'วิษณุ' เผยให้ กอ.รมน.เรียก 'ปรับทัศนคติ' แทนคสช. แต่ยันควบคุมตัวไม่ได้

 

15 ก.ค.2562 จากกรณีโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชนหรือ ไอลอว์ ตั้งข้อสังเกตว่าคำสั่งคสช. ที่ 3/2558 ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมบุคคลมาปรับทัศนคติไม่ได้ถูกยกเลิกไป แต่ปรับเปลี่ยนให้เป็นอำนาจของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เช่น ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารเรียกปรับทัศนคติ นั้น

สื่อหลายสำนัก เช่น ข่าวสดออนไลน์ PPTV และคมชัดลึกออนไลน์ รายงานคำชี้แจงของ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี โดย วิษณุ กล่าวว่า เดิมคสช. เป็นคนเรียก เมื่อคสช.หมดไม่อยู่แล้วจะทำอย่างไรต่อ ทั้งนี้ กอ.รมน. ไม่ใช่ทหารเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งทำอะไรก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ต่อคำถามที่ว่าการเรียกปรับทัศนคติ รวมถึงให้มีการกักตัวด้วยใช่หรือไม่นั้น วิษณุ กล่าวว่า “ไม่มี ไม่ใช่ ทุกวันนี้ก็มีเชิญไปปรับอยู่แล้ว คือ ขอร้อง อย่านะ แต่ไม่สามารถเอาไปควบคุมตัวได้ การจะคงอำนาจแบบนี้ไว้ก็ไม่เป็นไร เพราะเป็นอำนาจในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ดีกว่าเอะอะแล้วประกาศกฎอัยการศึก ไม่เช่นนั้นเขาก็จะประกาศกฎอัยการศึก”

ไอลอว์ ตั้งข้อสังเกตว่า เย็นวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ออกคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 9/2562 ยกเลิกประกาศคสช. คำสั่งคสช. และคำสั่งหัวหน้าคสช. อย่างน้อย 70 ฉบับ โดยวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุก่อนมีการออกคำสั่งดังกล่าวว่า คำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่กำลังจะออกจะเป็นคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับสุดท้าย อย่างไรก็ตามในบรรดาประกาศคำสั่งที่ถูกยกเลิกมีอย่างน้อย 13 ฉบับ ที่เครือข่ายภาคประชาชนเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรยกเลิกรวม 35 ฉบับ

อย่างไรก็ตามเมื่อทางไอลอว์พิจารณาอย่างใกล้ชิด พบว่า คำสั่งมีความน่ากังวลต่อสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของประชาชนอย่างคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 และ 13/2559 ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวบุคคลมากักตัวเพื่อทำการสอบถามได้ในค่ายทหาร 7 วันยังคงบังคับใช้อยู่ นอกจากให้อำนาจการเรียกคนมาสอบถามแล้ว คำสั่งฉบับที่ 3/2558 ยังให้อำนาจทหารในการจับกุมหรือร่วมสอบสวนบุคคลที่ถูกกล่าวหาในความผิดบางประเทศร่วมกับตำรวจ การบุกเข้าค้นบ้านของบุคคลโดยไม่ต้องขออำนาจศาล ที่สำคัญการใช้อำนาจดังกล่าวหากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติไปโดยความสุจริต จะไม่สามารถเอาผิดทั้งทางแพ่ง อาญา หรือทางวินัยได้

มีข้อน่าสังเกตด้วยว่า แนวปฏิบัติที่เจ้าหน้าที่ทหารไปที่บ้านของบุคคลที่แสดงความเห็นทางการเมืองในทางคัดค้านคสช. หรือหาข่าวทั้งตามสถานที่ชุมนุมและตามงานเสวนาวิชาการต่างๆ ก็อาจเป็นแนวปฏิบัติที่อาศัยฐานอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 โดยอาจเป็นอำนาจตามข้อ 4(6) ที่กำหนดให้ "เจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย" มีหน้าที่กระทำการอื่นใดตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติมอบหมาย

ดังนั้น แม้จะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ มีรัฐบาล และรัฐสภาใหม่หลังการเลือกตั้งแล้ว อำนาจที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจะปฏิบัติการต่างๆ เพื่อรักษาบรรยากาศความหวาดกลัวต่อการแสดงความคิดเห็นก็ยังคงอยู่เช่นเดิม

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์