กิจกรรม "Light up Justice" หน้าศาลเรียกร้องศาลคืนสิทธิประกันตัวให้กับนักโทษการเมือง 

กิจกรรม "Light up Justice" เรียกร้องศาลคืนสิทธิประกันตัวให้กับนักโทษการเมืองที่ยังไม่มีคำพิพากษาว่ามีความผิด แต่กลับถูกคุมขังไว้และไม่ได้รับสิทธิประกันตัว

เมื่อวานนี้ (5 พ.ค.64) เวลาประมาณ 18.00 น. ที่หน้าศาลอาญา รัชดาฯ ประชาชนรวมตัวกันมาร่วมกิจกรรม "ยืน หยุด ขัง" และ "Light up Justice" ในเวลา 19.00 น. และกลุ่มเครือข่ายต่างๆ ผลัดกันขึ้นอ่านแถลงการณ์

เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม อ่านแถลงการณ์กล่าวถึงความตกต่ำในกระบวนการยุติธรรม ทั้งเพื่อนที่โดน ม.112 และไม่ได้สิทธิประกันตัว ตอนนี้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือของชนชั้นปกครอง ทั้งที่ศาลต้องเป็นของประชาน

เพื่อนที่อยู่ในเรือนจำต้องทนทุกข์ในเรือนจำ พริษฐ์ที่อดอาหารเพื่อเรียกร้องให้ศาลยืนอยู่ข้างประชาชนจนต้องเข้าโรงพยาบาลและจัสตินยังติดโควิดอีก

เครือข่ายคนรุ่นใหม่ฯขอเป็นกระบอกเสียงเรียกร้องให้ปล่อยเพื่อนและไม่มีเงื่อนไข ศาลต้องคืนสิทธิประกันและรับผิดชอบสิ่งที่ทำ และรัฐต้องยกเลิก 112 เพราะเป็นกฎหมายที่ทำลายสิทธิเสรีภาพ และหวังว่าพรุ่งนี้เพื่อนจะได้อิสรภาพคืน

ประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมนำรูปของคนที่ยังไม่ได้รับสิทธิประกันตัแสดงต่อผู้ที่ขับรถสัญจรผ่านมา

ตัวแทนกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอกอ่านแถลงการณ์ที่เตรียมมาเรื่องสิทธิประกันตัวเป็นสิทธิพื้นฐานที่ผู้ต้องหาพึงมี และผที่ถ฿กดำเนินคดีจะต้องถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ซึ่งถูกรับรองไว้ในกิติการะหว่างประเทศ กฎหมายไทยและรัฐธรรมนูญ แต่นักโทษการเมืองไทยกลับไม่ได้รับสิทธิเหล่านี้โดยเฉพาะในคดีมาตรา 112 จนทำให้เพื่อนๆ ในเรือนจำต้องอดอาหารประท้วงเรียกร้องสิทธิที่พึงมี ทางกลุ่มจึงเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ถูกดำเนินคดีเหล่านี้ 

"การเห็นต่างไม่ใช่สิ่งที่ผิดเราอยากเห็นประเทศไทย เป็นดั่งดินแดนที่น่าใฝ่ฝันจะมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่ดินแดนสิ้นหวังจนหลายคนเริ่มส่งเสียง ถึงการย้ายดินแดนประเทศที่เรียกตนเองว่าประชาธิปไตย ประชาชนต้องมีสิทธิและเสรีภาพอย่างแท้จริงในการแสดงออกทางความคิด" ตัวแทนกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอกกล่าว

ส่วนด้านบนสะพานลอยหน้าศาลอาญากลุ่ม "พลเมืองโต้กลับ" ที่ทำกิจกรรมยืนหยุดขังอยู่ พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ สมาชิกกลุ่มได้อ่าน "บทกวีถึงมหาตุลาการ" ของอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนที่แต่งไว้เมื่อ 10 กว่าปีก่อนที่กล่าวถึงบทบาทของศาลที่ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่เป็นเพียงลูกจ้างรัฐที่ได้เงินเดือนจากภาษีของประชาชน และเป็น 1 ใน 3 เสาหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นจึงต้องเป็นอิสระและถ่วงดุลอำนาจระหว่างกันลและต้องเป็นของประชาชน

จากนั้นเวลา 19.00 น.กิจกรรม "Light up Justice" เริ่มต้นขึ้น โดยผู้ที่มาร่วมได้นำดาวที่ทางผู้จัดแจกให้นำมาส่องไฟใส่ศาลเพื่อเป็นสัญลักษณ์ถึงกลุ่มนักโทษการเมืองที่แม้จะถูกดำเนินคดีและถูกคุมขังไว้แต่ก็ยังคงยืนยันสิทธิของตัวเองเหมือนแสงดาวที่ยังคงส่องสว่างอยู่ และกิจกรรมสิ้นสุดลง ในเวลาประมาณ 19.30 น.

สมาคมนักกฎหมายยื่น กต.ตั้งกรรมการสอบอธิบดีและรองอธิบดีผู้พิพากษาสั่งไม่ให้ประกันคดีม.112

จากการดำเนินคดีต่อกลุ่มแกนนำผู้ชุมนุมเเละผู้เข้าร่วมชุมนุมของรัฐนับตั้งเเต่ปี 2563 ตามรายงานของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในเดือนมีนาคม 2564 มีผู้ถูกดำเนินคดีอันเนื่องมาจากการเข้าร่วมชุมนุมเเละแสดงออกทางการเมืองอย่างน้อย 581 คน เป็นจำนวนทั้งสิ้น 268 คดี

อย่างน้อย 88 คนถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญาใน 81 คดี พริษฐ์ ชิวารักษ์ และปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล คือหนึ่งในแกนนำผู้ชุมนุมที่ถูกเเจ้งข้อหาตามมาตราดังกล่าวถึง 20 และ 9 คดี ตามลำดับ มาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญามีโทษสูงสุด 15 ปี พริษฐ์และปนัสยาจึงอาจถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิต

ศาลอาญา รัชดาภิเษก มีคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวพริษฐ์เเละปนัสยา 8 และ 4 ครั้ง ตามลำดับ นับเเต่ทั้งสองถูกสั่งฟ้องและไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวเมื่อวันที่ 9 ก.พ.2564 สำหรับพริษฐ์ และ 8 มี.ค.2564 สำหรับปนัสยา ทั้งสองถูกคุมขังในเรือนจำมาเเล้วทั้งสิ้น 79 วันเเละ 52 วัน โดยศาลอาญา รัชดาภิเษก ยังมิได้เริ่มกระบวนการสืบพยานเเละนับเป็นการคุมขังบุคคลที่ยาวนานที่สุดนับเเต่มีการชุมนุมประท้วงใหญ่ในเดือนกรกฏาคม เเละรัฐเริ่มใช้มาตรา 112 กลับมาดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมในเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกัน

พริษฐ์ได้เริ่มอดอาหารตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. 2564 และปนัสยา ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. 2564 โดยการอดอาหารเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมในสิทธิในการปล่อยชั่วคราว ซึ่งปัจจุบัน ตามข้อมูลของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมีผู้ถูกกล่าวหาด้วยมาตรา 112 อย่างน้อย 10 คนและข้อหาอื่นๆ อีก 17 คนไม่ได้รับสิทธิดังกล่าว และถูกคุมขังทั้งในชั้นสอบสวน ระหว่างรอสืบพยาน และระหว่างอุทธรณ์คดี

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์