ดัชนีสิทธิแรงงาน ITUC 2026 สหรัฐฯ ติดบัญชีเฝ้าระวัง-ฝรั่งเศสถูกปรับลดอันดับ
สมาพันธ์สหภาพแรงงานสากล (ITUC) เปิดเผยดัชนีสิทธิแรงงานโลกประจำปี 2026 (ITUC Global Rights Index) ระบุว่า สถานการณ์สิทธิแรงงานทั่วโลกกำลังเผชิญวิกฤตเชิงระบบและลุกลามเข้าสู่ประเทศระบอบประชาธิปไตยชั้นนำ โดยภูมิภาคยุโรปและอเมริกามีคะแนนเฉลี่ยย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดเก็บสถิติในปี 2014 รายงานระบุว่า สหรัฐอเมริกาถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มบัญชีเฝ้าระวัง (Watchlist) เนื่องจากมีการจำกัดสิทธิการเจรจาต่อรองร่วมและใช้ความรุนแรงต่อแรงงาน (ปัจจุบันสหรัฐฯ อยู่ในระดับ 4: มีการละเมิดสิทธิอย่างเป็นระบบ) ขณะที่ฝรั่งเศสถูกปรับลดอันดับลงจากระดับ 2 สู่ระดับ 3 ซึ่งเป็นคะแนนที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศ ผลจากการปราบปรามผู้นำแรงงานและจำกัดสิทธิการประท้วง
นอกจากนี้ อาร์เจนตินาและปานามาได้เข้าสู่รายชื่อ "10 ประเทศที่แย่ที่สุดสำหรับแรงงาน" เป็นครั้งแรก โดยอาร์เจนตินามีคะแนนดิ่งลงอย่างรวดเร็วจากระดับ 3 สู่ระดับ 5 ภายในเวลาเพียงสองปี สำหรับภาพรวมทั่วโลกพบว่า 72% ของประเทศต่างๆ ปิดกั้นแรงงานจากการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ขณะที่ 50% ของประเทศทั่วโลกมีการจับกุมหรือกักขังหน่วงเหนี่ยวแรงงาน และสถิติการใช้ความรุนแรงต่อแรงงานพุ่งสูงขึ้น 6% โดยทางเลขาธิการทั่วไปของ ITUC เน้นย้ำว่า ความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงขึ้นนี้เกิดจากการโจมตีระบอบประชาธิปไตยและการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนส่วนน้อย ซึ่งสหภาพแรงงานทั่วโลกจำเป็นต้องร่วมมือกันต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิและความปลอดภัยต่อไป
ILO เปิดฉากเจรจารอบสุดท้าย มุ่งกำหนดมาตรฐานแรงงานแพลตฟอร์มระดับโลก
องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เริ่มเปิดฉากการเจรจารอบสุดท้าย ณ นครเจนีวา เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 เพื่อกำหนดมาตรฐานการจ้างงานที่มีผลผูกพันทางกฎหมายฉบับแรกสำหรับกลุ่มแรงงานบนแพลตฟอร์ม เช่น บริการรถร่วมโดยสาร การจัดส่งอาหาร และอีคอมเมิร์ซ โดยสมาชิกของ ILO ตั้งเป้าที่จะบรรลุข้อตกลงและข้อเสนอแนะร่วมกันภายในสิ้นสัปดาห์หน้า ซึ่งข้อตกลงใดๆ ที่จะเกิดขึ้นจะต้องผ่านการเห็นชอบร่วมกันจากทั้ง 3 ฝ่ายในระบบของ ILO ได้แก่ ตัวแทนรัฐบาล ตัวแทนกลุ่มนายจ้าง และตัวแทนฝั่งแรงงาน
ประเด็นขัดแย้งหลักในการเจรจาคือ ขอบเขตการคุ้มครองขั้นพื้นฐาน เช่น ค่าแรงขั้นต่ำ สิทธิการรักษาพยาบาล การลาป่วย และสวัสดิการสังคม ว่าควรครอบคลุมแรงงานแพลตฟอร์มทั้งหมดหรือแยกตามสถานะการจ้างงาน รวมถึงประเด็นความโปร่งใสในการใช้ระบบอัลกอริทึมคำนวณค่าตอบแทนและการประเมินผลงาน ทั้งนี้ กลุ่มสหภาพแรงงานและองค์กรสิทธิมนุษยชนผลักดันให้มีข้อบังคับที่เข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทใช้ช่องว่างทางกฎหมายจัดประเภทแรงงานเป็นผู้รับจ้างอิสระเพื่อเลี่ยงการจ่ายสวัสดิการ ขณะที่กลุ่มนายจ้างและบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Uber เรียกร้องให้กรอบการทำงานนี้มีความยืดหยุ่น เพื่อให้แต่ละประเทศสามารถปรับใช้ตามบริบทและรักษาอิสระในการทำงานของแรงงานไว้ได้
