เดือนแรกปีงบฯ 60 รบ.ส่งรายได้เข้าคลังต่ำกว่าปีก่อน 1.8 พันล้าน เบิกจ่ายมากกว่า 6.1 หมื่นล้าน

รัฐบาลนำรายได้ส่งคลังเดือนแรกปีงบฯ 60 กว่า 154,000  ล้านบาท ขณะที่การเบิกจ่ายสูงถึง 435,000 ล้านบาท  มาจากมาตรการสนับสนุนการเบิกจ่ายของภาครัฐไตรมาส 4 ขระที่กองทุนการออมแห่งชาติประกาศยุทธศาสตร์ดึงแรงงานนอกระบบ “ออมสบาย ได้บำนาญ” 

16 พ.ย. 2559 กฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง  (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง  เปิดเผยถึงฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดเดือนตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นเดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 ว่า รัฐบาลมีรายได้นําส่งคลังทั้งสิ้น 154,465 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา 1,874 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1.2  ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการจัดเก็บอากรขาเข้าต่ำกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้ว

ขณะที่การเบิกจ่ายเงินงบประมาณมีทั้งสิ้น  435,355 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา  61,154 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 16.3   รัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล  52,714 ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลังสิ้นเดือนตุลาคม 2559 มีจํานวนทั้งสิ้น 235,805 ล้านบาท  ทั้งนี้  ดุลการคลังรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดจากรายได้นําส่งคลังและการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของรัฐบาลส่งผลให้ดุลเงินงบประมาณเดือนตุลาคม 2559 ขาดดุล  280,890 ล้านบาท

“การเบิกจ่ายงบประมาณเดือนแรกของปีงบประมาณที่อยู่ในระดับสูง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการสนับสนุนการเบิกจ่ายของภาครัฐไตรมาส 4 ปี 2559 ซึ่งจะส่งผลให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบและเป็นผลดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ” กฤษฎา กล่าว

บอร์ด กอช. ประกาศยุทธศาสตร์ดึงแรงงานนอกระบบ “ออมสบาย ได้บำนาญ” 

ขณะที่ วโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล รองผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านยุทธศาสตร์และกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2559 คณะกรรมการฯ ได้มีมติเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์กองทุนการออมแห่งชาติระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560-2564) ตามที่กองทุนการออมแห่งชาติเสนอ โดยมีสาระสําคัญดังนี้  วิสัยทัศน์ (Vision) ของ กอช. คือ “เป็นหนึ่งในเสาหลักที่ส่งเสริมการออมเพื่อสร้างหลักประกันบํานาญพื้นฐานให้แก่สมาชิก” โดยพิจารณาเห็นว่า กอช. คือแหล่งเงินออมที่มอบประโยชน์เป็นบํานาญระยะยาวเพื่อใช้ในการยังชีพ เปรียบเหมือนข้าวสวยใน ‘ปิ่นโตเถาแรก’ 
 
สำหรับ พันธกิจ (Mission) 4 ด้าน คือ 2.1 สนับสนุนและส่งเสริมการออมทรัพย์ของสมาชิกอย่างกว้างขวางเพื่อให้เกิดความยั่งยืน เป็นภารกิจสําคัญที่ กอช. จะเร่งขยายฐานจํานวนสมาชิกและผลักดันให้สมาชิกมีวินัยการออมที่สม่ําเสมอต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการออมที่ยั่งยืน ด้วยการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนตระหนักถึงความจําเป็นของการออม และจูงใจให้เกิดการตัดสินใจสมัครสมาชิกพร้อมออมเงินอย่างต่อเนื่อง 2.2 เป็นหลักประกันการจ่ายผลตอบแทนแก่สมาชิกเมื่อสิ้นสมาชิกภาพ ซึ่งเป็นหน้าที่หลักอีกด้านของกองทุนในการสร้างผลตอบแทนสูงสุดเพื่อเพิ่มมูลค่าเงินออมของสมาชิกให้เติบโตต่อเนื่อง 2.3 ให้บริการสมาชิกอย่างเพียงพอและทั่วถึง โดยการพัฒนาระบบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและสนับสนุนภาคีเครือข่ายการออม เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการทั้งบนระบบออนไลน์และการเพิ่มจุดบริการที่กว้างขวางกระจายทุกพื้นที่ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจแก่ประชาชนผู้ใช้บริการได้มากขึ้น และ 2.4 พัฒนาองค์กรให้มีการบริหารจัดการตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยให้มีความทันสมัย สะดวก โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
 
