คุก 4 เดือน 'โตโต้' ฉีกบัตรประชามติ รับสารภาพเหลือรอลงอาญา 1 ปี

ยกฟ้อง 3 จำเลย คดีฉีกบัตรประชามติ ขณะที่ 'โตโต้' โดนข้อหาทำให้ทรัพย์สินสาธารณะเสียหาย คุก 4 เดือน รับสารภาพเหลือรอลงอาญา 1 ปี เจ้าตัวเผยไม่อุทธรณ์ ถ้าย้อนกลับไปก็จะฉีกเหมือนเดิม ชี้ประชามติครั้งที่ผ่านมาก็เป็นเพียงกิจกรรมจับมือประชาชนเซ็นรับรองให้กับตัวเอง แถมที่ประกาศใช้ก็ไม่ใช่ฉบับผ่านประชามติ

ภาพ โตโต้ ปิยรัฐ ฉีกบัตรลงประชามติ เมื่อวันที่ 7 ส.ค.59

26 ก.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงสายของวันนี้ (26 ก.ย.60) ศาลจังหวัดพระโขนงคำพิพากษา ยกฟ้องคดีก่อกวนขัดขวาง จำเลยทั้ง 3 คือ ปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้, จิรวัฒน์ เอกอัครนุวัฒน์ และทรงธรรม แก้วพันธุ์พฤกษ์ จากกรณีฉีกบัตรออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย เมื่อวันที่ 7 ส.ค.59 เหตุเป็นการเคลื่อนไหวโดยสันติ ไม่ปรากฎ ว่าพยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักหน้าเชื่อตามฟ้อง

ขณะที่คดีของ ปิยรัฐ ในข้อหาทำลายเอกสารราชการ และข้อหาทำให้ทรัพย์สินสาธารณะเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา จากการฉีกบัตรออกเสียงประชามติ นั้น ศาลระบุดว่า เป็นการกระความผิดกรรมเดียวผิด กฎหมายหลายบท ให้ลงโทษ บทหนักสุด คือ ทำให้ เสียทรัพย์ พิพากษา จำคุก จำเลย ที่ 1 เป็นเวลา 4 เดือน ปรับ 4 พันบาท เหตุลดโทษ จำเลยรับสารภาพ และไม่มีเหตุต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงลดโทษจำคุก เป็นจำคุก 2 เดือน ปรับ 2000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี

ภาพทั้ง 3 คนก่อนเข้าฟังคำพิพากษา โดย มีคนมามอบดอกไม้ให้กำลังใจจำนวนหนึ่ง ภาพจากเพจ banrasdr photo

โดย ปิยรัฐ เปิดเผยว่า จ่ายเงินค่าปรับไป 2,000 แต่ศาลคืนให้ 500 บาท เพราะ ทดแทนที่ ตนเคยจำคุกไป 1 คืน

ปิยรัฐ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวประชาไทด้วยว่า ระบุว่าตนเองปรึกษากับทีมทนายและเพื่อนในคดีอีก 2 คนนั้น ทุกคนพอใจกับคำตัดสินแล้ว ตนคาดหวังแค่เพื่อนในคดีอีก 2 คนนั้นยกฟ้องก็โอเคแล้ว แต่ตนจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ เมื่อออกมาแบบนี้จึงไม่ดำเนินอุทธรณ์คดีต่อ แต่ส่วนของอัยการในฐานะโจทก์ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเขา
 
"ยังยืนยันครับ และผมมั่นใจว่ากระบวนการและขั้นตอนของผมนั้นไม่เป็นการทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนหรือว่าต้องทำให้ผู้อื่นเสียสิทธิ ผมต้องการใช้สิทธิของตัวเอง แล้วก็ผมได้ใช้สิทธินั้นแล้ว การไม่ได้ลงประชามติไม่ได้แปลว่าผมจะต้องอยู่บ้านอย่างเดียว ผมไม่ลงแต่ว่าผมแสดงออกให้เห็นได้ชัดเจนว่าผมไม่ลงแล้วผมไม่ชอบกระบวนการที่เกิดขึ้น ฉะนั้นผมยืนยันกับสิ่งที่ผมทำว่า ต่อให้ย้อนกลับไปทุกครั้งผมก็จะทำเหมือนเดิม" ปิยรัฐ กล่าวยืนยันว่าหากย้อนกลับไปวันลงประชามติก็จะฉีกบัตรประชามติของตนเหมือนเดิม
 
"ผมมองว่าประชามติตามที่เราเข้าใจกันมันควรจะเกิดขึ้นภายใต้ บรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตยมากกว่านี้ แล้วก็เป็นไปในทางที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก แต่สุดท้ายแล้วประชามติก็เป็นอย่างที่หลายคนให้เหตุผลก็คือมันไปเอื้อหนุนให้กับการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหารแล้วก็เป็นกลไกเป็นเครื่องมือการเมืองให้กับกลุ่มชนชั้นนำกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้นเอง และการทำประชามติครั้งที่ผ่านมาก็เป็นเพียงกิจกรรมจับมือประชาชนเซ็นรับรองให้กับตัวเองเท่านั้นเอง สุดท้ายแล้วรัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้ในปัจจุบัน ฉบับวันที่ 6 เมษายน 2560 ก็ไม่ใช่ฉบับที่ผ่านร่างประชามติ เพราะว่ามีการแก้ไขในบางหมวด ฉะนั้นการแก้ไขแม้แต่อักษรตัวเดียวก็ถือว่าเป็นฉบับแก้ไข" ปิยรัฐ กล่าวทิ้งท้าย

 

ทั้งนี้คดีดังกล่าวนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ส.ค.59 ปิยรัฐ จงเทพ หรือ “โตโต้” จำเลยที่ 1 ได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เนื่องจากเห็นว่าการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นโดยไม่เป็นธรรม จึงได้ทำการฉีกบัตรลงคะแนนเสียงประชามติ พร้อมกับตะโกนว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” ภายในหน่วยลงคะแนนเสียงในสำนักงานเขตบางนา ทำให้เขาถูกจับกุมดำเนินคดี ใน 4 ข้อหา ได้แก่ ข้อหาทำลายบัตรออกเสียง และก่อความวุ่นวายในหน่วยลงคะแแนน ตามพ.ร.บ.ประชามติ, ข้อหาทำลายเอกสารราชการ และข้อหาทำให้ทรัพย์สินสาธารณะเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา ขณะที่ จิรวัฒน์ เอกอัครนุวัฒน์ จำเลยที่ 2 และ ทรงธรรมแก้ว พันธุ์พฤกษ์ จำเลยที่3 ซึ่งได้ติดตามถ่ายวีดีโอขณะที่ปิยรัฐทำการฉีกบัตร ก็ได้ถูกกล่าวหาดำเนินคดีในข้อหาก่อความวุ่นวายในหน่วยลงคะแนนด้วย