ที่มา: Global Banking And Finance Review, 1/6/2026
รัฐบาลเนเธอร์แลนด์เตรียมคลอดกฎหมายใหม่ ลงโทษหนักนายจ้างโกงค่าแรงแรงงานข้ามชาติ
รัฐบาลเนเธอร์แลนด์กำลังร่างกฎหมายฉบับใหม่เพื่อลงโทษขั้นรุนแรงกับนายจ้างที่จ่ายค่าจ้างต่ำกว่ากฎหมายกำหนด โดยกฎหมายนี้จะผลัก "ภาระการพิสูจน์" (Burden of Proof) ไปที่ฝั่งนายจ้าง ซึ่งต้องเป็นผู้แสดงหลักฐานว่าได้จ่ายค่าแรงอย่างถูกต้อง หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ นายจ้างจะต้องจ่ายเงินชดเชยย้อนหลังให้แก่ลูกจ้างทันที ซึ่งในกรณีร้ายแรงที่สุดอาจต้องจ่ายชดเชยสูงถึงประมาณ 14,000 ยูโร (คำนวณจากระยะเวลาทำงาน 6 เดือน) มาตรการนี้มุ่งคุ้มครองแรงงานข้ามชาติในประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นหลัก ซึ่งมักเผชิญกับการเอารัดเอาเปรียบในเดือนมิถุนายน 2026 นี้
สำนักงานตรวจแรงงานเนเธอร์แลนด์ระบุว่า ปัจจุบันมีแรงงานข้ามชาติหลายพันคนได้รับค่าแรงต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำ (ประมาณ 15 ยูโรต่อชั่วโมง) เนื่องจากนายจ้างที่ทุจริตจงใจไม่บันทึกชั่วโมงทำงานที่แท้จริง ทำให้แรงงานไม่มีหลักฐานไปฟ้องร้อง และนายจ้างมักยอมจ่ายเพียงค่าปรับที่ถูกกว่ายอดเงินค่าแรงที่ติดค้าง กฎหมายใหม่นี้เป็นหนึ่งในข้อเสนอแนะของคณะกรรมการโรเมอร์ (Roemer Committee) หลังพบการกดขี่แรงงานข้ามชาติเป็นวงกว้าง ทั้งการให้ทำงานหนักแต่จ่ายเงินน้อย รวมถึงการบังคับให้อยู่ในที่พักสภาพย่ำแย่ ซึ่งทำให้แรงงานต้องพึ่งพานายจ้างเรื่องที่พักและเสี่ยงกลายเป็นคนไร้บ้านหากถูกเลิกจ้าง โดยรัฐบาลกำลังเร่งผลักดันมาตรการคุ้มครองสิทธิ์การเช่าที่พักอาศัยควบคู่กันไปด้วย
สหภาพแรงงาน IF Metall สวีเดน ปรับแผนเผชิญหน้า Tesla ส่งพนักงานกลับไปทำงาน ก่อนถูกให้กลับบ้านทันที
สหภาพแรงงาน IF Metall ในสวีเดน ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ในความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาเกือบ 3 ปีกับบริษัท Tesla โดยส่งพนักงานที่ร่วมประท้วงหยุดงานบางส่วนในเมืองมัลเมอ อุปซอลา และอูเมโอ ให้กลับเข้าทำงานเพื่อพิสูจน์คำกล่าวอ้างของ Tesla ที่เคยระบุว่าสมาชิกสหภาพสามารถกลับมาทำงานได้ตลอดเวลา ทว่าเมื่อพนักงานกลุ่มดังกล่าวเดินทางไปถึงโรงงาน กลับถูกปฏิเสธและสั่งให้เดินทางกลับบ้านทันที ซึ่งทางสหภาพประณามการกระทำนี้ว่าเป็นการต่อต้านสหภาพแรงงานขั้นรุนแรงและเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างยิ่งในตลาดแรงงานของสวีเดน
