เชียงใหม่สั่งปิดอีก 19 สถานที่-ยกระดับควบคุม COVID-19 เรือนจำกลาง

 

โพสต์โดย ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจของจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ วันจันทร์ที่ 26 เมษายน 2021

 

26 เม.ย. 2564 คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่มีมติออกคำสั่งฯ ที่ 44/2564 เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีสาระสำคัญคือ ให้ปิดสถานที่ รวมทั้งสิ้น 19 ประเภท ประกอบด้วย 1 สถานบริการ สถานประกอบการฯ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ สถานประกอบกิจการ อาบน้ำ/อาบอบนวด 2 โรงมหรสพ โรงภาพยนตร์ โรงละคร 3 สวนน้ำ สวนสนุก 4 สวนสัตว์ 5 ลานสเก็ต โรลเลอร์เบลด 6 โต๊ะสนุกเกอร์ บิลเลียด โบว์ลิ่ง 7 ร้านเกม ตู้เกม ร้านอินเทอร์เน็ต 8 สระว่ายน้ำ 9 โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ (ยิม) ฟิตเนส 10 ที่จัดนิทรรศการ ศูนย์แสดงสินค้า และศูนย์ประชุม 11 พิพิธภัณฑ์ 12 ห้องสมุดสาธารณะ/ชุมชน/เอกชน 13 สถานรับเลี้ยงเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 14 สถานดูแลผู้สูงอายุ 15 สถานที่สัก-เจาะผิวหนัง/ร่างกาย 16 โรงเรียนสอนลีลาศ/เต้นรำ 17 ศูนย์พระเครื่อง สนามพระ ซุ้มพระเครื่อง 18 สนามแข่งขันทุกประเภท 19 ห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. ถึงวันที่ 10 พ.ค. 2564

นอกจากนี้คำสั่งฯ ฉบับที่ 44/2565 ยังกำหนดให้มี มาตรการควบคุมกิจกรรมเสี่ยงและจำกัดเวลาเปิดปิดสถานที่ รวม 5 กลุ่มกิจการ ได้แก่ 1 ควบคุมร้านอาหาร ให้สามารถนั่งกิน ดื่มในร้านได้ไม่เกิน 21.00 น. โดยห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้าน โดยที่ร้านอาหารสามารถเปิดขายอาหารและเครื่องดื่มได้ถึงเวลา 23.00 น. โดยให้นำกลับไปกินที่อื่น นอกจากนี้ยัง ห้ามจัดบริการอาหาร โดยให้ลูกค้าตักเอง หรือให้บริการแบบบุฟเฟ่ต์ 2 ให้ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า เปิดได้ถึงเวลา 21.00 น. 3 ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาดนัดกลางคืน ตลาดโต้รุ่ง ถนนคนเดิน ให้เปิดได้ไม่เกินเวลา 23.00 น. สำหรับร้านที่เปิด 24 ชั่วโมง ให้เริ่มเปิดอีกครั้งในเวลา 05.00 น. 4 ร้านเสริมสวย ตัดผม เปิดบริการได้เฉพาะ สระ ตัด ซอย แต่งผม และต้องไม่มีผู้นั่งรอในร้าน 5 สถานบริการควบคุมน้ำหนัก สถานเสริมความงาม เปิดให้บริการได้ โดยให้ยกเว้นการทำในส่วนใบหน้า และต้องไม่มีผู้รอในร้าน ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. ถึงวันที่ 10 พ.ค. 2564

ทั้งนี้คำสั่งฯ ฉบับที่ 44/2564 ยังให้ยกเลิกคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ที่ 37/2564 เรื่อง การปิดสถานบริการหรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ลงวันที่ 17 เม.ย. 2564 คำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ที่ 38/2564 เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 17 เมษายน 2564 โดยมีบทกำหนดโทษคือ ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การประชุมในวันนี้ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ยังให้ออกคำสั่ง ที่ 45/2564 ซึ่งเป็นการออกคำสั่งเพิ่มเติมคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 43/2564 ซึ่งบังคับให้ทุกคนต้องสวมหน้ากากเมื่อเข้าไปยังพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย โดยเพิ่มเติมในส่วนของนิยาม จากเดิมตามคำสั่งฯ ที่ 43/2564 พื้นที่ไม่ปลอดภัย หมายถึง พื้นที่ที่มีการพบปะผู้คน หรือ มีการรวมกลุ่มของผู้คน ได้แก่ ตลาด ห้างสรรพสินค้า ยานพาหนะสาธารณะ อาคารขนส่งผู้โดยสาร สถานีรถไฟ สนามบิน สถานที่ทำงาน และสถานที่สาธารณะต่าง ๆ โดยเพิ่มเติม สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (ร้านสปา ร้านนวดเพื่อสุขภาพ ร้านนวดเพื่อเสริมความงาม) สถานประกอบการนวดแผนไทย นวดฝ่าเท้า เป็นพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยซึ่งต้องสวมหน้ากากด้วยหากเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว

ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่าจังหวัดเชียงใหม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดน้อยลงเป็นวันที่ 2 ซึ่งเป็นผลมาจากความร่วมมือของประชาชนที่ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ในวันนี้ (26 เม.ย. 64) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 78 ราย รวมผู้ติดเชื้อสะสมในระลอกเดือนเมษายน 3,302 ราย เป็นผู้ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทุกแห่ง ทั้งโรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาลรัฐฯ โรงพยาบาลเอกชน และ Hospitel จำนวน 2,131 ราย  และรักษาหายแล้ว 1,171 ราย 

ทั้งนี้จากข้อมูลการออกคัดกรองในกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดในวันนี้ ได้คัดกรองไปแล้ว 2,659 ราย พบมีผู้ติดเชื้อ ร้อยละ 5.75 ซึ่งเมื่อพิจารณาความเสี่ยงการสัมผัสโรคพบว่าเกิดขึ้นในสถานบันเทิงลดลง แต่ในครอบครัวกลับเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 18.6 ในชุมชนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 11.4 และในสถานที่ทำงานเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 10.4 ในส่วนของคลัสเตอร์ที่ระบาดเป็นกลุ่มก้อนของจังหวัดเชียงใหม่ในวันนี้ไม่พบกลุ่มใหม่เกิดขึ้นมา สำหรับความก้าวหน้าของคลัสเตอร์ศูนย์ปฏิบัติธรรม พบว่าผู้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมด และระบาดไปยังครอบครัว รวมผู้ติดเชื้อในคลัสเตอร์นี้ 51 ราย ส่วนคลัสเตอร์ศูนย์เด็กเล็กฯ คลัสเตอร์งานศพที่อำเภออมก๋อย และคลัสเตอร์บริษัทขายตรง ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มแต่อย่างใด

