สลาวอย ชิเช็ค วิเคราะห์เกมออฟโทรน: ซีซั่นสุดท้ายคือสิ่งที่ทุนนิยมอยากเห็น

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

บทความเดิมชื่อ: สลาวอย ชิเช็ค: Game of Thrones แตะไปที่เรื่องของความหวาดกลัวการปฏิวัติและผู้หญิงที่อยู่ในการเมือง - แต่ไม่ได้ทำให้ดีขึ้นเลย

แปลจาก: Slavoj Zizek: Game of Thrones tapped into fears of revolution and political women – and left us no better off than before (https://www.independent.co.uk/voices/game-thrones-season-8-finale-bran-daenerys-cersei-jon-snow-zizek-revolution-a8923371.html)

ความยุติธรรมชนะแล้ว - แต่เป็นความยุติธรรมแบบไหนกัน ? 

ซีรี่ย์ Game of Thrones ซีซั่นสุดท้ายทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจของหลาย ๆ คน ไปจนถึงจุดที่มีการยื่นเรียกร้อง (ได้ลายเซ็นของคนดูที่เกรี้ยวกราดไปเกือบ 1 ล้านชื่อ) ให้ยุติซีซั่นนี้ทั้งซีซั่นและถ่ายทำใหม่ ความป่าเถื่อนของการถกเถียงในครั้งนี้เป็นข้อพิสูจน์ว่าการเดิมพันทางแนวคิดครั้งนี้มันสูงมากทีเดียว

ความไม่พอใจของผู้ชมมีหลายประเด็น: บทภาพยนตร์ที่แย่ (ภายใต้ความกดดันในการรวบรัดให้ซีรี่ย์จบไว ๆ, ความซับซ้อนในการเล่าเรื่องถูกลดทอนลง), จิตวิทยาที่แย่ (การที่เดเนรีสกลายเป็น “ราชินีผู้บ้าคลั่ง” ไม่สมเหตุสมผลกับพัฒนาการของตัวละคร) ฯลฯ

หนึ่งในผู้มีความรู้ที่ออกมาพูดในการถกเถียงครั้งนี้คือ สตีเฟ่น คิง เขาบอกว่า ความไม่พอใจครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากฉากจบที่แย่ แต่เป็นเพราะความจริงของตอนจบต่างหาก 

ในช่วงเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ของเรื่องที่ในทางหลักการแล้ว มีความเป็นไปได้อย่างไร้ขีดจำกัด แต่แนวคิดของฉากจบที่ถูกเล่าออกมากลับกลายเป็นสิ่งที่คนรับไม่ได้กันปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

เป็นความจริงที่ว่าการรวบรัดตอนจบของซีรี่ย์เรื่องนี้ มีตรรกะที่แปลกประหลาดอยู่ ตรรกะที่ไม่ได้ทำลายความน่าเชื่อถือทางจิตวิทยาอะไร แต่กลับไปทำลายการเล่าเรื่องที่ตั้งอยู่บนความเชื่อพื้นฐานของละครทีวี 

ในซีซั่นสุดท้าย มันมีเพียงแค่การตระตรียมสงคราม, ความเศร้าโศกและการทำลายล้างของสงครามและเหล่าผู้ที่ต่อสู้ ซึ่งโดยตัวมันเองทั้งหมดช่างไร้ความหมาย - แต่สำหรับผมมันก็สมจริงกว่าพล็อตละครโกธิคประโลมโลกแหละ

มีความขัดแย้ง 3 ครั้งต่อเนื่อง เกิดขึ้นในซีซั่น 8 ความขัดแย้งแรกคือความขัดแย้งระหว่างมนุษย์และอมนุษย์ “พวกอื่น” (กองทัพไวท์วอล์กเกอร์จากทางเหนือที่นำโดยไนท์คิง) สองคือความขัดแย้งระหว่างมนุษย์สองกลุ่มหลัก (แลนนิสเตอร์ฝ่ายร้ายกับฝ่ายที่รวมตัวกันต่อต้านนำโดยเดเนริสและสตาร์ก) และอย่างที่สามคือความขัดแย้งภายในระหว่างเดเนริสและสตาร์ก

