บ.เหมืองหินยอมขนย้ายเครื่องโม่ออกจากดงมะไฟ หลังชาวบ้านสู้ให้ปิดถาวรมานาน หวังเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว

ชาวบ้านยินดีบริษัทเหมืองหินยอมขนย้ายเครื่องโม่หินออกจากเหมืองแล้ว หลังพยายามต่อสู้เพื่อให้ปิดเหมืองหินถาวรนานหลายปี หลังจากนี้หวังให้ตำบลดงมะไฟได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ

เพจเหมืองแร่หนองบัวรายงานว่าวานนี้ (1 ก.ย.63) เวลาประมาณ 09.50 น. ที่ ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู หลังจากกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ชุมนุมที่หน้าทางเข้าเมืองหินปูนเข้าสู่วันที่ 20 ตัวแทนบริษัทผู้รับเหมาเครื่องโม่หินได้เดินทางมาประสานงานกับกลุ่มอนุรักษ์ฯ ที่ถนนทางเข้าเหมืองเพื่อเข้าไปขนเครื่องโม่หินกลับออกมาจากเหมือง หลังจากที่เมื่อ 31 ส.ค.ตัวแทนบริษัทผู้รับเหมาเครื่องโม่หินได้เข้ามาเจรจาเพื่อขอให้ขาวบ้านเปิดทางโดยในรายละเอียดการขนย้ายไปแล้วโดยระบุว่าจะมีรถเทรลเลอร์เข้ามาขนย้ายเครื่องจักจำนวน 4 คันและจะเสร็จสิ้นการขนย้ายภายใน 17.00 น.

เจรจาปิดเหมืองหิน 'ดงมะไฟ' เหลว-ชาวบ้านลั่นจะปิดเหมืองเอง

ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ จึงได้สอบถามกับตัวแทนบริษัทถึงจำนวนของรถและคนงานเข้าพื้นที่กี่คนและจะออกเวลาใด เนื่องจากทางชาวบ้านจะต้องย้ายเต็นท์ผ้าใบไปไว้ข้างทางและเก็บสัมภาระต่าง ๆ ออกไป ทางตัวแทนบริษัทฯ ได้แจ้งว่า น่าจะออกจากพื้นที่เวลา 17.00 น. โดยมีรถยนต์ของตนเอง 1 คัน รถยนต์ของช่างซ่อมบำรุงเครื่องโม่หิน 1 คัน และรถเทรลเลอร์อีก 3 คัน รวมเป็น 5 คัน เพื่อเข้าไปขนย้ายเครื่องโม่หินและอุปกรณ์ต่าง ๆ ออกมาเท่านั้น

เวลาประมาณ 10.00 น. ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้ร่วมกันเก็บข้าวของและย้ายเต็นท์ผ้าใบไปไว้ข้างทาง เพื่อเปิดทางให้รถยนต์ของตัวแทนบริษัทรับเหมาเครื่องโม่หิน 1 คัน เข้าไปยังพื้นที่เหมือง ตามที่ได้ตกลงกันไว้ ได้มีรถยนต์ของช่างซ่อมบำรุงเครื่องโม่หิน 1 คัน และรถเทรลเลอร์อีก 3 คัน เข้าไปในเหมือง เพื่อขนย้ายเครื่องโม่หินออกมา

ระหว่างที่รถเทรลเลอร์ขับผ่านถนนทางเข้าเหมืองที่ชาวบ้านกำลังชุมนุมอยู่นั้น ชาวบ้านได้ตะโกนพร้อมกันว่า “ปิดเหมืองหินและโรงโม่ ฟื้นฟูภูผาป่าไม้ พัฒนาดงมะไฟเป็นแหล่งท่องเที่ยว” เป็นระยะ ๆ

ต่อมาเวลาประมาณ 11.20 น. ได้มีรถยนต์ของบริษัทเดียวกันเพิ่มมาอีก 4 คัน เป็นรถยนต์ 3 คัน และรถเครน 6 ล้อ 1 คัน ทางชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ จึงไม่ยินยอมให้รถยนต์ทั้ง 2 คันดังกล่าวเข้าไป เนื่องจากไม่ได้มีการชี้แจงในการเจรจาว่าแต่เมื่อชาวบ้านไม่ยินยอมให้เข้า คนที่ขับรถเครนมาได้พูดไล่ชาวบ้านว่า “มาปิดถนนทำไมกัน รีบ ๆ ออกไปแล้วเปิดทางเดี๋ยวนี้” ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ชาวบ้านยืนยันว่า “ในเมื่อไม่ได้มีการเจรจาพูดคุยว่าจะนำรถยนต์ซ่อมเครื่องโม่และรถเครนเข้าไปด้วย ก็จะไม่เปิดทางให้เข้าไป แต่ถ้าจะเอาเข้าไปจริงต้องให้ตัวแทนบริษัทผู้รับเหมาเครื่องโม่หินมาชี้แจงให้ครบถ้วน เอาเข้าไปทำไม ขนอะไรบ้าง มีคนเข้าไปด้วยกี่คน ไหนบอกว่าจะไม่ใช้รถเครน”

