'ก้าวไกล' ฟ้องกลับณฐพร - วรงค์ ฐานหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหาย 24 ล้าน - แกนนำกลุ่มไทยภักดี สวนย้อนแย้ง ไหนว่าคนอื่น 'เอากฏหมายมาปิดปาก'

ก้าวไกล ยื่นศาลอาญา ฟ้องกลับณฐพร - วรงค์ ฐานหมิ่นประมาท ให้ข้อมูลเท็จผิด พ.ร.ป.พรรคการเมือง ย้ำเป็นการปกป้องสิทธิพรรคการเมือง ชี้ ต้องทำเป็นแบบอย่าง ของคนพูดไม่คิด พร้อมเรียกค่าเสียหาย 24 ล้านบาท ซัดเป็นการทำลายสถาบันพรรคการเมือง ไม่เป็นตามระบอบประชาธิปไตย ด้าน 'วรงค์' สวนย้อนแย้ง ไหนว่า 'นิติสงครามบ้าง เอากฏหมายมาปิดปาก'

11 ก.พ.2564 ทีมสื่อพรรคก้าวไกล รายงานว่า ที่ศาลอาญารัชดา ณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลกเขต 1  ในฐานะกรรมการบริหารพรรค และณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขต 25 บางขุนเทียน ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล เดินทางมายังศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร โดยมี พิพัฒน์พงษ์ รุจิตานนท์ ทนายความเพื่อยื่นฟ้อง ณฐพร โตประยูร ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น โดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา และ ความผิดฐานแจ้งหรือกล่าวหาอันเป็นความเท็จว่าพรรคการเมืองกระทําความผิดกฎหมายพรรคการเมือง  (มาตรา 101 พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ. 2560) เเละยื่นฟ้องนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี ในความผิดฐานหมิ่นประมาท จากกรณีที่ทั้ง 2 คน ยื่นฟ้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) ให้ส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้สั่งยุบพรรคก้าวไกล ด้วยการให้ข้อมูลเท็จว่าพรรคก้าวไกลเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น

ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ในวันนี้พรรคก้าวไกลได้มอบหมายให้ตนพร้อมด้วยปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลกเขต 1  และณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขต 25 บางขุนเทียน ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพรรคก้าวไกลในการฟ้องคดีอาญาต่อจำเลยทั้ง 2 คน โดยแบ่งเป็น 2 คดี ในคดีเเรกคือยื่นฟ้องต่อนายเเพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ที่กระทำความผิดจำนวน 2 ครั้ง ในครั้งเเรกคือ เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2564 และครั้งที่สองเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2564 โดยข้อหาของการกระทำความผิดส่วนใหญ่นั้นเป็นเรื่องของการเเถลงข่าว เเละการนำเข้าข้อมูลของเฟสบุคส่วนตัวที่ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Warong Dechgitvigrom ซึ่งทั้งหมดนั้นมีข้อมูลที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพรรคก้าวไกล 

“พรรคก้าวไกล จำเป็นต้องปกป้องสิทธิเกียรติยศของพรรค และจำเป็นต้องปกป้องสมาชิกของพรรคที่ได้รับผลกระทบจากการให้ข้อมูลดังกล่าว กรณีของนายเเพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรมนั้น ข้อหาที่เกี่ยวข้องจะเป็นข้อหาความผิดที่เกี่ยวเนื่องกับการหมิ่นประมาท ตามมาตรา 326 ของประมวลกฎหมายอาญา ข้อหาตามมาตรา 328 ของประมวลกฎหมายอาญา โดยขั้นตอนเเละกระบวนการในวันนี้เราจะมีการฟ้องในเชิงคดีอาญา มีการเรียกค่าเสียทางเเพ่งจำนวน 24,062,475 บาท เเละเรียกร้องให้หยุดพฤติการณ์ที่จะก่อให้เกิดความเสียหาย“ 

ณัฐวุฒิ กล่าวต่อไปว่า ในคดีที่สองที่พรรคก้าวไกล ยื่นฟ้องต่อนายณฐพร โตประยูร กรณีที่อ้างว่าเคยเป็นที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งจะมีการตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง เเละในกรณียื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) ในลักษณะกล่าวหาว่าพรรคก้าวไกลมีการกระทำที่ละเมิดต่อกฎหมายคือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ( พ.ร.ป.พรรคการเมือง ) กรณีของนายณฐพรนั้น เราฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายที่เกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท เป็นการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานเเละข้อหาที่สำคัญอาจจะไม่เคยมีใครดำเนินการมาก่อน คือตามมาตรา  101 พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 คือข้อหาในลักษณะกล่าวหาพรรคการเมืองโดยตนเองรู้อยู่เเล้วว่าเป็นเท็จ ซึ่งเราเรียกเรียกร้องให้มีการหยุดการกระทำดังกล่าว เเละเรียกร้องค่าเสียหายทางเเพ่งจำนวน 24,062,475 บาท เช่นเดียวกัน 

ณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า พรรคก้าวไกลหวังว่า กรณีการฟ้องคดีนั้น เป็นการปกป้องสิทธิของพรรค เเละหยุดพฤติการณ์การกระทำดังกล่าว เเละเพื่อไม่ให้บุคคลทั้งสองไปกระทำการลักษณะเช่นนี้อีกกับบุคคลอื่นหรือพรรคการเมืองอื่น ซึ่งเป็นการทำลายสถาบันการเมือง ไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยที่มีการติชมข้อความที่เหมาะสม เเละถูกต้องต่างๆ วันนี้ตนทั้ง 3 คน จะเป็นตัวเเทนของพรรคในการฟ้องคดีต่อศาลโดยมิได้มีการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนก่อน เพราะเรามองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เเละขอให้ศาลเป็นที่พึ่งว่าจะพิจารณาเเละดำเนินการอย่างไรต่อไป

ทั้งนี้ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวต่อไปว่า กรณีที่พรรคก้าวไกลยื่นฟ้องเป็นความผิดทางคดีอาญา ในส่วนโทษจำคุกนั้นต้องให้ศาลเป็นผู้พิจารณาตามกระบวนการยุติธรรม โดยเราในฐานะผู้ถูกกระทำมีหน้าที่พิสูจน์ความจริง พิสูจน์ให้ศาลเห็นว่าเราได้รับผลกระทบจากกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่ากรณีความผิดฐานหมิ่นนั้น เมื่อวานนี้ ( 10 กพ. 64 ) พรรคก้าวไกลได้ยื่นแก้ไขกฏหมายที่เกี่ยวข้องเพราะเรามองว่าการเเสดงความเห็นที่ถูกต้องเหมาะสมสามารถกระทำได้ แต่ต้องไม่เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น โดยพรรคก้าวไกลหวังเเต่เพียงว่าจะได้รับความเป็นธรรมต่อกระบวนการยุติธรรมของศาล

รายงานข่าวระบุด้วยว่า หลังจากที่รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมคณะ เข้ายื่นคำร้องต่อศาล ปดิพัทธ์ สันติภาดา ในฐานะกรรมการบริหารพรรค ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ศาลรับคำร้องทั้ง2 คดี พร้อมนัดจำเลยไต่สวนมูลฟ้องครั้งเเรกในวันที่ 21 มิ.ย. 2564 โดยประทับคำร้องที่ฟ้องต่อนายเเพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ในคดีอาญาหมายเลข 307  / 2564 ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง ในวันที่ 21 มิ.ย. 2564 เวลา 09.00 น.  เเละคำร้องฟ้องต่อนายณฐพร โตประยูร ในคดีอาญาหมายเลข 308 / 2564 ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง ในวันที่ 21 มิ.ย. 2564 เวลา 13.00 น.  โดยหลังจากนี้ทางศาลจะมีการส่งสำเนาคำฟ้องไปยังจำเลยทั้ง 2 คน  เมื่อจำเลยรับคำฟ้องเเล้วก็จะเป็นกระบวนการในยื่นคำให้การต่างๆ โดยพยานจะเเบ่งเป็น 3 ส่วน คือ พยานเอกสาร พยานบุคคล คือพรรคก้าวไกล โดยทางฝ่ายกฎหมายของพรรคจะกลับไปหารืออีกครั้ง  เเละพยานบุคคลเเวดล้อมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรณีคดีทั้ง 2 คดี โดยการไต่สวนมูลฟ้องจะเป็นการตรวจสอบเเค่เบื้องต้นว่าคดีนี้มีมูลหรือไม่ เเละเมื่อศาลรับคดีอย่างเป็นทางการ ถึงจะมีการพิจารณาอีกครั้ง เเละเราหวังว่าเราจะได้รับความยุติธรรมจากศาลอาญาในการรับเเละพิจารณาคดีต่อไป

'วรงค์' สวนย้อนแย้ง ไหนว่า 'นิติสงครามบ้าง เอากฏหมายมาปิดปาก'

ด้าน วรงค์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ระบุว่า ตนรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ปกป้องมาตรา 112 และสถาบันเบื้องสูง แต่ถูกพรรคก้าวไกลฟ้องเป็นคดีอาญา และเรียกค่าเสียหายในทางแพ่ง จำนวนเงิน 24,062,475 บาท

"พวกคุณนี่ช่างย้อนแย้งเสียจริงๆ ตอนคนอื่นฟ้องพวกคุณ ก็กล่าวหาว่า นิติสงครามบ้าง เอากฏหมายมาปิดปากบ้าง ที่สำคัญ กฏหมายมาตรา 112 ก็ลดบทลงโทษเหลือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับแค่สามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ตอนพวกคุณฟ้องผม พวกคุณจะเอาผมตั้ง 24 ล้านบาท" วรงค์ โพสต์ พร้อมระบุว่า ตนไม่รู้สึกกลัวพวกคุณเลย กลับภูมิใจ พอมีคนทราบข่าวนี้ มีคนขอจองเป็นทนายให้ตนหลายคน ทั้ง ณฐพร โตประยูร ทั้งราเมศ รัตนเชวง และหัวหน้าฝ่ายกฏหมายไทยภักดี แต่ขอเตือนไว้นิด ระวังคดีจะเหมือน คดีเมย์เดย์เมย์เดย์เพราะโจทย์จะหนีจำเลย

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์