กสม.ขอสื่อเสนอข่าวการหายตัวไปของเด็กหญิง โดยเคารพในหลักสิทธิเด็ก

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ขอให้นำเสนอข่าวการหายตัวไปของเด็กหญิง โดยเคารพในหลักสิทธิเด็ก กฎหมาย และจริยธรรมวิชาชีพ

13 ม.ค. 2562 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ขอให้นำเสนอข่าวการหายตัวไปของเด็กหญิง โดยเคารพในหลักสิทธิเด็ก กฎหมาย และจริยธรรมวิชาชีพ โดยระบุว่าตามที่มีการนำเสนอข่าวการตามหาเด็กหญิง ซึ่งหายตัวไปจากบ้านก่อนช่วงเทศกาลปีใหม่ และภายหลังปรากฏข้อเท็จจริงว่า เด็กหญิงคนดังกล่าวถูกพรากไปจากความดูแลของผู้ปกครอง นั้น

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจในการส่งเสริมการเคารพและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน ได้ติดตามและเฝ้าระวังการนำเสนอข่าวกรณีนี้อย่างใกล้ชิด ขอขอบคุณสื่อมวลชนและทุกภาคส่วนที่ได้ช่วยกันติดตามเรื่องดังกล่าวกระทั่งพบตัวเด็กหญิงในท้ายที่สุด อย่างไรก็ดี กสม. มีความห่วงใยและกังวลต่อการนำเสนอข่าวกรณีดังกล่าว ซึ่งเข้าข่ายการละเมิดสิทธิของเด็กหญิงและครอบครัวผู้ตกเป็นข่าว จึงขอเรียกร้องให้สื่อมวลชน ผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม  และบุคคลทั่วไป ปฏิบัติดังนี้

1. ขอให้สื่อมวลชน ผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม และบุคคลทั่วไป คำนึงถึงหลักการในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child – CRC) ที่ประเทศไทยเป็นภาคี พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ตลอดจนพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ที่บัญญัติให้การกระทำหรือการดำเนินการทั้งหลายต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ โดยควรระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของเด็กและครอบครัว ตลอดจนคำนึงถึงผลแห่งการนำเสนอข่าวที่จะส่งผลต่อชีวิตของเด็กในภายหน้า โดยเฉพาะมิติความอ่อนไหวทางเพศสภาพ

2. ขอให้สื่อมวลชน ยึดมั่นในจริยธรรมวิชาชีพสื่อ และปฏิบัติตาม “แนวปฏิบัติการได้มาและการนำเสนอข่าวและภาพข่าวของสื่อมวลชน โดยไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ตกเป็นข่าว” ของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและองค์กรวิชาชีพสื่อ ที่ระบุให้องค์กรสื่อมวลชนและ ผู้ปฏิบัติงานข่าว เคารพสิทธิขั้นพื้นฐาน สิทธิส่วนบุคคล ตลอดจนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ตกเป็นข่าว

3. สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ควรดำเนินการเพื่อมิให้มีการเผยแพร่ข่าวที่เป็นการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของเด็กและครอบครัว หรือเป็นความผิดตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ที่ระบุว่า ห้ามโฆษณาหรือเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็ก โดยเจตนาที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง หรือเกียรติคุณ หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์สำหรับตัวเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ ซึ่งหากผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 27 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์