จนกระทั่งเวลา 11.44 น. ตัวแทนบริษัทเครื่องโม่หินที่เป็นผู้มาเจรจากับชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ ก่อนหน้านี้ ได้เดินทางออกมาจากเหมืองเพื่อเจรจาขอให้ชาวบ้านเปิดทางให้รถทั้ง 4 คันเข้าไปในเหมืองด้วย โดยอธิบายว่าต้องเอารถเครนไปยกหางเครื่องโม่ขึ้นรถเทรลเลอร์ด้วยเพราะยาวกว่าตัวรถเทรลเลอร์และรถซ่อมบำรุงเพราะต้องใช้เครื่องมือซ่อมเครื่องโม่หิน ที่ไม่ได้แจ้งชาวบ้านก่อนเพราะไม่คิดว่าต้องใช้และยืนยันว่าจะออกจากพื้นที่เมืองภายใน 17.00 น. ทั้งนี้ชาวบ้านยินยอมให้รถเครนและรถซ่อมบำรุงเข้าไปได้เท่านั้นและย้ำว่ารถทั้งหมดต้องกลับออกมาตอน 17.00 น.เพราะต้องตั้งเต๊นท์ชุมนุมต่อ

เวลาประมาณ 14.38 น. ตำรวจ สภ.สุวรรณคูหา ขับรถมาจอดที่บริเวณถนนทางเข้าเหมือง และแจ้งกับชาวบ้านว่ารถขนเครื่องโม่หินกำลังจะกลับออกมา ชาวบ้านจึงตั้งแถวเพื่อรอตรวจสอบรถที่กำลังจะกลับออกมา และราว 20 นาทีต่อมา ขบวนรถขนเครื่องโม่หินจึงขับออกมาจากเหมือง ชาวบ้านจึงเรียกให้จอดเพื่อตรวจสอบขบวนรถว่ามีเพียงแค่เครื่องโม่หรือไม่และให้ตัวแทนบริษัทรับเหมาทำบันทึกรายละเอียดจำนวนรถที่เข้าไปขนเครื่องออกมา เมื่อชาวบ้านตรวจสอบเสร็จจึงเปิดทางให้และตะโกนว่า“ปิดเหมืองหินและโรงโม่ ฟื้นฟูภูผาป่าไม้ พัฒนาดงมะไฟเป็นแหล่งท่องเที่ยว” และ “เหมืองหินออกไป!”

สุนี อนุเวช ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้กล่าวถึงความรู้สึกว่า “รู้สึกโล่งอกเหมือนยกภูเขาออกจากอกและรู้สึกดีใจ เราต่อสู้ด้วยสองมือสองเท้าของเราเอง และเมื่ออายุประทานบัตรหมดจะทำการปิดเหมืองถาวร ฟื้นฟูเหมือง ฟื้นฟูความสัมพันธ์ของคนในชุมชนกลับคืนมาเหมือนเดิม เพราะเมื่อมีการทำเหมืองหินชาวบ้านก็ทะเลาะกัน แบ่งออกเป็นฝ่าย ๆ ถ้าไม่มีการทำเหมืองชาวบ้านจะได้กลับมาสามัคคีเหมือนเดิม”

สอน คำแจ่ม ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ ก็ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “ดีใจมากที่สุด เพราะใกล้จะสำเร็จ ใกล้จะชนะแล้ว ถ้าชนะเราจะทำการฟื้นฟูเหมืองต่อ เพื่อที่จะให้ตำบลดงมะไฟเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ ส่วนในเรื่องของศพกำนันทองม้วนก็จะนำขึ้นมาเผาและทำบุญอุทิศส่วนกุศล”

ศาลปกครองสูงสุดชี้ต่อประทานบัตรเหมืองหิน 'ดงมะไฟ' ไม่ชอบด้วยกฎหมาย-EIA ขาดการมีส่วนร่วม

กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่ศาลปกครองสูงสุด มีนัดฟังตุลาการศาลปกครองสูงสุดแถลงคดีที่ชาวบ้านฟ้องต่อศาลปกครองอุดรธานีตั้งแต่ปี 2555เพื่อให้ศาลมีคำสั่งหรือพิพากษาเพิกถอนหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 3 กันยายน 2563 และเพิกถอนใบอนุญาตต่ออายุประทานบัตรทำเหมืองแร่หินปูน ของบริษัท ธ.ศิลาสิทธิ จำกัด ที่ประกอบกิจการเหมืองแร่หิน ชนิดหินปูน เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง ซึ่งจะหมดอายุลงในวันที่ 24 กันยายน 2563 นี้

ในการแถลงของตุลาการผู้แถลงคดี แม้ว่าในส่วนการอนุญาตเข้าทำประโยชน์พื้นที่ป่าสงวนชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากเป็นไปตามระเบียบกนมป่าไม้ แต่ตุลาการได้มีความเห็นว่าการต่ออายุประทานบัตรให้กับบริษัท ธ.ศิลาสิทธิ จำกัด นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากไม่มีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(EIA) อย่างครบถ้วน และแม้ว่าคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ได้เสนอให้จัดทำกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อลดความขัดแย้งในพื้นที่ แต่ กพร. ยังมิได้ทบทวนการขอต่ออายุประทานบัตรแต่อย่างใด กลับอนุมติให้มีการต่ออายุประทานบัตร ทั้งๆ ที่ยังขาดกระบวนการการมีส่วนร่วมตามระเบียบข้อกฎหมาย ตุลาการผู้แถลงคดีเห็นว่าคำสั่งที่กระทรวงอุตสาหกรรมอนุมัติให้ต่อประทานบัตร ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์