ชนวนเหตุของความขัดแย้งนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 จากการที่ Tesla ปฏิเสธที่จะลงนามในข้อตกลงร่วมเจรจาต่อรอง (Collective Agreement) ซึ่งถือเป็นเสาหลักสำคัญในโมเดลตลาดแรงงานของสวีเดนที่ช่วยค้ำประกันค่าจ้างที่เป็นธรรมและเงื่อนไขการทำงานที่เหมาะสม การเคลื่อนไหวของ IF Metall ในครั้งนี้ได้รับความสนับสนุนอย่างล้นหลามจากสหภาพแรงงานทั้งในประเทศและระดับสากล รวมถึงสมาพันธ์ IndustriAll Europe ที่ออกมาเรียกร้องให้ Tesla เคารพสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของแรงงานในการรวมกลุ่มและการเจรจาต่อรอง พร้อมทั้งเตือนว่าความขัดแย้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของบริษัทเดียว แต่เป็นการปกป้องระบบแรงงานสัมพันธ์เพื่อไม่ให้กลุ่มทุนข้ามชาติเข้ามาบ่อนทำลายมาตรฐานสิทธิ์แรงงานสากล
บริษัทจัดสวนนิวซีแลนด์ถูกสั่งปรับ-คืนเงิน หลังบังคับแรงงานข้ามชาติจ่ายเงินแลกงาน
สำนักงานความสัมพันธ์การจ้างงาน (ERA) ของนิวซีแลนด์ มีคำสั่งให้บริษัท 7 Solutions Limited (ดำเนินกิจการในชื่อ Auckland City Lawns) จ่ายเงินคืนเกือบ 45,000 ดอลลาร์สหรัฐให้แก่แรงงานข้ามชาติรายหนึ่ง หลังพบว่าบริษัทบังคับให้แรงงานคนดังกล่าวจ่ายเงินจำนวนนี้เพื่อแลกกับการจ้างงาน นอกจากนี้ ERA ยังสั่งปรับบริษัทเป็นเงิน 16,000 ดอลลาร์ และสั่งปรับผู้อำนวยการของบริษัทอีก 8,000 ดอลลาร์ โดยผู้อำนวยการจะต้องรับผิดชอบส่วนตัวในการชดเชยเงินจำนวน 44,750 ดอลลาร์คืนแก่แรงงานหากบริษัทไม่มีทรัพย์สินเพียงพอ
หน่วยงานตรวจสอบแรงงานระบุว่า พฤติกรรมของบริษัทเข้าข่ายการเอาเปรียบแรงงานข้ามชาติอย่างร้ายแรงและละเมิดกฎหมายคุ้มครองค่าจ้าง เนื่องจากแรงงานชาวอินเดียรายนี้ถูกสั่งให้โอนเงินผ่านคนกลางหลายกลุ่มตามคำสั่งของผู้อำนวยการเพื่อแลกกับการได้งานและวีซ่าพำนักในนิวซีแลนด์ ซึ่งถือเป็นการใช้ประโยชน์จากความเปราะบางของแรงงานข้ามชาติและความเหลื่อมล้ำทางอำนาจในความสัมพันธ์การจ้างงาน ทั้งนี้ แม้ฝ่ายนายจ้างจะอ้างว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินกู้ยืมภายในครอบครัว แต่ทาง ERA ได้ปฏิเสธข้ออ้างดังกล่าวหลังตรวจสอบหลักฐานอย่างละเอียด ทั้งบันทึกทางการเงิน ประวัติการสนทนาทาง WhatsApp และคำให้การของพยานที่ชี้ชัดว่าเป็นเงินกินเปล่าเพื่อแลกโอกาสการทำงาน
ที่มา: Radio New Zealand, 3/6/2025
สหภาพแรงงานโปรตุเกสหยุดงานประท้วงใหญ่ทั่วประเทศ
ภาคส่วนระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการนัดหยุดงานประท้วงใหญ่ทั่วประเทศ ในวันที่ 3 มิถุนายน 2026 ส่งผลให้บริษัทรถไฟแห่งชาติโปรตุเกส (CP) ต้องยกเลิกการเดินรถไปแล้วถึง 153 เที่ยว หรือคิดเป็นเกือบ 20% ของเที่ยวรถทั้งหมด ขณะที่ระบบรถไฟใต้ดินในกรุงลิสบอนและเมืองโปรโตเริ่มหยุดให้บริการตั้งแต่ช่วงดึกของคืนก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้สั่งการให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อให้บริการขั้นต่ำในระบบรถไฟ รถประจำทาง และรถไฟใต้ดิน เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนผู้สัญจร
