สิระเตรียมฟ้อง 112 ฝ่ายค้าน-ยื่นศาล รธน. ขวางอภิปรายไม่ไว้วางใจ ชี้เปิดโอกาสจาบจ้วงสถาบัน

สิระปรึกษาฝ่ายกฎหมาย เตรียมยื่นฟ้องมาตรา 112 ส.ส. ฝ่ายค้านที่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ชี้เปิดโอกาสให้ ส.ส. จาบจ้วงสถาบันกษัตริย์ในที่ประชุมสภา หากประธานสภาบรรจุวาระจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ ด้านเลขาธิการพรรคเพื่อไทยโต้ญัตติถูกต้องตามระเบียบ เป็นหน้าที่ฝ่ายค้านต้องตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำระวังไม่พูดเกินเลยอยู่แล้ว

29 ม.ค. 2564 สำนักข่าวไทย รายงานว่า สิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่าการประชุม 3 ฝ่ายเมื่อ 28 ม.ค. 2564 สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าไม่สบายใจกรณีที่ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจมีข้อความพาดพิงสถาบัน และรับว่าจะไปแก้ไข ซึ่งตนได้ขอบคุณ แต่หลังการประชุมสมพงษ์กลับตระบัดสัตย์ไม่แก้ไข ตามที่รับปากไว้กับประธานสภาผู้แทนราษฎร

สิระ กล่าวว่า กำลังให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาเพื่อจะยื่นฟ้องมาตรา 112 สมพงษ์และ ส.ส. ที่ลงชื่อในญัตติ เรื่องดังกล่าวผิดระเบียบข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชัดเจน ถ้าประธานสภาผู้แทนราษฎรบรรจุโดยไม่ดูข้อบังคับอย่างละเอียด ตนจะให้ฝ่ายกฎหมายดูว่าเรื่องนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และจะพิจารณาว่าจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยด้วยหรือไม่ เพราะเชื่อว่าขัด จึงต้องดูว่าฝ่ายกฎหมายของใครตีความถูกในเรื่องนี้ และจะคัดค้านจนไม่สามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจได้

“ท่านเป็นผู้นำฝ่ายค้านที่มีความซื่อสัตย์หรือไม่ คำพูดเชื่อถือได้หรือไม่ หากยื่นญัตติและบรรจุ คุณสมพงษ์จะสร้างประวัติศาสตร์ให้สภาฯ ที่เปิดโอกาสให้ ส.ส. จาบจ้วงสถาบันในที่ประชุมสภาฯ ดึงฟ้าลงมาต่ำ ดึงฟ้ามาเล่นการเมือง ฝ่ายค้านชุดนี้ดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ไปเกี่ยวกับการเมือง เคยดูหรือไม่ว่าสถาบัน ต้องไม่ยุ่งกับการเมือง ดึงมาทำไม ต้องการอะไร ถ้ายื่นและบรรจุในญัตติ ผมจะยื่นฟ้อง ไปตีความกัน วันนี้มีองครักษ์พิทักษ์สถาบันแล้ว แต่องครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรียังไม่เกิด ต้องไปดูและคุยกันว่ามีข้อเท็จจริงมีหลักฐานชัดเจนหรือไม่ในการอภิปราย ผมขอให้ลองไปถามฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทยดูว่ามีเงินหรืออะไรตกลงมาบ้างในการยื่นญัตติครั้งนี้” นายสิระ กล่าว

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านยืนยันจะอภิปรายพาดพิงสถาบันให้น้อยที่สุด นายสิระ กล่าวว่า ถ้าฝ่ายค้านไม่พูดไปตามที่ยื่นญัตติก็จะผิดอีก

สำนักข่าวไทยยังรายงานเพิ่มว่า ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้านไม่ขัดระเบียบข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หลังหารือชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และยืนยันว่าจะไม่แก้ไขญัตติ เพราะญัตติมีความสมบูรณ์แล้ว โดยตามระเบียบข้อบังคับการประชุมข้อ 69 ระบุไม่ให้สมาชิกกล่าวถึงพระมหากษัตริย์โดยไม่จำเป็น ซึ่งเชื่อว่าสมาชิกจะระวังเป็นพิเศษเพื่อให้บรรยากาศการอภิปรายเป็นไปได้ดี พร้อมขอให้ประธานสภาฯใช้ข้อบังคับโดยเคร่งครัด และ ขออย่าวิตกกังวลมาก

ส่วนกรณีที่สิระเตรียมจะยื่นฟ้องมาตรา 112 สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและ ส.ส. ที่ลงชื่อเสนอญัตติ และจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญด้วย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ญัตติของฝ่ายค้านถูกต้องและไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่า ส.ส. รัฐบาลยกเป็นประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่เสนอญัตติเช่นนี้ ประเสริฐ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทำหลายเรื่องเป็นที่สงสัย และเป็นหน้าที่ฝ่ายค้านที่จะตรวจสอบและทำให้กระจ่าง

“เราระวังกันอยู่แล้ว พูดเกินเลย ประธานก็ไม่ให้พูดอยู่แล้ว ผมไม่อยากให้ตีตนก่อนไข้ เราได้คุยในพรรคร่วมฝ่ายค้านแล้ว ขอให้อยู่ในกรอบข้อบังคับ ถ้าไม่จำเป็นอย่าไปกล่าวถึงสถาบัน” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าว

ทั้งนี้ ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ฝ่ายค้านยื่นต่อสภาระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ ไร้คุณธรรม จริยธรรม ไร้ภาวะผู้นำ ไร้จิตสำนึกและความรับผิดชอบ มีพฤติการณ์ฉ้อฉล ทุจริต ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตเพื่อสร้างความร่ำรวย มั่งคั่งให้กับตนเองและพวกพ้อง ท่ามกลางภาวะที่ประชาชนดำรงชีวิตอย่างยากลำบาก และมีการระบาดของโรคโควิด ๑๙ ยิ่งทำให้สภาพเศรษฐกิจดิ่งเหว

ทั้งหมดเกิดจากการบริหารที่ผิดพลาดของตนเอง มีการใช้อำนาจแลกผลประโยชน์ทำให้การทุจริตแพร่กระจายไม่ต่างจากโรคระบาด จนได้ชื่อว่าเป็นยุคที่การทุจริตเฟื่องฟู เบ่งบานมากที่สุด ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เปิดเผย ปกปิดการกระทำความผิดของตนเองและพวกพ้อง ไม่มีความรอบคอบ ระมัดระวังในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน ไม่รักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐ มุ่งประโยชน์แต่การสร้างความนิยมชมชอบให้กับตนเอง โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน กระทำการอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ สร้างความแตกแยกในสังคม ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์และทำลายผู้เห็นต่าง ปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนและสื่อมวลชน ปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนการพนันกระจายไปทั่ว ไม่ยึดมั่นและศรัทธาในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำลายและเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย ทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน นำสถาบันเป็นข้ออ้างเพื่อแบ่งแยกประชาชน แอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเกราะปิดบังความผิดพลาดล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินของตนเอง

ละเมิดหลักนิติรัฐ นิติธรรม และสิทธิมนุษยชน ทำลายระบบคุณธรรมในระบบราชการ แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม การบริหารราชการแผ่นดินของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม และกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์