'ลูกบดินทรไม่อินเผด็จการ' ร้อง ผอ. ยกเลิกหมอบกราบเปลี่ยนเป็นการไหว้ ลงชื่อได้ถึงวันนี้ (8 ก.ค.)

กลุ่ม 'ลูกบดินทรไม่อินเผด็จการ' ส่งจดหมายถึง ผอ. ขอยกเลิกการหมอบกราบเปลี่ยนไปใช้การไหว้เพื่อแสดงความเคารพ ยอดศิษย์เก่า-ปัจจุบันลงชื่อสนับสนุนล่าสุด 1,040 รายชื่อ ร่วมลงชื่อสนับสนุนได้ถึงวันนี้ (8 ก.ค.)


ที่มา: เฟสบุ๊คแฟนเพจ 'ลูกบดินทรไม่อินเผด็จการ'

8 ก.ค. 2563 เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ที่ผ่านมา เฟสบุ๊คแฟนเพจ 'ลูกบดินทรไม่อินเผด็จการ' ได้โพสต์จดหมายที่จะยื่นต่อผู้อำนวยการ เรื่องขอให้มีการยกเลิกการสั่งบังคับหมอบกราบเพื่อแสดงความเคารพบุคคลและเปลี่ยนเป็นการไหว้ โดยให้เหตุผลไว้ 6 ข้อ ได้แก่ 1.)ความสะอาดโดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 2.)ความไม่สะดวกโดยเฉพาะนักเรียนหญิงที่ใส่กระโปรง 3.)การเคารพมีหลายรูปแบบ เช่น การไหว้ ไม่จำเป็นต้องเป็นการหมอบกราบ 4.)การหมอบกราบลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 5.)รัชกาลที่ 5 ทรงประกาศยกเลิกการหมอบกราบ 6.)การหมอบกราบในโรงเรียนไม่ได้เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมา พบว่าถูกนำเข้ามาปฏิบัติไม่ถึง 10 ปี 

ทั้งนี้ได้เปิดให้ทั้งนักเรียนปัจจุบันและนักเรียนเก่าลงชื่อสนับสนุนต่อข้อเรียกร้องดังกล่าวได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSffmdjljHZRROctGNZJglRIL2BwKmkk9SQ6TEH7cv13AAUrWQ/viewform จนถึงวันนี้ (8 ก.ค.)

ล่าสุดตัวเลขของผู้ลงชื่อสนับสนุนล่าสุดทั้งหมด 1,040 รายชื่อ เป็นนักเรียนปัจจุบัน 561 รายชื่อ และนักเรียนเก่า 479 รายชื่อ

 

4 กรกฎาคม 2563

เรื่อง ขอให้มีการยกเลิกการสั่งบังคับหมอบกราบเพื่อแสดงความเคารพบุคคลและเปลี่ยนเป็นการไหว้

เรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนบดินทรเดชร(สิงห์ สิงหเสนี)

สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. เอกสารรายละเอียดการประกาศยกเลิกธรรมเนียมการหมอบคลานกราบไหว้ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) จำนวน 1 ฉบับ

2.รายนามนักเรียนปัจจุบันและนักเรียนเก่าของโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ที่สนับสนุนการยกเลิกการสั่งบังคับหมอบกราบเพื่อแสดงความเคารพบุคคล จำนวน 1 ฉบับ

เนื่องด้วยโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) มีการสั่งบังคับหมอบกราบเพื่อแสดงความเคารพบุคคลทางกลุ่มลูกบดินทรไม่อินเผด็จการ นักเรียนปัจจุบันและนักเรียนเก่าโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ตามรายนามในเอกสารที่ได้แนบมา จึงขอให้ทางโรงเรียนยกเลิกการสั่งบังคับหมอบกราบเพื่อความเคารพบุคคลและเปลี่ยนเป็นการไหว้ โดยมีเหตุผลประกอบทั้งหมด 6 ประการ ดังนี้

1. เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้ยิ่งต้องคำนึงถึงเรื่องความสะอาดเป็นอย่างมากเพื่อป้องกันการติดเชื้อและการระบาดของโรค แต่การหมอบกราบจะต้องโน้มตัวและก้มศีรษะลงไปที่พื้น และมีการสัมผัสกับพื้นโดยตรง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นพื้นในสถานที่ใด ต่างก็เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและฝุ่นละออง การหมอบกราบทำให้นักเรียนต้องสูดดมและสัมผัสกับเชื้อโรคและฝุ่นละอองดังกล่าว

