หลังบอร์ดอุทยานฯ มีมติปรับแนวเขต "ทับลาน" เฉือน 1.5 แสนไร่ให้ ส.ป.ก. กลุ่ม Land Watch THAI จับตาปัญหาที่ดิน ระบุ 1.5 แสนไร่ทับลานนี้ เรียกว่าเฉือนไม่ได้ แต่เป็นการแก้ปัญหาความผิดพลาดรัฐที่ขีดเส้นอุทยานฯ ทับที่ชาวบ้านที่อยู่มาก่อนในพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรให้ทำกินและอยู่อาศัยตั้งแต่ พ.ศ. 2519 ก่อนที่กรมป่าไม้จะประกาศตั้งอุทยานแห่งชาติทับลานขึ้นมา และขีดเส้นทับที่ ส.ป.ก. และที่ดินที่รัฐเคยจัดสรรให้ชาวบ้านอยู่ จนเกิดเป็นคดีบุกรุกป่าที่ชาวบ้านหลายคนถูกจับกุม การตีเส้นใหม่แนวเขตใหม่คือการ "คืนความถูกต้อง" ไม่ใช่การแจกป่า
17 มิ.ย. 2569 Land Watch THAI จับตาปัญหาที่ดิน เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2569 คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ประชุมพิจารณาเรื่องการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน จ.ปราจีนบุรี นครราชสีมา และ สระแก้ว ตามมติคณะรัฐมนตรี 14 มี.ค. 2566 จำนวน 265,286 ไร่ โดยการพิจารณาดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความทับซ้อน ระหว่างพื้นที่อนุรักษ์กับพื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชน
โดยพื้นที่เพิกถอน แบ่งเป็น 5 กลุ่ม คือ
กลุ่มที่ 1 พื้นที่ทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เนื้อที่ประมาณ 53,416 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. ดำเนินการ เนื่องจากประชาชนได้รับสิทธิตามกฎหมายแล้ว
กลุ่มที่ 2 พื้นที่โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคีตามมติคณะรัฐมนตรี ปี 2520 เนื้อที่ประมาณ 8,328 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. บริหารจัดการ
กลุ่มที่ 3 พื้นที่โครงการเพื่อความมั่นคง (พมพ. และ คจก.)ตามมติคณะรัฐมนตรี ปี 2535 เนื้อที่ประมาณ 87,500 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. ดำเนินการ โดยพื้นที่ที่ยังไม่ได้ออกเอกสาร ส.ป.ก. 4-01 ให้พิจารณาเป็น ส.ป.ก. แปลงรวมตามแนวทาง คทช.
กลุ่มที่ 4 พื้นที่ราษฎรนอกเขต ส.ป.ก. และนอกโครงการเพื่อความมั่นคง พื้นที่กลุ่มนี้มี เนื้อที่ประมาณ 109,420 ไร่ คณะกรรมการเห็นควรให้คงสถานะเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน โดยใช้มาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 เพื่อพิสูจน์สิทธิของประชาชนที่ครอบครองมาก่อนการประกาศอุทยานฯ ซึ่งมีการสำรวจไว้แล้วประมาณ 5,200 ราย และจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะไม่รอนสิทธิของประชาชนรายอื่นที่ประสงค์ขอพิสูจน์สิทธิ
กลุ่มที่ 5 พื้นที่ราชพัสดุสนามฝึกซ้อมรบ เนื้อที่ประมาณ 6,621 ไร่ เห็นควรเพิกถอนอุทยานแห่งชาติให้สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ในราชการทหาร
และในขณะเดียวกันเตรียมการขยายเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เนื้อที่ประมาณ 86,966 ไร่ โดยให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมป่าไม้ สำรวจความเหมาะสมในพื้นที่ขยายเพิ่ม
หลายคนเลยตั้งคำถามว่า ทำไมจู่ ๆ ถึงต้องมีการเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานกว่า 1.5 แสนไร่? นี่คือการ "เฉือนป่า" หรือไม่?
