA

2. ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 ออกใบอนุญาตให้บริษัทฯดำเนินโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศบนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ โดยมิได้แจ้งให้บริษัทฯจัดทำรายงาน EIA ก่อนตามที่

มติคณะรัฐมนตรีกำหนด กับทั้งมิได้นำข้อเท็จจริงเรื่องความไม่เหมาะสมของพื้นที่ตั้งโครงการอันเป็นสาระสำคัญนี้มาพิจารณาประกอบการใช้ดุลพินิจในการออกใบอนุญาต ให้แก่บริษัทฯ

3. ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 อนุญาตให้บริษัทฯ ดำเนินการสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่ได้เปิดโอกาสการมีส่วนร่วมให้ผู้ฟ้องคดี ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้แสดงความคิดเห็นข้อห่วงกังวลต่อโครงการก่อนการอนุมัติอนุญาต ถือเป็นการละเมิดสิทธิการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 57 มาตรา 66 มาตรา 67 และมาตรา 290 ที่ได้บัญญัติรับรองและคุ้มครองไว้

ผู้ฟ้องคดีจึงขอให้ศาลปกครองมีคำพิพากษาเพิกถอน

1. ใบอนุญาตปลูกสร้างอาคาร หรือสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำ เพื่อสร้างท่าเทียบเรือขนาดไม่เกิน 500 ตันกรอส ของบริษัท อิสเทริ์น ที พี เค แค็ปปิตอล จำกัด เลขที่ 1/2555-6/2555 รวม 6 ฉบับ

2. ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร หรือรื้อถอนอาคาร (พิเศษ) ท่าจอดเรือ ของ บริษัท อิสเทริ์น ที พี เค แค็ปปิตอล จำกัด เลขที่ 1/2555-6/2555 รวม 6 ฉบับ และคำสั่งต่ออายุใบอนุญาตครั้งที่ 1 รวมถึงคำสั่งต่อใบอนุญาตครั้งต่อไปในอนาคต

3. ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร หรือรื้อถอนอาคาร ของบริษัท อิสเทริ์น ที พี เค แค็ปปิตอล จำกัด เลขที่ 12/2555-27/2555 และเลขที่ 31/2555-49/2555 รวม 35 ฉบับ และการต่ออายุใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 รวมถึงคำสั่งต่อใบอนุญาตครั้งต่อไปในอนาคต

 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์