ชนวนเหตุของการประท้วงใหญ่ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสมาพันธ์แรงงาน CGTP ได้ประกาศนัดหยุดงานเพื่อต่อต้านร่างกฎหมายปฏิรูปแรงงานของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีลูอิช มอนเตเนโกร (Luís Montenegro) เนื่องจากเดดไลน์การเจรจาร่วมสามฝ่ายสิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลงร่วมกัน และคณะรัฐมนตรีได้ส่งร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่สภาเพื่อพิจารณา ทั้งนี้ การนัดหยุดงานได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากสหภาพแรงงานหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาคบริการสาธารณะ (โดยเฉพาะกลุ่มสาธารณสุขและสถานศึกษา) ภาคการขนส่ง ฝ่ายการบิน และภาคพาณิชยกรรม ซึ่งถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่ต่อเนื่องมาจากการรวมตัวประท้วงใหญ่ของสองสมาพันธ์แรงงานยักษ์ใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา
ที่มา: The Portugal News, 3/6/2026
เวียดนามส่งแรงงานไปต่างประเทศทะลุ 5.3 หมื่นคนใน 5 เดือนแรก ญี่ปุ่น-ไต้หวันแชมป์รองรับสูงสุด
กระทรวงมหาดไทยเวียดนามเปิดเผยสถิติการส่งออกแรงงานในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2026 เวียดนามได้จัดส่งแรงงานไปทำงานต่างประเทศภายใต้สัญญาจ้างแล้วจำนวน 53,159 คน (เป็นแรงงานหญิง 3,930 คน) ซึ่งคิดเป็น 47.5% ของเป้าหมายตลอดทั้งปี โดยมีประเทศญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งที่รองรับแรงงานเวียดนามมากที่สุดจำนวน 24,030 คน ตามมาด้วยไต้หวัน 21,104 คน เกาหลีใต้ 3,217 คน และจีน 1,498 คน ทั้งนี้ ตลาดแรงงานญี่ปุ่นมีแนวโน้มเปิดรับแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นจากการขยายวีซ่าทักษะเฉพาะทาง (SSW) เป็น 19 สาขาอาชีพ และการเตรียมเปิดตัวโครงการพัฒนาทักษะแรงงานใหม่ในปี 2027
สำหรับสถานการณ์แรงงานภายในประเทศเวียดนามปัจจุบันมีกำลังแรงงานอายุ 15 ปีขึ้นไปราว 53.6 ล้านคน โดยมีอัตราการว่างงานในเขตเมืองอยู่ที่ 2.46% ซึ่งต่ำกว่าเพดานที่รัฐบาลกำหนดไว้ที่ 4% อย่างไรก็ตาม ความต้องการจ้างงานส่วนใหญ่กว่า 79% ยังคงเป็นกลุ่มแรงงานไร้ฝีมือ และกระจุกตัวอยู่เฉพาะในศูนย์กลางเศรษฐกิจและโครงการสำคัญระดับชาติ ขณะที่อุปทานแรงงานกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่ชนบท นอกจากนี้ รัฐบาลเวียดนามยังเฝ้าระวังแนวโน้มการจ้างงานที่อาจชะลอตัวลงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและปัญหาราคาน้ำมันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบให้โรงงานสิ่งทอและรองเท้าต้องลดชั่วโมงทำงานลง
รมว.แรงงานเกาหลีใต้ เรียกร้องให้บริษัทเทคโนโลยีแบ่งปันผลกำไรจากกระแส AI
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเกาหลีใต้ ได้ออกมาเรียกร้องให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของประเทศแบ่งปันผลกำไร โดยเตือนว่าผลประกอบการที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในภาคธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์อันเป็นผลมาจากกระแส AI อาจยิ่งซ้ำเติมปัญหาความเหลื่อมล้ำให้รุนแรงขึ้น
