กลุ่มอนุรักษ์ป่าฯเขาเหล่าใหญ่-ผาจันไดยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ ค้านต่อประทานบัตรเหมือง

ชาวบ้านค้านเหมืองหินปูนบุกยื่นหนังสือต่อผู้ว่าฯ และอุตสาหกรรมจังหวัด คัดค้านการรับจดทะเบียนต่ออายุประทานบัตรทำเหมืองหินปูนและโรงโม่หิน พร้อมขอข้อมูลการยื่นคำขอต่ออายุประทานบัตรและใบอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

20 พ.ค. 2563 วานนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า เวลา 10.30 น. ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ประมาณ 10 คน ได้เดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อยื่นหนังสือขอทราบข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการยื่นคำขอต่ออายุประทานบัตรและการขอเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติของ ธีรสิทธิ์ ตรีวัฒน์สุวรรณ ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู

และยื่นหนังสือขอคัดค้านการรับจดทะเบียนคำขอต่ออายุประทานบัตรที่ 27221/15393 ของธีรสิทธิ์ ตรีวัฒน์สุวรรณ ต่ออุตสาหกรรมจังหวัดหนองบัวลำภู โดยอมลวรรณ เปี่ยมชัยนันท์ นักวิชาการอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดหนองบัวลำภู และเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดหนองบัวลำภูเป็นตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัด ได้มารับหนังสือกับชาวบ้าน

สืบเนื่องจากกลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้รับหนังสือแจ้งจากอุตสาหกรรมจังหวัดหนองบัวลำภูว่า ทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดหนองบัวลำภูได้รับจดทะเบียนคำขอต่ออายุประทานบัตรที่ 27221/15393 ของธีรสิทธิ์ ตรีวัฒน์สุวรรณ ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบหลักฐานเอกสารประกอบการยื่นคำขอประทานบัตรนั้น

โดยเปี่ยม สุวรรณสนธ์ ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ได้กล่าวว่า “ชาวบ้านในพื้นที่มีความขัดแย้ง และได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองและโรงโม่หินมาตลอด 26 ปี และชาวบ้านยังได้คัดค้านอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการยื่นหนังสือคัดค้านต่อหน่วยงานต่าง ๆ การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่แสดงออกว่าคัดค้าน และตามแนวทางคำพิพากษาของศาลปกคลองเชียงใหม่ ระบุชัดเจนว่าการที่จะเข้าไปทำเหมืองแร่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ต้องมีการให้ข้อมูลกับชาวบ้านอย่างถูกต้องและครบถ้วน และหากมีปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ก็ไม่สามารถที่จะทำเหมืองได้”

และบัวลอง นาทา ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “การจัดประชุมสภา อบต.ดงมะไฟ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ที่ได้มีมติเห็นชอบให้บริษัทที่ขัดแย้งกับชาวบ้านเข้าใช้พื้นที่ป่าสงวนนั้น พบข้อพิรุธเป็นอย่างมาก และในตอนนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่จังหวัดได้ตั้งขึ้น ดังนั้นจึงไม่ควรถูกนำไปใช้ในการพิจารณาใด ๆ เพราะยังไม่มีการระบุว่ามติดังกล่าวเป็นการมีมติออกมาด้วยความถูกต้องและโปร่งใสหรือไม่”

อมลวรรณ เปี่ยมชัยนันท์ นักวิชาการอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ได้พยายามบ่ายเบี่ยงที่จะรับหนังสือจากชาวบ้าน โดยอ้างว่า ตนไม่มีอำนาจหน้าที่และให้ยื่นหนังสือกับคณะกรรมการตรวจสอบเอง ซึ่งทางชาวบ้านได้โต้แย้งว่า ชาวบ้านเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองหินปูนและโรงโม่หินมาตลอด และการอนุญาตให้ทำเหมืองแร่ก็เกี่ยวข้องกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดโดยตรง อุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบโดยตรงจะไม่เกี่ยวข้องได้อย่างไร และชาวบ้านก็มีสิทธิโดยชอบธรรมในการเข้าถึงข้อมูลการทำเหมืองในพื้นที่ชุมชน เพราะชาวบ้านเดือดร้อน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมคนดังกล่าวมีท่าทีอ่อนลงและยอมรับหนังสือจากชาวบ้าน

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดได้รับหนังสือจากชาวบ้าน และกล่าวว่า “จะรีบดำเนินการตามข้อร้องเรียนและจะทำการตอบหนังสือกลับไป”

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์