Land Watch THAI ระบุ หากย้อนดูไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์ จะพบว่าแท้จริงแล้วปัญหาไม่ได้เกิดจากชาวบ้านบุกรุกป่า แต่เกิดจากการ "ขีดเส้นแผนที่ทับซ้อนกัน" ของหน่วยงานรัฐในอดีตต่างหาก แล้วจะเรียกว่าเฉือนได้อย่างไร เพราะเมื่อมาย้อนดูกันจะพบว่า ปัญหามันซับซ้อนมาก
พ.ศ. 2519 - 2520 รัฐบาลในขณะนั้นมีนโยบายให้หน่วยงานรัฐ (กรมป่าไม้, ส.ป.ก., และหน่วยงานความมั่นคง) นำ "พื้นที่ป่าสงวนเสื่อมโทรม" (จากการให้สัมปทานตัดไม้จนเตียนโล่ง) มาจัดสรรให้ชาวบ้านทำกินและอยู่อาศัย เพื่อแก้ปัญหาความยากจนและเหตุผลทางความมั่นคง (เช่น โครงการหมู่บ้านไทยสามัคคี)
พ.ศ. 2524 กรมป่าไม้ประกาศตั้ง "อุทยานแห่งชาติทับลาน" ขึ้นมา แต่เส้นแนวเขตอุทยานฯ ที่ขีดขึ้นนั้น ดันไป "ทับซ้อน" กับพื้นที่ที่ ส.ป.ก. และหน่วยงานอื่นเคยจัดสรรให้ชาวบ้านอยู่ไปก่อนแล้ว ทำให้ชาวบ้านกลายเป็นผู้บุกรุกป่าโดยไม่รู้ตัว
พ.ศ. 2540 - 2543 รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาแนวเขตทับซ้อน โดยในปี 2543 กรมป่าไม้ร่วมกับชาวบ้านและหน่วยงานท้องถิ่น ได้เดินสำรวจ รังวัด และฝังหลักเขตใหม่ร่วมกัน ตามสภาพความเป็นจริง (แนวเขตปี 2543) เพื่อกันพื้นที่ชุมชนออกจากป่า
พ.ศ. 2545 มีการตั้ง "กรมอุทยานฯ" ขึ้นมาใหม่ และมีนโยบายให้กลับไปยึดเส้นแนวเขตเดิมปี 2524 (เส้นที่ทับซ้อน) นำไปสู่การจับกุมดำเนินคดีกับชาวบ้านครั้งใหญ่ในปี 2554 สร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก
จนกระทั่ง พ.ศ. 2566 - ปัจจุบัน รัฐบาลผลักดันโครงการ One Map เพื่อทำแผนที่ฉบับเดียวที่ทุกหน่วยงานยอมรับ โดย ครม. มีมติเมื่อ 14 มี.ค. 2566 ให้ ยึดแนวเขตที่สำรวจร่วมกันในปี 2543 เป็นหลัก
คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ได้รับเรื่องร้องเรียนจากมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และสมาคมอุทยานแห่งชาติ แสดงความกังวลต่อการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 เนื่องจากจะมีการเพิกถอนพื้นที่อุทยานเป็นจำนวนถึง 265,000 ไร่ และเรื่องร้องเรียนจากราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาพิพาทที่ดินแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดปราจีนบุรี สนับสนุนให้เร่งแก้ไขแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ ได้นำเรื่องเข้าสู่วาระพิจารณาจำนวน 2 ครั้ง ได้แก่ ในการประชุมครั้งที่ 35 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2567 และ ในการประชุมครั้งที่ 38 เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567
คณะกรรมาธิการฯ มองว่า กรมอุทยานฯ ละเลยการประกาศใช้แนวเขตปี 2543 ที่ทุกฝ่ายเคยตกลงกันไว้ ทำให้ปัญหาบานปลาย จึงเสนอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งรัดกรมอุทยานฯ ให้ปรับแนวเขตตามเส้นปี 2543 (ตามมติ ครม. 14 มี.ค. 2566) เพื่อยุติความเดือดร้อนของชาวบ้าน ส่วนเรื่องคดีความรุกป่านั้น เป็นเรื่องดุลพินิจของศาลที่ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน ไม่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาแนวเขตนี้