นี่จึงเป็นเหตุผลที่การต่อสู้ในซีซั่น 8 นี้เดินตามแนวทางเรียงไป คือจากศัตรูภายนอกถึงความขัดแย้งภายใน ความพ่ายแพ้ของกองทัพอมนุษย์, ความพ่ายแพ้ของแลนนิสเตอร์และการทำลายคิงส์แลนดิ้ง ความขัดแย้งครั้งสุดท้ายระหว่างสตาร์กและเดนิริส ซึ่งถึงที่สุดแล้วก็คือความขัดแย้งระหว่าง “ความดี” แบบผู้ดีจารีต (สตาร์ก) ที่ซื่อสัตย์และพร้อมจะปกป้องประชาชนจากเผด็จการอันเลวร้าย กับ เดเนรีสที่เป็นผู้นำที่แข็งแกร่งในรูปแบบใหม่ มีความก้าวหน้าแบบโบนาปาร์ตที่จะเป็นตัวแทนของผู้ต่ำต้อย

การเดิมพันในศึกครั้งสุดท้ายนี้มีอยู่ว่า: การโค่นล้มเผด็จการในครั้งนี้จะเป็นแค่การต่อสู้เพื่อให้ได้ระเบียบของการปกครองทางชนชั้นรูปแบบเดิมที่เมตตากว่า หรือจะพัฒนาไปสู่การค้นหาระเบียบใหม่ที่ต้องการ

ตอนสุดท้ายของซีซั่น คือการรวมกัน ของการปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงอย่างถึงราก กับบรรทัดฐานแอนตี้เฟมินิสต์สมัยเก่าแบบแวกเนอร์

สำหรับแวกเนอร์ เขาคิดว่าไม่มีอะไรจะน่ารังเกียจไปกว่าการที่สตรีเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองซึ่งมีแต่การโหยหาอำนาจ สตรีเพียงแค่ต้องการอำนาจเพื่อที่จะยกระดับความต้องการทางครอบครัวอันคับแคบ หรือยิ่งไปกว่านั้นคือความต้องการส่วนตัว ไม่สามารถที่จะเข้าถึงมิติสากลในการเมืองการปกครองได้ ซึ่งต่างจากผู้ชาย 

ความเป็นสตรีในแบบเดียวกันนี้ ที่อยู่ในวงใกล้ ๆ ในชีวิตครอบครัว คือพลังของการปกป้อง พลังของความรัก กลับกลายเป็นความระยำตำบอนบ้าคลั่ง เมื่อถูกฉายภาพออกมาในทางสาธารณะหรือในกิจกรรมของรัฐ บทที่ดึงเดเนริสไปอยู่จุดต่ำสุดคือตอนที่เธอบอกจอห์นว่าถ้าเขาไม่สามารถรักเธอได้ในฐานะราชินี ความกลัวจะขึ้นครอง (fear should reign) เป็นใจความที่น่าละอาย น่ารังเกียจ ของสตรีผู้ไม่สมหวังในเรื่องเพศที่ระเบิดออกมาเป็นโกรธาพาล 

แล้วการฆ่าคนอย่างบ้าคลั่งของเดเนริสล่ะ ? การฆ่าคนบริสุทธิ์เป็นพัน ๆ คนในคิงส์แลนดิ้งมันสมเหตุสมผลกับการความจำเป็นในการก้าวสู่อิสระภาพสากลหรือ ? ในจุดนี้ เราต้องระลึกไว้ว่าฉากนี้ถูกเขียนขึ้นโดยผู้ชายสองคน

เดเนริสในฐานะของราชินิผู้บ้าคลั่ง เป็นสิ่งที่อยู่ในกรอบของจินตนาการผู้ชาย พวกนักวิจารณ์จึงพูดถูกแล้วที่บอกว่าการไปสู่ความบ้าคลั่งของเธอนั้นไม่สมเหตุสมผลในเชิงจิตวิทยา ภาพที่เดเนริสแสดงความคลั่งโกรธอยู่บนมังกรเผาทำลายบ้านเมืองผู้คนนั้นคือการแสดงถึงแนวคิดชายเป็นใหญ่ที่กลัวผู้หญิงแกร่งที่เล่นการเมือง