บริษัทชั้นนำที่ทำกำไรได้ทะลุเป้าหมาย ควรพิจารณาจัดสรรผลกำไรส่วนเกินเหล่านั้นให้แก่บริษัทคู่ค้า ผู้รับเหมาช่วง รวมถึงคนงานที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จ ทั้งนี้ การขับเคลื่อนดังกล่าวไม่ใช่แนวคิดแบบคอมมิวนิสต์ แต่เป็นการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนซ้ำเพื่อสร้างความยั่งยืนในระบบเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องร่วมกันเปิดเวทีสาธารณะเพื่อหารือถึงแนวทางจัดการผลกำไรส่วนเกินของภาคธุรกิจ และระดมสมองเพื่อหาทางแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเหมาะสม ซึ่งหนึ่งในทางออกที่เป็นไปได้คือการปรับเปลี่ยนราคารับซื้อสินค้าจากบริษัทคู่ค้าให้เป็นธรรมยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและสหภาพแรงงานในช่วงที่ผ่านมา ยังมีส่วนสำคัญในการช่วยผลักดันข้อตกลงด้านค่าจ้างและการจ่ายเงินโบนัสก้อนใหญ่ให้แก่คนงานในท้ายที่สุด
พนักงานสนามกีฬาสหรัฐฯ โหวตนัดหยุดงาน ประท้วงผู้บริหารก่อนเปิดฉากฟุตบอลโลก 2026
สหภาพแรงงาน UNITE HERE Local 11 ซึ่งเป็นตัวแทนของคนงานในสนามกีฬา SoFi Stadium ในสหรัฐอเมริกา มากกว่า 2,000 คน ได้ลงคะแนนเสียงอย่างล้นหลามถึง 96% เพื่ออนุมัติการนัดหยุดงานประท้วงในเดือนมิถุนายน 2026 นี้ หลังจากที่การเจรจาข้อตกลงฉบับใหม่กับบริษัทผู้บริหารสิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่สนามแห่งนี้จะถูกใช้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 โดยมีกำหนดการแข่งขันนัดเปิดสนามระหว่างทีมชาติสหรัฐอเมริกากับทีมชาติปารากวัยในวันที่ 12 มิถุนายน 2026 รวมถึงนัดการแข่งขันของทีมชาติอื่นๆ เช่น ตุรกี อิหร่าน สวิตเซอร์แลนด์ และเบลเยียม
กลุ่มพนักงานซึ่งประกอบด้วยพนักงานแคชเชียร์ พนักงานล้างจาน พนักงานครัว และพนักงานบริการอาหาร ยื่นข้อเรียกร้องหลักให้ FIFA สั่งห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (U.S. Immigration and Customs Enforcement - ICE) เข้ามาภายในบริเวณสนามแข่งขัน เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัยของแรงงาน และระบุว่าคนงานต้องมีสิทธิ์หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีหากเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาสร้างความหวาดกลัว นอกจากนี้ การประท้วงที่อาจเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการจัดการแข่งขัน เนื่องจากข้อกำหนดของ FIFA ที่ระบุว่าพนักงานทุกคนต้องผ่านการตรวจสอบประวัติล่วงหน้า ทำให้ทางสนามกีฬาไม่สามารถจัดหาแรงงานทดแทนเข้ามาทำงานได้ทันเวลา
เวียดนามเสนอบังคับแรงงานแพลตฟอร์มและพ่อค้าออนไลน์เข้าระบบประกันสังคม แรงงานอิสระหลายล้านคนกังวลภาระรายได้
สำนักงานประกันสังคมนครโฮจิมินห์เสนอให้แรงงานแพลตฟอร์มดิจิทัลต้องสมทบประกันสังคมภาคบังคับ มุ่งขยายความคุ้มครองระยะยาว แต่จุดชนวนความกังวลเรื่องรายได้ไม่แน่นอนและนิยาม "นายจ้าง" ที่ยังไม่ชัดเจน