ด้านนายแพทย์ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วยนายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมประชุมกับทีมจังหวัดเชียงใหม่นำโดยนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และผู้แทนจากเรือนจำกลางอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อหารือแนวทางการบริหารจัดการโรงพยาบาลสนามภายในเรือนจำกลาง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังพบมีผู้ต้องขังในเรือนจำกลาง ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะนำแนวทางของจังหวัดสมุทรสาครเป็นโมเดล ภายใต้มาตรการ Bubble & Sealed หรือมาตรการควบคุมโรคในพื้นที่ควบคุมเฉพาะ 
จากกรณีพบผู้ต้องขังที่มีการตรวจพบเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มผู้ต้องขังแรกรับเข้าระหว่างวันที่ 7-12 เม.ย. 2564 และต่อมาพบการระบาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในเรือนจำกลาง ซึ่งจากการสอบสวนโรคพบว่ากลุ่มนี้น่าจะมีผู้ต้องขัง 1 คน นำเชื้อเข้าไปและทำให้เกิดการระบาดในระหว่างการกักตัว ทั้งนี้การดูแลนักโทษที่มีการติดเชื้อในเรือนจำซึ่งอยู่ในที่จำกัดและมีจำนวนมาก จึงจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลในลักษณะพิเศษ จากการลงพื้นที่ติดตามพบว่ามีผู้ช่วยเหลืออยู่ในแดนผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด-19 ด้วย ขณะนี้จึงได้มีการปิด หรือ Sealed แดนผู้ต้องขังรับใหม่ พร้อมยกระดับมาตรการต่าง ๆ ในเรือนจำ และจะทำการปิดในแต่ละแดนต่อไป ให้คงเหลือไว้เฉพาะเจ้าหน้าที่บางกลุ่มที่ผ่านการตรวจประเมินแล้วว่าไม่พบเชื้อจึงจะสามารถให้ทำงานได้ โดยเป็นไปตามมาตรการ Bubble & Sealed เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนว่าจะสามารถจำกัดการระบาดเฉพาะในพื้นที่เรือนจำได้ และจะไม่มีการแพร่เชื้อออกมาสู่ภายนอก

นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเคยนำมาตรการ Bubble & Sealed มาใช้ในการหยุดการแพร่ระบาดในโรงงานที่จังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่าจากข้อมูลสถานการณ์ในจังหวัดเชียงใหม่พบว่าดีขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงเรื่อย ๆ และมีการบริหารจัดการภายในจังหวัดได้ดีมาก แต่จากกรณีที่พบผู้ติดเชื้อในเรือนจำก็เป็นบริบทเฉพาะที่อาจจะต้องมีการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุเจ็บป่วยและเสียชีวิตภายในเรือนจำ ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงได้มีความห่วงใยและส่งผู้เชี่ยวชาญลงมาให้คำปรึกษาการดำเนินงานในพื้นที่ ภายใต้มาตรการ Bubble & Sealed ซึ่งได้เคยนำมาตรการนี้มาใช้ที่จังหวัดสมุทรสาครที่เคยมีผู้ติดเชื้อกว่า 1 หมื่นราย จนทำให้สถานการณ์สงบและดีขึ้นเป็นลำดับ อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่าภายหลังจากที่เรือนจำกลางจังหวัดเชียงใหม่ได้ใช้มาตรการ Bubble & Sealed แล้ว สถานการณ์ภายในเรือนจำจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ 

ทั้งนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่าเฉพาะกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำกลางจังหวัดเชียงใหม่นั้น ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อเป็นผู้ต้องขังทั้งสิ้น 144 ราย และเจ้าหน้าที่เรือนจำ 2 ราย โดยจุดเริ่มต้นมาจากการรับผู้ต้องขังใหม่ประมาณ 80 รายในช่วงระหว่างวันที่ 7-12 เม.ย. 64 โดยแรกรับได้แยกให้อยู่ในพื้นที่เฉพาะเพื่อสังเกตอาการและคัดกรองหาเชื้อ พร้อมตรวจหาเชื้อ ทั้งนี้ ปรากฏพบผู้ติดเชื้อ 37 ราย ซึ่งจากการสอบสวนโรคเบื้องต้นพบว่าน่าจะมีผู้ต้องขังใหม่รายหนึ่งที่รับเชื้อเข้าและเป็นจุดเริ่มต้นของการแพร่ให้ผู้ต้องขังรายอื่น ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ได้ดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามภายในเรือนจำแล้ว โดยยืนยันว่ามาตรฐานการรักษาเหมือนโรงพยาบาลปกติทุกอย่างและสามารถควบคุมการแพร่ระบาดไม่ให้เล็ดลอดออกมาได้อย่างแน่นอน

 

ที่มาเรียบเรียงจาก ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจของจังหวัดเชียงใหม่ [1] [2] [3] | ผู้จัดการออนไลน์

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์