การปรับแนวเขตทับลาน ไม่ใช่การยกป่าสมบูรณ์ให้เอกชน แต่คือการ "แก้ความผิดพลาดของรัฐ" ที่ดันไปขีดเส้นอุทยานฯ ทับที่ดินที่รัฐเคยจัดสรรให้ชาวบ้านอยู่มาก่อน เพื่อคืนความถูกต้องและยุติปัญหาที่ยืดเยื้อมานานกว่า 40 ปี
ความจริงในทับลาน
1. พื้นที่ที่ถูกปรับลดแนวเขต (ประมาณ 1.5 แสนไร่) ไม่ใช่ป่าสมบูรณ์ แต่เป็นพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน และพื้นที่เกษตรกรรม ที่รัฐบาลในอดีตจัดสรรให้ประชาชนเข้ามาอยู่อาศัยเพื่อความมั่นคง (เช่น โครงการหมู่บ้านไทยสามัคคี หรือ ส.ป.ก.) ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2518 – 2520 ปัญหาคือ รัฐมาขีดเส้นประกาศตั้ง "อุทยานแห่งชาติทับลาน" ในปี พ.ศ. 2524 ซึ่งไป "ทับ" ที่ทำกินของชาวบ้านที่รัฐจัดสรรให้ไปก่อนหน้านี้แล้ว
2. การตีเส้นใหม่ คือการ "คืนความถูกต้อง" ไม่ใช่การแจกป่า การปรับปรุงแนวเขตในแผนที่ เป็นการ "กัน" พื้นที่ชุมชนเดิมออกจากเขตอุทยานฯ เพื่อแก้ความผิดพลาดของรัฐในอดีต ทำให้ชาวบ้านที่อยู่มาก่อนอย่างถูกต้อง ไม่ต้องกลายเป็น "อาชญากรบุกรุกป่า" และสามารถเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิรับเอกสารทำกิน (ส.ป.ก.) ได้ตามกฎหมาย การปรับแผนที่ครั้งนี้ คณะกรรมการอุทยานฯ ยืนยันแล้วว่า ไม่กระทบต่อสถานะมรดกโลก (กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่) ผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ยังคงได้รับการปกป้องดูแลอย่างเข้มงวดเช่นเดิม
หลายคนกังวลว่าแก้แผนที่แล้วนายทุนรีสอร์ตจะได้ประโยชน์? ข้อมูลระบุชัดเจนว่า การปรับแนวเขตนี้ให้สิทธิเฉพาะราษฎรในพื้นที่เป้าหมายเดิมเท่านั้น กลุ่มทุน เอกชน หรือผู้ที่บุกรุกป่าใหม่ จะไม่ได้รับสิทธิใด ๆ ทั้งสิ้น และยังคงถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
กรณีการปรับแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ไม่ใช่การ "เฉือนป่าสมบูรณ์ไปแจกนายทุน" อย่างที่หลายคนกังวล แต่คือการ "สางปมความผิดพลาดในอดีต" ที่รัฐขีดเส้นแผนที่ไปทับซ้อนที่ทำกินของประชาชนที่รัฐเองเป็นผู้จัดสรรให้อยู่มาก่อน คืนสิทธิและความเป็นธรรมให้ชาวบ้านดั้งเดิม ไม่ต้องเป็นอาชญากรบุกรุกป่าโดยไม่ตั้งใจ ดักทางกลุ่มทุนและผู้บุกรุกรายใหม่ เพราะรัฐยืนยันชัดเจนว่า ผู้กระทำผิดจะยังคงถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น ยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อกว่า 40 ปี ทำให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ไม่ต้องเสียเวลากับข้อพิพาทเรื่องแนวเขตอีกต่อไป และสามารถทุ่มเทสรรพกำลังไปกับการปกป้อง "ป่าทับลานของจริง" ให้เป็นมรดกโลกที่อุดมสมบูรณ์ต่อไปได้อย่างเต็มที่
