คดีแชท “จ้า” ม.112 เลื่อนอีก หลังสืบพยานโจทก์ได้เพียง 4 ปาก

คดีแชท “จ้า” ม.112 ของ น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ หรือ 'แม่จ่านิว' เลื่อนอีก พบว่าระยะเวลากว่า 2 ปีครึ่ง สืบพยานโจทก์ได้เพียง 4 ปาก จากที่ฝ่ายโจทก์มีการระบุบัญชีพยานไว้ทั้งหมด 17 ปาก และฝ่ายจำเลยระบุพยานอีก 5 ปาก 

8 ก.พ. 2562 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่าเมื่อเวลา 8.30 น. ศาลทหารกรุงเทพนัดสืบพยานโจทก์ในคดีของ น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ หรือ “แม่จ่านิว” ที่ถูกฟ้องเป็นจำเลยในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และข้อหานำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) จากการถูกกล่าวหาว่าได้มีการพูดคุยกับนายบุรินทร์ อินติน เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ด้วยการส่งข้อความแชทในเฟสบุ๊ค

เดิมอัยการทหารจะนำพยานเข้าสืบในนัดนี้จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นายศรายุทธ สังวาลย์ทอง และนายชัพวิชญ์ ทั่งทอง แต่พยานทั้งสองปากไม่มาศาล โดยไม่ทราบผลการส่งหมายเรียกพยาน ศาลทหารจึงให้เลื่อนการนัดสืบพยานทั้งสองปากออกไปเป็นวันที่ 5 มิ.ย. 2562 เวลา 08.30 น.

สำหรับคดีนี้ น.ส.พัฒน์นรี ถูกกล่าวหาว่าเมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2559 เธอร่วมกับบุรินทร์ ได้พิมพ์ข้อความสนทนาโต้ตอบกันผ่านเฟสบุ๊ค โดยข้อความที่โจทก์เห็นว่ามีเนื้อหาเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112 มาจากบุรินทร์ฝ่ายเดียว แต่อัยการระบุในคำฟ้องว่าการกระทำของพัฒน์นรีและบุรินทร์เป็นไปโดยประการที่น่าจะทำให้พระมหากษัตริย์และองค์รัชทายาทขณะนั้นเสื่อมเสียพระเกียรติ ชื่อเสียง ทรงถูกดูหมิ่นหรือเกลียดชัง อันเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น พระมหากษัตริย์และองค์รัชทายาท

ก่อนหน้านี้ พัฒน์นรีได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2559 ก่อนที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะได้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดี แต่เมื่อสำนวนไปถึงอัยการทหาร อัยการกลับมีความเห็นสั่งฟ้องคดีต่อศาลทหารกรุงเทพ เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2559 โดยที่จำเลยได้รับการประกันตัวในระหว่างต่อสู้คดี ด้วยหลักทรัพย์ 5 แสนบาท

ศาลทหารกรุงเทพยังสั่งให้การพิจารณาคดีนี้เป็นการลับ อนุญาตให้เฉพาะจำเลยและทนายความอยู่ในห้องพิจารณาเท่านั้น โดยเห็นว่าคดีเป็นความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์และสถาบัน อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความรู้สึกในหมู่ประชาชน

ตั้งแต่การสั่งฟ้องคดีจนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 2 ปี 6 เดือนเศษ ศาลทหารมีการนัดหมายคดีไปจำนวนทั้งสิ้น 9 นัด ในจำนวนนัดทั้งหมดนี้ต้องเลื่อนการสืบพยานไป 2 นัด เนื่องจากพยานไม่มาศาล ทำให้คดีนี้ทำการสืบพยานโจทก์ไปได้ทั้งหมด 4 ปาก โดยที่ทางฝ่ายโจทก์มีการระบุบัญชีพยานไว้ทั้งหมด 17 ปาก และฝ่ายจำเลยระบุพยานอีก 5 ปาก ทำให้ต้องใช้ระยะเวลาอีกหลายปี กว่าคดีจะสืบพยานแล้วเสร็จ

สำหรับ น.ส.พัฒน์นรี ปัจจุบันอายุ 42 ปี เป็นมารดาของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “นิว” นักกิจกรรมกลุ่มประชาธิปไตยศึกษา ซึ่งเคลื่อนไหวคัดค้านการใช้อำนาจของคณะรัฐประหารมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารคุกคามและดำเนินคดีจากการใช้เสรีภาพในการแสดงออกมาอย่างต่อเนื่อง พัฒน์นรีเป็นแม่บ้านและรับจ้างทำความสะอาดบ้านเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว ภายหลังจากถูกดำเนินคดีมาตรา 112 นี้ เธอยังถูกกล่าวหาดำเนินคดีจากการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งอีก 2 คดี ได้แก่ คดีการชุมนุมที่สกายวอล์กบริเวณห้างมาบุญครอง หรือ MBK39 และคดีการชุมนุมที่ถนนราชดำเนิน หรือคดี RDN50

ในส่วนคดีของนายบุรินทร์ อินติน ซึ่งถูกกล่าวหาในข้อหามาตรา 112 ร่วมกับพัฒน์นรี และถูกฟ้องแยกเป็นอีกคดีหนึ่ง ได้ให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา ศาลทหารกรุงเทพได้พิพากษาเมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2560 โดยกรรมแรกกรณีการแชทข้อความกับพัฒน์นรี ศาลลงโทษจำคุก 7 ปี เพิ่มโทษ 1 ใน 3 เป็นจำคุก 9 ปี 4 เดือน

กรรมที่สองจากการพิมพ์ข้อความในเฟสบุ๊คส่วนตัว ลงโทษจำคุก 10 ปี เพิ่มโทษ 1 ใน 3 เป็นจำคุก 13 ปี 4 เดือน รวมเป็น 22 ปี 8 เดือน แต่เนื่องจากจำเลยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง กรรมแรกจึงเหลือ 4 ปี 8 เดือน ส่วนกรรมที่สองเหลือ 6 ปี 8 เดือน รวมแล้วเหลือจำคุก 10 ปี 16 เดือน โดยสาเหตุที่มีการเพิ่มโทษเนื่องจากนายบุรินทร์เคยถูกพิพากษามีโทษจำคุกในคดีอื่นมาก่อน

ปัจจุบันเขาถูกคุมขังในเรือนจำมาแล้ว เป็นเวลา 2 ปี 9 เดือนเศษ และเป็นหนึ่งในผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ที่ยังอยู่ในเรือนจำ

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น