ชะตากรรมสุดท้ายของผู้นำหญิงในเกมออฟโทรนส์ก็ตรงกับแนวทางเหล่านี้ ถึงแม้ว่าคนดีอย่างเดเนริสจะทำลายคนเลวอย่างเซอร์ซี อำนาจก็ครอบงำเธอ อารยา (ผู้ที่ช่วยชีวิตคนทั้งหมดโดยการฆ่าไนท์คิงด้วยมือเดียว) ก็จะหายตัวไป ล่องเรือไปยังตะวันตกของตะวันตก (ยังกะจะไปครองอเมริกา)

ผู้ที่ยังเหลือ (ราชินีของราชอาณาจักรอิสระทางเหนือ) อย่างซันซ่า ก็เป็นรูปแบบของผู้หญิงที่ทุนนิยมวันนี้ชอบนัก เธอเป็นส่วนผสมของความอ่อนโยนแบบสตรีเพศและความเข้าอกเข้าใจที่แฝงไปด้วยสเน่ห์อันล้นเหลือ ซึ่งเหมาะกับความสัมพันธ์ทางอำนาจรูปแบบใหม่ การบดบังความสำคัญของผู้หญิง เป็นหัวใจหลักในบทเรียนสุดท้ายของพวก เสรีนิยม-อนุรักษ์นิยม: การปฏิวัติคือความผิดพลาด, มันจะทำให้เกิดเผด็จการรูปแบบใหม่ หรืออย่างที่จอนบอกกับเดเนริส

“ผู้คนที่ติดตามคุณรู้ว่าคุณทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้มันเกิดขึ้นได้ บางทีพวกเขาอาจจะเชื่อว่าคุณจะทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อื่น ๆ อีก อย่างเช่นการสร้างโลกที่ต่างไปจากความต่ำตมที่พวกเขาอยู่มาตลอด แต่ถ้าคุณใช้มังกรเผาปราสาทและเผาเมืองล่ะก็ คุณก็ไม่ได้แตกต่างอะไร”

สุดท้าย จอนก็ฆ่าเธอด้วยความรัก (ช่วยสตรีต้องสาปจากตัวเธอเอง เป็นสูตรที่ชายคลั่งชาติโบราณชอบพูด) ทั้งที่เธอเป็นตัวแปรทางสังคมเดียวที่สู้เพื่อสิ่งใหม่ เพื่อโลกใหม่ที่จะหยุดความยุติธรรมอันโบร่ำโบราณ

ความยุติธรรมชนะแล้ว - แต่เป็นความยุติธรรมแบบไหนกัน ? แบรนเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ พิการ, รู้ทุกอย่าง, และไม่ต้องการสิ่งใด - มาจากการปลุกกระแสคติพจน์อันไร้พิษสงที่ผู้ปกครองที่ดีที่สุดคือคนที่ไม่โหยหาอำนาจ 

เสียงหัวเราะเย้ยหยันหลังจากที่ชนชั้นนำคนใหม่เสนอทางเลือกแบบประชาธิปไตยในการเลือกกษัตริย์ ได้บอกทุกอย่างแล้ว

และก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะบอกว่า พวกที่ซื่อสัตย์ต่อเดเนริสจนถึงวาระสุดท้ายนั้น มีความหลากหลายมากกว่า เช่นหัวหน้าทัพของเธอที่เป็นคนผิวดำ ในขณะที่ผู้ปกครองคนใหม่เป็นคนขาวชาวนอร์ดิก 

ราชินีหัวรุนแรงที่ต้องการอิสระภาพที่มากกว่าสำหรับทุกคนอย่างไม่เลือกสถานะทางชนชั้นและเชื้อชาติถูกกำจัดสิ้น และทุกอย่างกลับสู่ปกติ

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์