เอกชนเข้าขนย้ายแร่ที่เหมืองจ.เลย อีกรอบ ชาวบ้านเจอแร่หนักเกินมา 20 ตันจากตอนเปิดประมูล

กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด จ.เลย ไม่ให้บริษัทเอกชนขนแร่ออกถ้าไม่ชี้แจงเรื่องสินแร่มีน้ำหนักเกินมา 20 ตันจากเดิมที่มีการประมูลขาย ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานจังหวัดแจงเกินมาไม่ถึง 10% สามารถขนย้ายได้ หลังเจรจาถกเถียงบริษัทจะจ่ายค่าภาคหลวงเพิ่ม 7 หมื่นกว่าบาทให้กับรัฐ

ขณะชาวบ้านเฝ้าดูการขนย้ายแร่ของบริษัท ไขนภา สตีล ปราจีนบุรี

19 ม.ค.2564ที่แยกกำแพงใจ หมู่บ้านนาหนองบง ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้านจังหวัดเลยจัดประชุมร่วมกับ มานิตย์ นวลพลับ หัวหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเมืองแร่ อุตสาหกรรมจังหวัดเลย ประยูร อรัญรุท นายอำเภอวังสะพุง สายพิรุณ วัฒนวงศ์สันติ ผู้อำนวยการสำนักบังคับคดีจังหวัดเลย และทองแดง ทองไหม ตัวแทนจาก ห้างหุ้นส่วนจำกัดไขนภา สตีล ปราจีนบุรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประชุมครั้งนี้เป็นการเจรจาหาข้อตกลงร่วมในการขนย้ายสินแร่รอบที่ 2 ที่บริษัทไขนภาทำการประมูลได้จำนวน 190 ถุง การหารือเป็นไปด้วยความตึงเครียด เนื่องจากรจนา กองแสน ตัวแทนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดฯ เพิ่งได้รับการจากแจ้งอุตสาหกรรมจังหวัดว่า แร่ที่จะทำการขนในวันนี้น้ำหนักเพิ่มมา 20 ตันจากเดิมที่มี 272.25 ตัน รจนายืนยันให้มีการชี้แจงและหาข้อสรุปไม่เช่นนั้นจะไม่ให้มีการขนแร่ในวันนี้

ทองแดง ตัวแทนของบริษัทฯ ชี้แจงกับชาวบ้านว่า แร่ที่เกินนั้นอาจจะเกิดจากความชื้นจากการเก็บแร่และน้ำหนักของกระสอบที่นำมาใช้ขน บริษัทไม่ได้มีการยักย้ายถ่ายเทแร่แต่อย่างไร

ขณะที่มานิตย์หัวหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมฯ ระบุว่า จำนวนแร่ที่เกินมานั้นถือว่าเกินมา 10% ตามหลักของอุตสาหกรรมจังหวัดถือว่าเกินมาในสัดส่วนที่ไม่มาก จึงได้เสนอจะเก็บค่าภาคหลวงจากสินแร่ที่เกินขึ้นมาเป็นเงิน 70,000 กว่าบาทจากไขนภา สตีลแทน

ขณะชาวบ้านเจรจากับไขนภาสตีล

ขณะที่กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดแย้งว่า หากมีการเก็บค่าภาคหลวงก็จะต้องมีการจ่ายค่าประมูลในส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นมาด้วยเพราะหากจ่ายแค่ค่าภาคหลวงอย่างเดียวเงินที่ได้ก็จะไม่ตกถึงชาวบ้านและเจ้าหนี้รายอื่นๆ ที่เป็นผู้เสียหายอย่างแท้จริง

ตัวแทนไขนภา สตีลแสดงอาการไม่พอใจต่อข้อเรียกร้องของกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด และยินยอมจ่ายแค่ค่าภาคหลวงเท่านั้น จะไม่มีการจ่ายเงินค่าประมูลเพิ่ม เพราะทางบริษัทประมูลเหมาเป็นจำนวนถุง 190 ถุง ไม่ได้ประมูลเป็นน้ำหนักของสินแร่

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาร่วมติดตามการขนย้ายแร่

ขณะที่สายพิรุณ วัฒนวงศ์สันติ ผู้อำนวยการสำนักบังคับคดีจังหวัดเลย ระบุว่าตามข้อกำหนดในเอกสารการประมูลว่าเป็นการประมูลแบบเหมาถุง 190 ถุง โดยไม่ได้ระบุน้ำหนักของแร่ในแต่ละถุง ทางกรมบังคับคดีไม่ได้สนใจน้ำหนักที่อยู่ในถุง แต่สนใจจำนวนถุงที่ขายเหมาให้กับบริษัทเอกชนไปจำนวน 190 ถุงเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานรายงานบรรรยากาศในที่ประชุมว่า เกิดการปะทะคารมกันระหว่างชาวบ้านและบริษัทเอกชนอยู่เป็นระยะๆ โดยกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดต้องร้องขอให้หน่วยงานรัฐช่วยหาแนวทางในการเจรจาด้วยหลังจากที่นิ่งเฉยและปล่อยให้ทั้งสองฝ่ายเกิดการเผชิญหน้ากัน

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ในที่สุดก็มีข้อสรุปร่วมกัน ด้วยการร่างบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ว่าจำนวนแร่ที่เกิดมาจากของเดิม 272.25 ตัน ไปอีก 20 ตัว และจำนวนที่เกินมานั้นบริษัทจะจ่ายเป็นค่าภาคหลวง 71,447.35 บาท และไม่จ่ายค่าประมูลเพิ่มตามที่ชาวบ้านร้องขอ

ต่อมากลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดได้ขอให้มีการตรวจน้ำหนักของสินแร่ที่จะทำการขนทีละถุง สร้างความไม่พอใจให้กับบริษัทและตะโกนใส่กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดฯ ด้วยความโมโห ก่อนที่จะเจรจาให้ทำการชั่งน้ำหนักแบบสุ่มตรวจได้ และให้ทำการขนย้ายอุปกรณ์และนำคนงานออกจากเหมืองทันทีหลังทำการขนสินแร่เสร็จ ซึ่งบริษัทยินดีดำเนินการตามก่อนที่บริษัทจะเริ่มทำการขนแร่อย่างเป็นทางการเมื่อเวลา 11.00 น.

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์