โควิดในเรือนจำ กับชีวิตเสี่ยงของผู้ต้องขัง "คืนสิทธิประกันตัวเดี๋ยวนี้ ก่อนจะมีใครตาย"

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

เนื่องจากวันนี้มีการจัดเสวนาที่หน้าศาลอาญา ทางมิตรสหายผู้จัดงานได้เชิญมา และดิฉันได้ปฏิเสธไปตั้งแต่เมื่อวานด้วยเหตุผลความจำเป็นส่วนตัวที่ไม่สามารถไปร่วมงานในช่วงเวลาค่ำได้ แต่เนื่องจากผู้จัดไม่สามารถแก้ไขโปสเตอร์งานได้ทัน จึงได้เผยแพร่ออกไปแล้ว ดิฉันก็รู้สึกต้องรับผิดชอบหากว่ามีใครคาดหวังว่าจะได้ฟังดิฉันพูดอะไรในงานเสวนานี้ ทั้งก็รู้สึกผิดอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วที่ตัวเองไม่สามารถไปร่วมงานได้ ก็เลยคิดว่าจะเขียนออกมาว่าถ้าไปงานเสวนาแล้วจะพูดอะไร 

แต่ปัญหาคือมันหมดใจและหมดแรงจะเขียนจะพูดแล้วจริงๆ 

ก็คุณคิดเหมือนดิฉันไหมล่ะคะ ว่าอันที่จริงชื่อหัวข้อของการเสวนาก็บอกทุกอย่างไปหมดแล้ว ไม่ควรต้องบอกต้องพูดอะไรกันให้ยืดยาวไปกว่านี้อีกแล้วโดยเฉพาะในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ว่า “คืนสิทธิประกันตัวเดี๋ยวนี้ ก่อนจะมีใครตาย”

แต่เราก็ยังจะต้องอุตส่าห์จัดเสวนา ต้องอุตส่าห์เชิญผู้เกี่ยวข้องและผู้พอจะมีความรู้ฐานะอันเกี่ยวข้องได้ มาพูดมาบอกมาอธิบาย แถมยังต้องมาเฝ้าบอกกันถึงหน้าเรือนชานของพื้นที่แห่งนั้นกันขนาดนี้ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะอะไร? เพราะเราต้องการให้แน่ใจว่าเขาจะฟัง ทั้งยังต้องให้แน่ใจว่าเขาจะได้ยิน มันสิ้นหวังกันถึงขนาดที่ต้องอาศัยการสื่อสารที่ทั้งอ้อมโลกทั้งเถรตรงในเวลาเดียวกันแบบนี้ เพื่อจะบอกในสิ่งที่สรุปออกมาอีกทีก็เหลือแค่สองประโยคอยู่ดี ว่า “คืนสิทธิประกันตัวเดี๋ยวนี้ ก่อนจะมีใครตาย” 

มันอาจจะเป็นคำพูดที่ฟังระคายหู แถมดูเข้าข่ายขู่แบล็คเมล์ทางศีลธรรมกันอยู่กลายๆ แต่นั่นก็เพราะว่าอะไรอย่างอื่นที่รื่นหูกว่านี้มันได้ถูกพูดถูกจารไปจนสิ้นแล้วโดยไร้ความหมาย อย่าให้ต้องบรรยายถึงชะตากรรมอันน่าอเนจอนาถของกองกระดาษ “คำร้อง” เหล่านั้นเลยค่ะว่ามันไปจบที่ตรงไหน คำร้องๆๆๆๆ อันยืดยาวไม่รู้กี่หน้าที่เขียนด้วยภาษาสูงอย่างภาษากฎหมาย  อรรถาธิบายตามหลักการทุกอย่างเท่าที่จะขนกันมาได้จากประดาประมวลวิธีพิจารณาความอาญายันข้อตกลงสิทธิมนุษยชนสากลศิวิไลซ์ ไม่มีขาดพร่องซึ่งความรู้จักกาลเทศะที่ต่ำที่สูงในการเจิมหัวเจิมท้ายด้วยคำสุภาพขั้นศิโรราบกราบเรียนใต้เท้าควรมิควรแล้วแต่จะโปรดทั้งหลาย สุดท้ายคำตอบที่ได้รับกลับมาอยู่ซ้ำซากคืออะไร คือวลีเลือดเย็นที่ทั้งสะท้อนการไม่ยอมใช้หลักเหตุผลปัญญา ทั้งหยาบมะนาวไม่มีน้ำที่สุดในกระบวนสำนวนภาษากฎหมาย ที่ว่า “ไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง” 
ไม่ว่าวลีนี้จะเคยมีฐานที่มารองรับก่อนหน้านี้มาอย่างไร แต่ดิฉันเสียใจที่จะต้องบอกว่า กระทั่งภาษากฎหมายก็ไม่อาจต้านทานเงื่อนไขของความมีชีวิตในตัวมันเองของ “ภาษา” ได้ บัดนี้วลีทางกฎหมายนี้ได้ลดฐานะมาเป็นคำแสลงสาธารณ์แห่งยุคสมัย ให้ผู้คนได้จดจำไว้ว่ามันคือตัวแทนของภาวะอับจนเพียงใดของอำนาจที่เคยอ้างความเป็นอิสระนักหนาอย่างอำนาจตุลาการไทย