ทั้งนี้การดําเนินการตามยุทธศาสตร์ของกองทุน มุ่งเน้นการขับเคลื่อนงานไปพร้อมกันทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านการหาสมาชิก ด้านการสร้างผลตอบแทน ด้านการให้บริการที่เป็นเลิศ และด้านการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล โดยคณะกรรมการ กอช. มีนโยบายชัดเจนที่จะเน้นการปลูกฝังแนวคิดการออมเพื่อความพอเพียงในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเยาวชนและคนรุ่นใหม่ วัยทํางาน และประชาชนในท้องถิ่นภูมิภาค ให้ได้มีโอกาสเข้าถึงมาตรการส่งเสริมการมีรายได้ที่เพียงพอเมื่อถึงวัยที่ไม่มีแรงทํางานหาเลี้ยงชีพซึ่งจะช่วยลดภาระของภาครัฐในการดูแลผู้สูงอายุได้ต่อไปในระยะยาว 
 
สมพร จิตเป็นธม เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติหรือ กอช.กล่าวว่า จากแผนยุทธศาสตร์การดําเนินงานระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560-2564) ซึ่ง กอช. จะถ่ายทอดกลยุทธ์สู่การปฏิบัติโดยได้มีการกําหนดกลยุทธ์การดําเนินงานที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ทั้ง 4 ด้าน ก่อนที่จะกําหนดเป็นแผนปฏิบัติการของแต่ละกลยุทธ์ซึ่งที่ผ่านมา กอช. ได้รับเอาข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็น จากผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ทุกฝ่าย มาประกอบการจัดทําแผนยุทธศาสตร์แผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ ทั้งที่เป็นข้อเสนอแนะของผู้เกี่ยวข้องระดับนโยบาย ผู้ที่เป็นสมาชิกปัจจุบัน ผู้สนใจที่ตัดสินใจสมัครสมาชิก ธนาคารหน่วยรับสมัคร ตลอดจนภาคีเครือข่ายสนับสนุนภารกิจส่งเสริมการออม โดยสามารถแบ่งแผนการดําเนินงานหลังจากนี้ออกเป็น 2 ส่วนสําคัญ ส่วนแรกจะเป็นแผนงานที่สามารถปฏิบัติการได้เลยทันทีและส่วนที่ 2 เป็นแผนงานระยะต่อไปที่จะต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองตามลําดับขั้นตอนและขอบเขตอํานาจหน้าที่ 
 
สําหรับภารกิจที่สามารถดําเนินการได้ทันทีใน 1 ปีข้างหน้านั้น กอช. ได้กําหนดแผนกลยุทธ์ การดําเนินงานสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ทั้ง 4 ด้าน โดยมุ่งเน้นการสื่อสารเชิงรุก ควบคู่ไปกับการสร้างภาคี เครือข่ายการออมที่มีประสิทธิภาพ เน้นภารกิจการให้ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) ซึ่งเป็นวาระ แห่งชาติเพื่อส่งเสริมผลักดันให้ประชาชนมีการออมเพื่อการชราภาพ นอกจากนี้ยังมีแผนเร่งพัฒนาระบบ การให้บริการสมาชิกและประชาชนในหลากหลายมิติอาทิการเข้าร่วมในโครงการระบบการชําระเงินแบบ อิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment) การจัดให้มีบริการออนไลน์ตรวจสอบสถานะสมาชิก บนเว็บไซต์บริการตัดบัญชีเงินฝากนําส่งเงินสะสมเข้ากองทุน การจัดทํา Mobile Application การเพิ่ม หน่วยรับสมัครสมาชิกและช่องทางนําส่งเงินสะสม การมอบหมายสถาบันการเงินชุมชนเป็นหน่วยบริการ ประชาชนในเรื่อง กอช. รวมถึงการออกแบบจัดทําหลักฐานประจําตัวผู้เป็นสมาชิก เป็นต้น ที่สําคัญคือ แผนการยกระดับการสื่อสาร 2 ทางเพื่อให้สมาชิกและประชาชนสามารถติดต่อสื่อสาร รับข้อมูล และแจ้ง ปัญหาความต้องการ กับทีมงานของ กอช. ได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ผ่านช่องทางสื่อสารที่หลากหลาย ซึ่ง กอช. จะได้นําข้อมูลที่ได้รับไม่ว่าจะเป็นข้อมูลความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ด้านสิทธิประโยชน์หรือด้าน การบริการ นํามาพัฒนาปรับปรุงการดําเนินงานของ กอช. เพื่อให้ประชาชนได้รับความพึงพอใจสูงสุดจาก การเป็นสมาชิก กอช. ดังสโลแกนที่ว่า "กอช. ออมสบาย ได้บํานาญ"
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai