โพลเผยชาวอเมริกันส่วนใหญ่อยากแก้ปัญหาเกาหลีเหนือด้วยการทูตมากกว่าใช้กำลัง

กรณีความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับเกาหลีเหนือที่ดำเนินมาตั้งแต่ช่วงต้นถึงกลางปีนี้ ล่าสุดจากการสำรวจของเอ็นบีซีพบว่ากลุ่มตัวอย่างกังวลภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือมากกว่าไอซิส แต่ร้อยละ 59 ยังคงต้องการให้สหรัฐฯ แก้ปัญหาเกาหลีเหนือด้วยวิธีทางการทูตมากกว่าการทหาร

ทหารเกาหลีเหนือถ่ายรูปผ่านกระจกเข้ามา ในช่วงที่พลเอกมาร์ติน อี. เดมพ์เซย์ ประธานคณะเสนาธิการร่วมกองทัพสหรัฐอเมริกาประจำเกาหลีใต้ เยือนเขตปลอดทหารเมื่อ 11 พฤศจิกายนปี 2555 (ที่มา: แฟ้มภาพ/Myles Cullen/Wikipedia/Public Domain)

 

21 ก.ค. 2560 ผลสำรวจโพลล์จากบริษัทการกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งชาติสหรัฐฯ หรือเอ็นบีซีระบุว่าประชาชนชาวอเมริกันร้อยละ 76 กังวลว่าสหรัฐฯ จะเข้าไปมีส่วนพัวพันกับสงครามใหญ่ๆ อีกในช่วงสี่ปีนี้ เพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 10 เมื่อเทียบจากการสำรวจเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา

เอ็นบีซีเปิดเผยว่าชาวอเมริกันมีความกังวลในเรื่องเกี่ยวกับเกาหลีเหนือมากขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา มีชาวอเมริกันร้อยละ 59 บอกว่าพวกเขารู้สึกไม่ปลอดภัยจากการข่มขู่ของเกาหลีเหนือ

อย่างไรก็ตามประชาชนส่วนมากก็ต้องการให้สหรัฐฯ ใช้สันติวิธีในการจัดการปัญหาของเกาหลีเหนือ ผู้ทำแบบสำรวจร้อยละ 59 ระบุว่าพวกเขาอยากให้สหรัฐฯ ใช้วิธีการด้านการทูตมากกว่าด้านการทหารกับเกาหลีเหนือ โดยผู้ที่ตอบเช่นนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ไม่ฝักใฝ่พรรคใดและเป็นผู้เอียงข้างพรรคเดโมแครต ผู้ที่เอียงข้างพรรครีพับลิกันจะสนับสนุนการใช้กำลังทหารมากกว่าอยู่ที่ร้อยละ 56

ในรายงานของคอมมอนดรีมส์ระบุว่าความกังวลในเรื่องนี้น่าจะมาจากรายงานเกี่ยวกับความสามารถในการใช้อาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ มีผู้กังวลเกี่ยวกับรัฐบาลเกาหลีเหนือ (ร้อยละ 41) มากกว่าภัยจากการก่อการร้ายของไอซิส (ร้อยละ 28) หรือจากรัสเซีย (ร้อยละ 18) เอ็นบีซีระบุว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีก็มีเหตุการณ์ที่เกาหลีเหนือทดสอบอาวุธจรวดมิสไซล์หลายครั้งและพยายามยั่วยุสหรัฐฯ ด้วยการทดสอบจรวดข้ามทวีปที่สามารถยิงถึงรัฐอลาสกาได้

ที่ผ่านมารัฐบาลทรัมป์จะพยายามโต้ตอบด้วยการแสดงแสนยานุภาพของกองทัพสหรัฐฯ ทรัมป์เคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อเดือน เม.ย. ว่าเขาอยากแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วยวิธีทางการทูตแต่คงทำได้ยากมาก อย่างไรก็ตามคอมมอนดรีมส์ระบุว่าในช่วงไม่นานมานี้ทรัมป์เริ่มใช้วิธีขู่เกาหลีเหนือน้อยลงแล้วพยายามหันมากดดันให้จีนคว่ำบาตรเกาหลีเหนือแทน แต่เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ นิคกิ เฮลีย์ ก็บอกว่าเกาหลีเหนือปิดทางเลือกความเป็นไปได้ที่ใช้วิธีทางการทูตอย่างรวดเร็ว

กระนั้นเจมส์ แมตติส รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ ก็มองว่าถ้าหากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเกาหลีเหนือก็จะทำให้เกิดผลเสียหายต่อคลังสรรพาวุธน้อยมากแต่ถ้าหากเกาหลีเหนือโต้ตอบก็อาจจะทำให้เกิดสงครามที่เลวร้ายที่สุดในช่วงชีวิตของผู้คน

นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่โพลล์ของสื่อวอชิงตันโพสต์-เอบีซีนิวส์ ในวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมาระบุว่าร้อยละ 63 มีความมั่นใจน้อยมากหรือไม่มั่นใจเลยว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะสามารถจัดการความขัดแย้งกับเกาหลีเหนือได้ ขณะที่ร้อยละ 36 ระบุว่าพวกเขาเชื่อมั่นว่าทรัมป์จะแก้ไขสถานการณ์ได้ ในโพลล์ของวอชิงตันโพสต์-เอบีซีนิวส์ยังเปิดเผยไปในทางเดียวกันว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่ร้อยละ 83 กังวลจะเกิดสงคราม

เรียบเรียงจาก

As 75 Percent of Americans Fear 'Major War' Under Trump, Most Favor Diplomacy, Common Dreams, 18-07-2017

NBC News Poll: American Fears of War Grow, NBC News, 18-07-2017

Distrust in Trump deepens North Korea concerns (POLL), ABC News, 18-07-2017

 

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์