อัยการสูงสุดแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบกรณีสั่งไม่ฟ้อง 'บอส อยู่วิทยา'

อัยการสูงสุดแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง การพิจารณาสั่งไม่ฟ้อง 'บอส อยู่วิทยา' ทุกข้อหาเป็นไปตามระเบียบหรือไม่ ด้านโฆษก สตม.ยืนยัน ยังไม่เดินทางเข้าไทย

26 ก.ค. 2563 สำนักงานอัยการสูงสุด โดยนายประยุทธ เพชรคุณ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้เผยแพร่เอกสารข่าวว่า ตามที่ปรากฎข่าวทางสื่อมวลชนว่า พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ หรือ"บอส" อยู่วิทยา และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเห็นชอบแล้ว โดยสื่อมวลชนได้นำเสนอเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น

สำนักงานอัยการสูงสุดขอชี้แจงว่า เมื่อปรากฏข่าวดังกล่าวอัยการสูงสุด ซึ่งกำลังปฏิบัติราชการอยู่ในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 4 ในการประชุมสัมมนา ข้าราชการฝ่ายอัยการในเขตพื้นที่ภาค 4 จ.ขอนแก่น ระหว่างวันที่ 23-26 ก.ค. 2563 จึงทำการตรวจสอบและทราบว่า กรณีที่เป็นข่าวเป็นสำนวน ส.1 เลขรับที่ 107/2556 ของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรงเทพใต้ 1

ดังนั้น เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงปรากฎชัดว่าการสั่งสำนวนคดีดังกล่าวเป็นไปตามหลักกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่ และมีเหตุผลการสั่งพิจารณาคดีอย่างไร จึงมีคำสั่งทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ พิเศษ 2563 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบการพิจารณาสั่งคดีดังกล่าว โดยมี นายสมศักดิ์ ติยะวานิช รองอัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะทำงานและคณะทำงานอื่น รวมทั้งสิ้น 7 คน ทั้งนี้โดยให้คณะทำงานเร่งตรวจสอบเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงโดยเร็ว และเมื่อมีผลคืบหน้าประการใด จะได้แจ้งให้บุคลากรสำนักงานอัยการสูงสุดและประชาชนทราบโดยทั่วกัน

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 25 ก.ค. นายประยุทธ เปิดเผยว่านายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) เพิ่งทราบเรื่องการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ จากข่าวที่ปรากฏทางสื่อ เพราะอยู่ระหว่างตรวจราชการที่อัยการภาค 4 ทั้งนี้ อสส.สั่งการให้ตรวจสอบสำนวนคดีดังกล่าวแล้ว โดยหลักกฎหมายแล้วคดีที่อัยการการสั่งไม่ฟ้อง ไม่ตัดสิทธิ์ผู้เสียหายที่จะยื่นฟ้องเอง และกรณีที่คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการในกรุงเทพมหานคร ถ้าไม่ใช่คำสั่งของ อสส.ต้องเสนอสำนวนให้ ผบ.ตร.พิจารณาทำความเห็นแย้ง ถ้าตำรวจเห็นพ้องกับอัยการจึงจะเป็นคำสั่งเสร็จเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม กฎหมาย ป.วิอาญายังบอกว่า หากมีพยานหลักฐานชิ้นใหม่ สามารถสอบสวนและดำเนินคดีอีกได้ในอายุความ

โฆษก สตม.ยืนยัน 'บอส อยู่วิทยา' ยังไม่เดินทางเข้าไทย

พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 และ รอง โฆษก สตม. เปิดเผยว่า พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผบช.สตม. ในฐานะโฆษก สตม. ตรวจเช็คข้อมูลและการเดินทางเข้าออกบุคคลที่กำลังเป็นกระเเสถึงประเด็นดังกล่าว ซึ่งระบบตรวจคนเข้าเมืองนั้นเมื่อมีเอกสารหมายจับ ไม่ว่าเป็นผู้ใดจะต้องนำเข้าระบบฐานข้อมูลบุคคลต้องห้าม (blacklist) แต่เมื่อคดีสิ้นสุดแล้วและมีหนังสือให้ถอนหมายจับก็ต้องถอนออกจากระบบ

พล.ต.ต.สุรพงษ์ กล่าวว่า กรณีนี้ สตม.ได้รับหนังสือถอนหมายจับจาก สน.ทองหล่อ เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ทาง สตม. จึงได้ทำเรื่องถอนหมายจับออกจากระบบไปเมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดจากการตรวจสอบยังไม่พบว่านายวรยุทธ เดินทางกลับเข้ามาในไทย พบแต่ข้อมูลเดินทางออกไปนอกประเทศเมื่อวันที่ 25 เม.ย.2560 และยังไม่พบเดินทางกลับมาไทยอีก หากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป

“เมื่อคดีสิ้นสุดแล้วและมีหนังสือให้ถอนหมายจับมา เราก็ต้องถอนออกจากระบบ กรณีนี้ สตม.ได้รับหนังสือถอนหมายจับจาก สน.ทองหล่อ เมื่อวันที่ 14 ก.ค.”

ที่มาเรียบเรียงจาก: ผู้จัดการออนไลน์ | ไทยรัฐออนไลน์ | Thai PBS

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์