และก็เลยทำให้ในวันนี้เราไม่เหลืออะไรจะพูดกับคนเหล่านี้ นอกจาก “คืนสิทธิประกันตัวเดี๋ยวนี้ ก่อนจะมีใครตาย” 

ในฐานะนายประกันธรรมดาคนหนึ่ง อย่าให้ดิฉันต้องมาสอนหนังสือสังฆราชสอนกฎหมายผู้พิพากษาเลยค่ะว่าสิทธิในประกันตัวคืออะไร เป็นแค่นายประกันก็ทำหน้าที่แค่นายประกัน คือหาทางสร้างหลักประกันอย่างที่ดีที่สุดจากความเสียสละร่วมแรงร่วมใจของราษฎรมหาศาลที่มอบฉันทะให้มาทำหน้าที่ยื่นให้  ไม่ขาดตกบกพร่องนัดหมาย พกสำเนาบัตร คัดสำเนาทะเบียนบ้านซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาพร้อมแสดงตัวพร้อมยื่นให้ตลอดสำหรับหน่วยงานศักดิ์สิทธิ์ที่เดียวในประเทศไทยแห่งนี้ที่ยังคงทำทุกอย่างบนฐานของสำเนาเอกสาร (เพราะเขามีเครื่องอ่านบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดไว้แค่ตอนตรวจค้นหรือตอนห้ามประชาชนเข้าศาล) 

แต่ก็ในฐานะนายประกันนั่นล่ะค่ะ ที่ทำให้ดิฉันได้เห็นชะตากรรมของผู้ต้องหาและจำเลยทั้งหลาย รวมทั้งครอบครัวของพวกเขา และเข้าใจได้ลำบากเหลือเกินแล้วว่าอะไรหรือที่เหนี่ยวรั้งมโนสำนึกของศาลไว้ไม่ให้เห็นในสิ่งที่ดิฉันและประชาชนทั้งประเทศเห็นอยู่เดี๋ยวนี้ ว่ามีประชาชนกำลังถูกละเมิดสิทธิตามกฎหมายอย่างซ้ำซากและร้ายแรงในนามของกฎหมาย ละเมิดเปิดเปิงไปจนถึงขนาดที่กำลังจะทำให้การสั่งไม่ให้ประกันคือการสั่งให้พวกเขาเข้าสู่หลักประหารอยู่รอมร่อนี้แล้ว

ดิฉันไม่อยากบรรยายถึงผู้ต้องหาแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร ไม่อยากปวดหัวใจกับการนึกถึงเขาแต่ละคนเหล่านั้น ความรักความผูกพันเป็นเรื่องส่วนตัวของใครของมัน ดิฉันไม่หวังและไม่ได้อยากจะต้องมารำพันเรียกน้ำตาใครให้ไหลจนต้องยอมให้ประกัน คุณไม่ต้องรักพวกเขาก็ได้ จะชิงชังก็ตามสบาย แต่กฎหมายไม่ได้อนุญาตให้คุณฆ่าพวกเขาตายในนามของการไม่ให้ประกัน ในนามของปรมาภิไธยนั้นที่คุณอ้างไว้

“คืนสิทธิประกันตัวเดี๋ยวนี้ ก่อนจะมีใครตาย” 

ดิฉันพูดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้วจริงๆ

เพิ่มเติม: แต่วิทยากรอีกสองท่านคือ อ.เบญจรัตน์ แซ่ฉั่ว ม.มหิดล และ อ.อดิศร จันทรสุข ม.ธรรมศาสตร์ ได้มีข้อคิดเห็นที่น่าสนใจมานำเสนอในวงเสวนาเดียวกัน สามารถรับฟังย้อนหลังได้ทางคลิปถ่ายทอดสดนี้  https://www.facebook.com/PeopleGoNetwork/videos/457286562198688/

ขอบคุณ อ.เบญจรัตน์ ที่ช่วยอ่านข้อเขียนนี้ของดิฉันให้ในวงเสวนา

ขอแสดงความนับถือคุณเลิศศักดิ์ที่อดอาหารพร้อมเพื่อนอยู่ที่หน้าศาลอาญาแห่งนั้น -- เริ่มต้น ณ วันนี้

 

ภาพปกจาก: ศิลปะปลดแอก Free-Arts 

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์