ศาลพิจารณาคดีบริษัทเหมืองฟ้องชาวบ้านขวางขนแร่ ทนายบริษัทขอเลื่อนอ้างไม่ได้เอาเอกสารยืนยันสิทธิมา

ศาลหนองบัวลำภูนัดพิจารณาคดีบริษัทเหมืองหินฟ้องชาวบ้านไม่ให้เข้ามารบกวนการขนแร่และที่ดินหลังจากที่ก่อนหน้านี้ศาลปกครองอุดรธานีเคยมีคำพิพากษาถอนใบอนุญาตทำเหมืองแล้ว ทนายของบริษัทธ.ศิลาสิทธิยืนยันว่ามีเอกสารสิทธิครอบครองและจ่ายค่าแร่หินปูนอยู่แต่ไม่ได้เอามาศาลด้วยขอเลื่อนพิจารณาไป 2 เดือน

10 ก.ค.2566 ที่ศาลจังหวัดหนองบัวลำภู มีนัดชี้สองสถานและกำหนดแนวทางคดีในคดีที่ธีรสิทธ์ ตรีวัฒนสุวรรณ เจ้าของบริษัท ธ.ศิลาสิทธิ จำกัดที่ทำธุรกิจเหมืองหินปูนเป็นโจทก์ฟ้องชาวบ้าน 3 คนและบริวารจากกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาสั่งไม่ให้ชาวบ้านรบวนการการครอบครองแร่และที่ดินรวมทั้งให้ฝ่ายโจทก์มีอำนาจในการขนย้ายแร่โดยไม่ถูกรบกวนโดยอ้างว่าโจทก์มีสิทธิตามกฎหมาย

ในการพิจารณาคดีครั้งนี้มีกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ประมาณ 50 คน พร้อมทนายความเดินทางมาเพื่อรวมการพิจารณาคดีครั้งแรกหลังจากเมื่อ 4 พ.ค.2566 ชาวบ้านได้รับหมายศาลที่ระบุว่าเจ้าของบริษัท ธ.ศิลาสิทธิเป็นโจทก์ ฟ้องชาวบ้าน 3 คน เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาโดยให้ปลดเปลื้องการรบกวนครอบครอง โดยให้โจทก์มีอำนาจขนย้าย รื้อสิ่งขัดขวาง รวมทั้งเครื่องขัดขวางออกไปจากที่ดิน ที่โจทก์มีสิทธิตามกฎหมาย ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องหรือยุ่งเกี่ยวกับที่ดินตามสิทธิของโจทก์

ทนายโจทก์และทนายจำเลยได้พูดคุยกับศาล โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่ บริษัทเหมืองหินที่เป็นโจทก์มีสิทธิในการครอบครองแร่โดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะหากพิจารณาคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด กองหินที่ได้มาหลังคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้นย่อมถือเป็นการได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ทนายโจทก์ยืนยันต่อศาลว่าโจทก์มีหลักฐานว่าบริษัทมีสิทธิครอบครองแร่โดยถูกต้อง มีใบอนุญาตขนแร่ มีเอกสารชำระค่าภาคหลวงแร่ ฉะนั้นบริษัทย่อมมีสิทธิที่จะนำแร่นั้นไปขายได้ แต่วันนี้ทนายโจทก์อ้างว่าไม่ได้นำเอกสารมาด้วย จึงขอเวลา 2 เดือน เพื่อนำเอกสารหลักฐานมาแสดงต่อศาล โดยศาลให้เลื่อนนัดได้เป็นวันที่ 11 ก.ย. 2566

ตัวแทนชาวบ้านกล่าวว่า การมาวันนี้เรามาด้วยความมั่นใจ เพราะการต่อสู้ของเราที่ผ่านมาเราทำถูกต้องตามกฎหมาย เราทำในที่สว่างตลอดมา หากมีการฟ้องร้อง เราพร้อมที่จะสู้คดีถึงที่สุด เพราะเราแค่ลุกขึ้นมาเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติให้กับลูกหลานของเรา แต่บริษัทมาแย่งชิงทรัพยากรของเรา และแย่งชิงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เราจะยอมเป็นไม่ได้

การขึ้นศาลครั้งนี้ถึงแม้บริษัทยืนยันในศาลว่าจะไม่ถอนฟ้อง แต่ไม่ใช่คำที่จะทำให้ชาวบ้านรู้สึกอ่อนไหวใด ๆ ต่อคำพูดนั้น เรายังยืนยันที่จะสู้อย่างมั่นคงเพราะการต่อสู้ของเราก้าวสู่สามทศวรรษแล้ว วันที่ 11 กันยายน 2566 ฝากติดตามการเคลื่อนไหวต่อสู้ของกลุ่มอนุรักษ์ฯอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์ทางคดีระหว่างชาวบ้านและบริษัทธ.ศิลาสิทธิ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2566 ศาลปกครองสูงสุดออกคำพิพากษามาว่าพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้เพิกถอนใบอนุญาตเอกชนเจ้าของเหมืองเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนป่าเก่ากลอยและป่านากลาง ต.ดงมะไฟ ให้เพิกถอนใบอนุญาตต่ออายุประทานบัตร เพื่อทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน เนื้อที่ 175 ไร่เศษ และวินิจฉัยว่า รายงาน EIA เหมืองหินปี 2543 ไม่สอดคล้องกับบริบทของชุมชน และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net
ข่าวรอบวัน
สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท