ร้องสายด่วนคสช. โทรหาแล้วก้าวร้าว จนท.แจงเหตุเข้าใจผิด รับนำไปปรับปรุง

กระทู้พันทิปร้อง สายด่วน คสช. 1299 ก้าวร้าวใช้อำนาจข่มขู่ พันเอกวินธัยแนะ จขกท. บอกรายละเอียดวันเวลา ด้านหัวหน้าชุดสายด่วนแจง คนโทรมาดังกล่าวค่อนข้างหัวเสีย รับจะอบรมเจ้าหน้าที่ เพิ่มความอดกลั้น เผยสายด่วน 1299 เป็นภารกิจรอง ต้องหมุนเวียนกำลังพล ที่ผ่านมามีคนร้องเรียนสารพัดตั้งแต่ข้าราชการทุจริต จนถึงได้คุยกับพระอินทร์

ภาพถ่ายศูนย์รับเรื่องร้องเรื่องเมื่อเดือนก.ค. 2560

ที่มา สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์/แฟ้มภาพ

26 ก.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ตั้งกระทู้พันทิปในหัวข้อ “สายด่วน คสช. 1299 ก้าวร้าวและใช้อำนาจทหารข่มขู่ประชาชน. แจ้งใครได้?” โดยมีเนื้อหาร้องเรียนถึงพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่สายด่วน 1299 ใช้น้ำเสียงและคำพูดก้าวร้าว ไม่แจ้งชื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับสายเพราะไม่มีนโยบายนี้ ทำให้เจ้าของกระทู้ไม่สามารถร้องเรียนต่อหน่วยงานได้ว่าเจ้าหน้าที่รับสายคือใคร

ผู้สื่อข่าวลองโทรไปที่ 1299 เจ้าหน้าที่ผู้รับสายกล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่าตนยังไม่ทราบเรื่อง แต่หากเกิดเรื่องต้องถามผู้บังคับบัญชา เพราะตนมีหน้าที่รับสายและรวบรวมเรื่องต่างๆ ที่ได้รับร้องเรียน ให้ผู้บังคับบัญชาคัดกรองและแจกจ่ายไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะดูแลแต่ละเรื่อง

ผู้สื่อข่าวได้คุยกับหัวหน้าชุดปฏิบัติงานของคอลเซ็นเตอร์ 1299 วันนี้ (26 ก.ย.) ซึ่ง พันโทหัวหน้าชุดในวันนี้ได้อธิบายว่า หน้าที่นี้เป็นภารกิจรอง ทุกวันจึงผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันรับผิดชอบ เรื่องที่รับร้องเรียนมีทั้งหมด 7 ประเด็นหลักๆ คือ 1.ความประพฤติมิชอบเจ้าหน้าที่รัฐ 2.ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 3.เจ้าหน้าที่กลาโหมที่เกี่ยวข้องการทุจริต 4.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 5.ยาเสพติด 6.เรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องอะไร เช่น อึดอัดทางการเมือง 7.เรียกร้องรัฐบาลให้ทำเรื่องต่างๆ การติดตามเรื่อง

หัวหน้าชุดอธิบายว่าตนทราบเกี่ยวกับการร้องเรียนดังกล่าวแล้ว และชี้แจงว่ากรณีดังกล่าว คนที่โทรมาใช้น้ำเสียงไม่ค่อยดี ค่อนข้างหัวเสียมา มีอารมณ์ใส่เจ้าหน้าที่ เมื่อให้ข้อมูลแล้วเขาไม่พอใจ เลยคุยกันไม่จบ

แต่ทั้งนี้ตนพยายามเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ทุกๆ คนให้มีสติในการตอบ ใช้คำพูดคำจาเหมาะสม ระงับสติอารมณ์ใช้เหตุผลในการพูดคุย ใช้ความอดกลั้น รับโทรศัพท์ให้รายงานตัวและแนะนำตัว

“กองทัพบกรับทราบแล้ว ทั้งนี้หน้าที่นี้เป็นภารกิจรอง เราเป็นทหารอาจไม่ได้ทำงานโอเปอเรเตอร์ แต่ได้พยายามเอาจุดบกพร่องไปชี้แจงทำความเข้าใจ  มีการอบรมชี้แจงการปฏิบัติที่สมควรทำโดยเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์ หน้าที่ของเราคือบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน แต่บุคลากรจำกัด ประสบการณ์ยังไม่เยอะ อาจต้องปรับปรุง” หัวหน้าชุดกล่าว

หัวหน้าชุดยังเล่าว่า ทุกคนก็โทรศัพท์มาร้องเรียน มาตั้งคำถามที่นี่ ก่อนหน้านี้อาจจะเห็นว่าไปร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมของกระทรวงมหาดไทยแล้วไม่ได้ผล แต่ศูนย์ 1299 ตู้ ป.ณ. 444 นี้เป็นศูนย์ที่นายกรัฐมนตรีตั้ง คนคิดว่าส่งมาแล้วได้เลย อย่างเช่น พอวันนี้โทรมา พรุ่งนี้โทรมาถามว่าเรื่องไปถึงไหน ซึ่งจริงๆ แล้วการตามเรื่องก็ใช้เวลา บางเรื่องเป็นเรื่องที่มีปัญหามานาน เป็น 10 กว่าปีไม่คืบหน้า  พอมาร้องเรียนกับศูนย์ ก็ต้องส่งไปตรวจสอบ ต้องไปพบกรรมการกลั่นกรอง

“มีร้อยแปดพันเก้า โรคจิต คุยกับพระอินทร์บ้าง โลกจะถล่มบ้าง เขียนหนังสือมาบอกมีคนไปยิงโรงเรียนนั้นโรงเรียนนี้บ้าง โรงเรียนนี้ ผอ.ข่มขืน อาจารย์ข่มขืน ส่งมา 10 ฉบับ แต่เราต้องมานั่งอ่าน พยายามเก็บรายละเอียด ถ้าลูกน้องมาทุกวันมันก็เครียด มันต้องอ่านต้องแกะ มีเนื้อหาสาระต้องสรุป” นายทหารท่านนี้กล่าว

ผู้สื่อข่าวยังได้สัมภาษณ์พันเอกวินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งโฆษกคสช. ได้กล่าวว่า ทราบเรื่องผ่านสื่อ ไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ผู้ที่ร้องเรียนน่าจะมีรายละเอียดมากกว่านี้ว่าเช่นระบุว่าเป็นช่วงเวลาไหน อย่างไร

ทั้งนี้ พันเอกวินธัยเสริมว่า ผู้ที่รับผิดชอบในส่วนนี้คือสำนักงานเลขานุการกองทัพบกซึ่งเป็นผู้จัดสถานที่ จะสามารถดูได้ว่าช่วงไหนเวลาใดใครเป็นผู้รับผิดชอบ แต่โดยปกติแล้วพยายามย้ำให้เจ้าหน้าที่มีความสุภาพอ่อนโยนอยู่แล้ว 

 

ประวัติตั้งศูนย์ฯ https://www.thairath.co.th/content/1003244