สำนักงานประกันสังคมนครโฮจิมินห์ เสนอต่อคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ให้เพิ่มคนขับรถรับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันและผู้ขายสินค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเข้าไปในกลุ่มที่ต้องเข้าร่วมประกันสังคมภาคบังคับ โดยระบุว่าแรงงานกลุ่มนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและมีรายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ยังขาดความคุ้มครองทางสังคมระยะยาว อาทิ เงินบำนาญและเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิต
กลไกที่เสนอคือให้บริษัทแอปเรียกรถ ผู้จัดการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และแพลตฟอร์มการชำระเงินทำหน้าที่หักและนำส่งเงินสมทบรายเดือนแทนแรงงาน ซึ่งจะทำให้การจัดเก็บทำได้ง่ายขึ้นในทางปฏิบัติ
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้จุดชนวนความกังวลจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ประเด็นแรกคือรายได้ที่ไม่แน่นอน คนขับแอปต้องจ่ายค่าบริการแพลตฟอร์มสูงถึงร้อยละ 30 บวกกับค่าเชื้อเพลิงและค่าเสื่อมรถ ทำให้รายได้สุทธิถูกบีบอยู่แล้ว หากต้องสมทบประกันสังคมภาคบังคับเพิ่มอีก รายได้จะตึงตัวขึ้นอีก โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานพาร์ทไทม์หรือมียอดขายผันผวนตามฤดูกาล
ประเด็นที่สองคือการแบ่งรับผิดชอบเงินสมทบ ระบบปัจจุบันกำหนดให้นายจ้างจ่ายร้อยละ 21.5 และลูกจ้างจ่ายร้อยละ 10.5 รวมเป็นร้อยละ 32 ของเงินเดือน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างแพลตฟอร์มกับคนขับหรือพ่อค้าออนไลน์ไม่ใช่การจ้างงานแบบดั้งเดิม จึงยังไม่ชัดเจนว่าบริษัทแพลตฟอร์มมีหน้าที่ต้องร่วมจ่ายในส่วนของนายจ้างหรือไม่
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการขยายระบบประกันสังคมให้ครอบคลุมแรงงานดิจิทัลเป็นทิศทางที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังดำเนินการ แต่จำเป็นต้องออกแบบให้ยืดหยุ่นเพียงพอ โดยอัตราการสมทบ วิธีการเก็บเงิน และเกณฑ์การกำหนดรายได้ต้องสอดคล้องกับลักษณะงานของผู้ประกอบอาชีพอิสระ เพื่อให้การขยายความคุ้มครองทางสังคมไม่กลายเป็นภาระที่ซ้ำเติมคนทำงาน
คนทำงานบ้านในตุรกีเผชิญปัญหารอบด้าน ไร้สวัสดิการ-เสี่ยงอันตราย-ขาดความคุ้มครองทางกฎหมาย
สหภาพแรงงานแม่บ้านทำความสะอาด (İmece-Sen) เปิดเผยสถิติว่า มีผู้หญิงในประเทศตุรกีประกอบอาชีพแม่บ้านทำความสะอาดสูงถึงประมาณ 1 ล้านคน ทว่ามีผู้ที่อยู่ในระบบและได้รับสวัสดิการประกันสังคมเพียง 170,000 คนเท่านั้น เนื่องจากปัญหาระบบการจ้างงานนอกระบบ และทัศนคติของสังคมที่มองว่างานทำความสะอาดไม่ใช่อาชีพที่แท้จริง ส่งผลให้แรงงานส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น เงินชดเชยการว่างงาน ค่าจ้างวันหยุด และบำนาญ นอกจากนี้ กฎหมายแรงงานของตุรกียังคุ้มครองเฉพาะผู้ที่ทำงานมากกว่า 10 วันต่อเดือน ทำให้นายจ้างมักจงใจหลีกเลี่ยงการทำประกันภัยรายวันให้แก่ลูกจ้าง