2. เนื่องด้วยสถานที่ที่ใช้เข้าแถวมีความคับแคบ และการหมอบกราบเพื่อแสดงความเคารพบุคคลนั้นจะต้องนั่งในท่านั่งพับเพียบ ซึ่งการปรับท่านั่งจากท่าขัดสมาธิเป็นท่าพับเพียบและการหมอบกราบลงไปทำให้นักเรียนเกิดความไม่สะดวก โดยเฉพาะนักเรียนหญิงที่ใส่กระโปรง

3. มีการแสดงความเคารพหลายรูปแบบโดยที่ไม่ต้องกดขี่นักเรียน เช่น การไหว้ มิใช่ว่ามีแต่การหมอบกราบเท่านั้นที่เป็นการแสดงความเคารพ

4. การบังคับหมอบกราบเป็นการลดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของนักเรียน ทั้งนักเรียนและครูอาจารย์ต่างมีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน การที่นักเรียนต้องหมอบกราบลงไปกับพื้นนั้นได้แสดงให้เห็นว่าครูได้ใช้อำนาจกดขี่นักเรียนเพื่อให้เคารพตนเอง อีกทั้งยังมีครูบางท่านไม่ยอมให้นักเรียนเลิกกราบจนกว่าตนเองจะพึงพอใจ โดยอ้างวัฒนธรรมและความสวยงาม

5. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงประกาศยกเลิกธรรมเนียมการหมอบคลานกราบไหว้ไปแล้วในอดีต โดยจะขอยกข้อความบางส่วนมา ดังนี้ “แลธรรมเนียมที่หมอบคลานกราบไหว้ในประเทศสยามนี้เหนว่าเปนการกดขี่กันแขงแรงนัก ผู้น้อยที่ต้องหมอบคลานนั้นได้ความเหน็จเหนื่อยลำบาก เพราะจะให้ยศแก่ท่านผู้ใหญ่ ก็การทำยศที่ให้คนหมอบคลานกราบไหว้นี้ไม่ทรงเหนว่ามีประโยชน์แก่บ้านเมือง แต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดเลย ผู้น้อยที่ต้องมาหมอบคลานกราบไหว้ให้ยศต่อผู้ที่เปนใหญ่นั้น ก็ต้องทนลำบากอยู่จนสิ้นวาระของตนแล้วจึ่งจะได้ออกมา พ้นท่านผู้ที่เปนใหญ่ ธรรมเนียมอันนี้แลเหนว่าเปนต้นแห่งการที่เปนการกดขี่แก่กันทั้งปวง เพราะฉนั้นจึ่งจะต้องละพระราชประเพณีเดิม ที่ถือว่าการหมอบคลานเปนการเคารพอย่างยิ่งในประเทศสยามนี้เสีย” และในสมัยก่อนการหมอบกราบนั้นเป็นการกระทำของผู้ที่เป็นทาส จึงมิควรนำมาใช้ในปัจจุบันให้ดูล้าหลังอีกต่อไป

6. มีการกล่าวอ้างว่าการหมอบกราบเพื่อแสดงความเคารพบุคคลเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานของโรงเรียนและเป็นประเพณีดั้งเดิมของโรงเรียน แต่จากการค้นหาข้อเท็จจริงพบว่าประเพณีนี้เป็นประเพณีที่ถูกนำเข้ามาปฏิบัติในโรงเรียนได้ไม่ถึง 10 ปี โดยมีการเริ่มปฏิบัติในปีการศึกษา 2556 เพราะฉะนั้นการหมอบกราบจึงไม่ใช่ประเพณีของโรงเรียนที่มีมาแต่ดั้งเดิมตามที่มีการกล่าวอ้าง

ทั้งนี้กลุ่มลูกบดินทรไม่อินเผด็จการ นักเรียนปัจจุบันและนักเรียนเก่าโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) มิได้ต่อต้านการแสดงความเคารพแต่อย่างใด เพียงแต่ต่อต้านการลดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และการกดขี่นักเรียนเท่านั้น

ด้วยความเคารพอย่างสูง

กลุ่มลูกบดินทรไม่อินเผด็จการ

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์