หุ้น ACE ร่วงหนัก หลัง 'รอง ผบ.ตร.' ผู้ถือหุ้นใหญ่ถูกย้ายปมปล่อยคลิปเสียง - 'บิ๊กโจ๊ก' ถูกสั่งห้ามประพฤติชั่ว

ผบ.ตร.รับเสนอย้าย พล.ต.อ.วิระชัย รอง ผบ.ตร. ปมปล่อยคลิปเสียง ขณะที่หุ้นโรงไฟฟ้าร่วงหนัก บริษัทยันไม่ได้รับผลกระทบ รอง ผบ.ตร. แค่ถือหุ้นใหญ่ แต่ไม่ได้เป็นผู้บริหารบริษัท ด้าน 'บิ๊กโจ๊ก' ถูกคำสั่งนายกห้ามประพฤติชั่ว ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย ขู่ ดำเนินการตามวินัย

24 ม.ค.2563 วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 1/2563 เรื่อง ให้ข้าราชการรักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ กำชับให้ พล.ต.ท.สรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ

โดยระบุว่า ตามที่ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 2/2562 ลงวันที่ 9 เม.ย. 2562 สั่งให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ขาดจากการเป็นข้าราชการตำรวจ และให้โอนไปเป็นข้าราชการพลเรือนเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในกรอบอัตรากำลัง ชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสำนักนายกรัฐมนตรี ตามมาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้ที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบซึ่งเป็นตำแหน่งที่ได้รับเฉพาะเงินเดือน โดยไม่ได้รับงินประจำตำแหน่งและสิทธิประโยชน์ประจำตำแหน่ง นั้น

เพื่อให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ และเพื่อให้การปฏิบัติงานของข้าราชการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง อาศัยอำนาจตามข้อ 1 (ค) ของบัญชี ห้าท้ายคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 9/2562 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ.2562 มาตรา 87 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1011/ว 12 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2556 นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งจึงเห็นสมควรกำชับให้ พล.ต.ท.สรเชษฐ์ รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุ ดังต่อไปนี้ 1. ไม่กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ไม่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต ไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา ไม่ปฏิบัติราชการอันเป็นการกระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน ไม่อาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหาประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น ไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ ไม่ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ ไม่กระทำการอันเป็นการกลั่นแกล้ง กดขี่ ข่มเหงกันในการปฏิบัติราชการ ไม่ดูหมิ่น เหยียดหยามประชาชน

2. ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบ ของทางราชการ ด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ รักษาความลับของทางราชการ มีความสุภาพ เรียบร้อย รักษาความสามัคคี ช่วยเหลือการปฏิบัติราชการระหว่างข้าราชการด้วยกันและผู้ร่วมปฏิบัติราชการ

ทั้งนี้ ให้ข้าราชการดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แต่ให้งดการมอบหมายงานพิเศษและสำคัญ และหากมีกรณีไม่รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยต่อไป

นอกจากนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า มีสำนักนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งที่ 22/2563 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจมาปฎิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รายงานว่า พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. มีพฤติการณ์และการกระทำซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ในการอำนวยการยุติธรรม กระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการปฏิบัติราชการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นเหตุให้ราชการเสียหาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 24/2563 ลงวันที่ 21 ม.ค. 2563 แล้ว

เพื่อประโยชน์แก่การตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและเรื่องอื่นๆ ในมูลกรณีที่ประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ระหว่างตรวจสอบให้เป็นไปอย่างโปร่งใสมีความน่าเชื่อถือ และเพื่อให้เป็นที่ยอมรับแก่ประชาชนและผู้ร้องเรียน สมควรพิจารณาสั่งการให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงมตตา รอง ผบ.ตร. ไปปฏิบัติราชการ นอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

โดย พล.อ.ประยุทธ์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (4) แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 จึงมีคำสั่งให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงมตตา รอง ผบ.ตร. มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิม และให้ได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่มพิเศษและสิทธิประโยชน์อื่นใดไม่ต่ำกว่าที่ได้รับอยู่เดิม โดยเบิกจ่ายจากสังกัดเดิมทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นตันไปจนกว่าจะมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประการอื่น สั่ง ณ วันที่ 23 ม.ค.2563

ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยอมรับว่า การเสนอให้มีการโยกย้าย พล.ต.อ.วิระชัย นั้น เนื่องจาก ประเด็นการปล่อยคลิปเสียงสนทนาระหว่างตนเองกับ พล.ต.อ.วิระชัย ปมปัญหาการยิงรถ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์  เพราะเป็นปัญหาต่อเอกภาพขององค์กร โดยได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีมติเสนอโยกย้าย พล.ต.อ.วิระชัย ไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ถ้าอยู่เกรงจะเป็นอุปสรรคปัญหา

ส่วนกรณีการมีคำสั่งให้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค.2563 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า เพื่อความเหมาะสมเท่านั้น

ขณะที่วันเดียวกัน หุ้น ACE หรือ บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) ที่มี วิระชัย ทรงเมตตา (ถือหุ้น 22.43%) และคนในตระกูล ถือหุ้นกว่า 78% ปิดตลาดวันนี้ -1.12 เปลี่ยนแปลงไปถึง -25.93% 

ธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ ออกจดหมายชี้แจงกรณีดังกล่าวว่าการโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงใน สตช. ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากบุคคลนั้นไม่ได้เป็นผู้บริหารหรือกรรมการของบริษัทฯ หรือตัวแทนของบริษัทแต่อย่างใด

บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำ และธุรกิจอื่นที่สนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำ ข้อมูลจากเว็บไซต์ www.ace-energy.co.th ระบุอีกว่า มีโครงการโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วทั้งหมด 14 โครงการ จำนวนการผลิตติดตั้งรวม 212.18 เมกะวัตต์ โดยมีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างรอการพัฒนา จำนวนทั้งสิ้น 19 โครงการ มีพระนาย สุวรรณรัฐ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกรรมการบริษัท 

เรียบเรียงจาก โปลิศนิวส์ และเว็บไซต์บริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จำกัด

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์