การสอนออนไลน์ ทดลองหรือสอนจริง ?

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

หลายเหตุการณ์หลังเปิดเรียนทางไกล ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ไม่ว่าจะเป็นความไม่พร้อมของผู้ปกครอง ความไม่พร้อมของผู้สอน แม้แต่ความไม่พร้อมของเนื้อหาที่นำเสนอที่มีความผิดพลาด รวมทั้งกระแสที่ถูกมองว่าเป็นการผลักภาระให้ผู้ปกครอง 

วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ในภาพรวมวันแรกของการทดลองจัดการศึกษาทางไกลผ่านโทรทัศน์ระบบดิจิทัล โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เว็บไซต์ และแอปพลิเคชั่น ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยนายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมในการแถลงข่าวด้วย

มีบางช่วงที่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงความกังวลของผู้ปกครอง พร้อมฝากถึงหลายฝ่ายที่มีข้อกังวลใจเรื่องเรียนออนไลน์ว่า ไม่ได้เป็นอย่างที่คนคิด การเรียนออนไลน์ เราคาดว่าเด็ก ม.4 ม.5 ม.6 คงต้องใช้อุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งเราก็สำรวจอยู่ ส่วนโรงเรียนอื่นๆ ถ้าโรงเรียนไหนมีความสามารถที่จะสอนออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องเรียนทางโทรทัศน์ ตนก็ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งเด็กคนที่เป็นข่าวอาจจะเป็นหนึ่งในเด็กที่อยู่ในโรงเรียนที่อยากจะสอนออนไลน์ก็ได้ ตนก็ไม่ทราบ แต่ตนให้อิสระกับผู้อำนวยการแต่ละโรงเรียนตัดสินใจแนวทางในการสอน โดยกระทรวงศึกษาธิการเพียงแต่เตรียมเป็นพื้นฐานไว้

สรุปได้ว่า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นฝนหลายวันที่ผ่านมา เป็นเพียงการทดลองระบบการเรียนการสอนออนไลน์ ผู้ปกครองไม่ต้องกังวล ส่วนการใช้จริงจะใช้เป็นการสอนเสริมให้กับนักเรียน ชั้น ม.4-ม.6 เท่านั้น ส่วนเด็กที่เป็นข่าวอาจจะเป็นหนึ่งในเด็กที่อยู่ในโรงเรียนที่อยากจะสอนออนไลน์ เพราะตนให้อิสระกับผู้อำนวยการแต่ละโรงเรียนตัดสินใจ

แต่ในทางดำเนินการ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04005/545 เรื่อง เตรียมความพร้อมจัดการเรียนการสอนทางไกลในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ลงนามโดย นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แจ้งให้โรงเรียนเตรียมจัดการเรียนการสอนทางไกล ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2563 ตั้งแต่ระดับชั้นปฐมวัย และประถมศึกษา และกำชับให้ครูออกเยี่ยมบ้านอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาให้พิจารณาตามความเหมาะสม พร้อมรายงานงานผลการปฏิบัติงานให้สำนักงานเขตพื้นที่ทราบสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ไม่มีข้อความใดในหนังสือฉบับดังกล่าวแจ้งว่า เป็นการทดลองสอน จึงทำให้ครูที่ได้รับคำสั่งปฏิบัติหน้าที่กันอย่างเต็มความสามารถ

ในขณะที่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าใครถูกใครผิด แต่ภาพเหตุการณ์ที่ผ่านมาคงทำให้ทุกคนมองเห็นและสรุปด้วยตนเองได้ มีหลายบอกว่า ในเวลานี้ รัฐมนตรี คงต้องเหนื่อยหน่อยกับการวิ่งไล่จับแพะ เพื่อที่จะหา “แพะ” มารับบาปให้ได้ หากไม่ต้องการหลุดจากเก้าอี้
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์