'ประวิตร' ขอเพิ่มประสิทธิภาพปิดเว็บ - รมว.ดิจิทัลฯ โชว์ผลงานนำคำสั่งศาลส่งให้ ปอท.ฟ้องแพลตฟอร์มต่างประเทศ

พล.ประวิตร ติดตามผลการดำเนินงานกระทรวงดิจิทัลฯ ย้ำขอให้เพิ่มประสิทธิภาพการปิดกั้นเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมาย และดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดอย่างจริงจังและเปิดเผยให้สังคมได้รับทราบ ด้านรมว.ดิจิทัลฯ โชว์ผลงานนำคำสั่งศาลส่งให้ ปอท.ฟ้องแพลตฟอร์มต่างประเทศ เผยเฉพาะเดือน ต.ค. พบโพสต์เข้าข่ายกระทำผิด 324,990 URLs

29 ต.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) โพสต์ผ่านแฟนบุ๊คแฟนเพจ ‘พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์’ ว่า กระทรวงดิจิทัลฯ ทำจริง ทำแล้ว  ทำทันที โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้เร่งติดตามการกระทำความผิดในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และแก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งมีประชาชนช่วยแจ้งเข้ามาทางเพจอาสา จับตา ออนไลน์ ด้วยนั้น เฉพาะช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จากการตรวจสอบพบว่า มีการโพสต์เข้าข่ายกระทำผิด(ละเมิด)  324,990 URLs แบ่งเป็น Twitter 75,076 Facebook 245,678 และเว็บอื่น 4,236 URLs ซึ่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการติดตามตัว เฉพาะผู้โพสต์คนแรกที่นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เป็นอันดับแรก ก่อนจะทยอยติดตามดำเนินคดีกับผู้ที่แชร์ หรือรีทวิตข้อความที่ผิดกฎหมายในลำดับต่อไป

ส่วนที่กระทรวงฯ ได้นำคำสั่งศาล ส่งเรื่องให้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ดำเนินคดีกับแพลตฟอร์มต่างประเทศ ไปเมื่อวันที่ 24 ก.ย.2563 ที่ผ่านมานั้นเนื่องจากล่วงเลยกำหนดเวลา 15 วันตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 27 ให้ดำเนินการเอาผิดแพลตฟอร์ม ซึ่งข้อมูลการกระทำความผิดเป็น ช่วงตั้งแต่เดือน ส.ค. – ต.ค. 2563 พบว่า แจ้งแพลตฟอร์มต่างประเทศ ให้ทำการปิดกั้นหรือลบข้อมูลตามคำสั่งศาลไปทั้งหมด จำนวน 5,162 URLs แบ่งเป็น Facebook 3,750 URLs Youtube 1,031 URLs  Twitter 315 URLs และ เว็บอื่นๆ 66 URLs

โดย Facebook ทำการลบให้แล้ว 2,522 URLs คงเหลือ 1,228 URLs Youtube ลบให้ 1,019 คงเหลือ 12 URLs  Twitter ลบไปแล้ว 32 URLs คงเหลือ 283 URLs และเว็บอื่นๆ ลบให้ 38 URLs คงเหลืออีก 28 URLs ซึ่งทั้งหมดได้ส่งการแจ้งเตือนไปถึงแพลตฟอร์มต่างประเทศแล้ว หากเลยกำหนด 15 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอท. ก็ต้องแจ้งความดำเนินคดีกับแพลตฟอร์มต่างๆ ต่อไป

ประวิตรขอเพิ่มประสิทธิภาพการปิดกั้นเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมาย

ขณะที่วันเดียวกัน ผู้จัดการออนไลน์รายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมากระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน โดยพุทธิพงษ์ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงต้อนรับ โดยตอนหนึ่ง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า สืบเนื่องจากปัจจุบัน สื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทสร้างความขัดแย้งในสังคม การปลุกปั่นยั่วยุ และการแสดงออกอย่างไม่เหมาะสม กระทรวงดีอีเอสต้องมีบทบาทในการแก้ไขเรื่องดังกล่าว จึงขอให้กระทรวงดีอีเอส เพิ่มประสิทธิภาพการปิดกั้นเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมาย และดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดอย่างจริงจังและเปิดเผยให้สังคมได้รับทราบ นอกจากนี้ ขอให้ประสานและขอความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รวมถึงผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) ในประเทศ และแพลตฟอร์มต่างประเทศ

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์