นอกเหนือจากการถูกกดค่าแรงและไร้สวัสดิการแล้ว แรงงานแม่บ้านยังต้องเผชิญกับสภาพการทำงานที่ย่ำแย่และการคุกคามทางเพศ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่มักถูกนายจ้างยึดหนังสือเดินทาง ยิ่งไปกว่านั้น ความปลอดภัยในสถานที่ทำงานยังเป็นวิกฤตสำคัญ หลังเกิดเหตุการณ์คนงานพลัดตกจากตึกสูงเสียชีวิตหลายราย ซึ่งองค์กรพัฒนาเอกชนด้านความปลอดภัยในสถานที่ทำงานมองว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของนายจ้าง ทางสหภาพแรงงานจึงพยายามเรียกร้องให้รัฐบาลตุรกีร่วมลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยงานบ้านของ ILO เพื่อยกระดับสิทธิ์และความปลอดภัยให้เท่าเทียมกับอาชีพอื่น
ที่มา: InsideTurkey.org, 7/6/2026
ครูซูดานกว่า 11,000 คน นัดหยุดงานประท้วงใหญ่ทวงค่าจ้างค้างจ่าย
ครูผู้สอนมากกว่า 11,000 คน จากทั้งหมดราว 12,000 คนในรัฐคัสซาลา ทางตะวันออกของประเทศซูดาน ร่วมกันนัดหยุดงานประท้วงส่งผลกระทบให้โรงเรียนมากกว่า 800 แห่งต้องหยุดการเรียนการสอน โดยการประท้วงครั้งนี้มีอัตราการเข้าร่วมสูงกว่า 95% ทั่วทั้งรัฐ และในหลายพื้นที่พนักงานเข้าหยุดงานเต็ม 100% การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากกลุ่มผู้ให้การศึกษาต้องเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ซึ่งตกต่ำลงอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่เกิดสงครามกลางเมืองในเดือนเมษายน 2023 และผู้นำคณะกรรมการครูในท้องถิ่นยังได้ถูกหน่วยงานความมั่นคงเรียกตัวไปพบหลังจากประกาศเจตจำนงในการประท้วง
กลุ่มผู้ประท้วงระบุว่า พวกเขาตัดสินใจนัดหยุดงานหลังจากหมดความเชื่อมั่นในคำสัญญาของรัฐบาล เนื่องจากทางการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเดิมที่เคยรับปากไว้ในการประท้วงเมื่อปีที่ผ่านมา สำหรับข้อเรียกร้องหลักในครั้งนี้ประกอบด้วย การจ่ายเงินส่วนต่างของเงินเดือนที่ค้างชำระย้อนหลังไปจนถึงปี 2023 เงินค่าเบี้ยเลี้ยงวันหยุดค้างจ่ายสะสมนาน 4 ปี ค่าเครื่องแต่งกาย รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างค่าจ้างให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปี 2025 และ 2026 ทั้งนี้ ตัวแทนครูได้เตือนว่าหากรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการยังคงเพิกเฉย ทางกลุ่มจะยกระดับด้วยการขยายเวลานัดหยุดงานและรวมตัวปักหลักประท้วงที่หน้ากระทรวงต่อไป
ที่มา: Sudan Tribune, 7/6/2026
ผลสำรวจชี้พนักงานสูญเสียคนรัก ขาดการดูแลจากหัวหน้างาน
ผลสำรวจกลุ่มผู้ใหญ่ที่ทำงานและกำลังอยู่ในช่วงไว้อาลัยจากการสูญเสียคนรักในอังกฤษ จำนวน 1,154 คน พบว่า แรงงานที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักถึง 42% ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารในระดับที่จำกัดมาก และอีก 26% ไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ เลยจากนายจ้าง นอกจากนี้ 80% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า ภาระในการจัดการงานเอกสารและพิธีกรรมต่างๆ หลังการเสียชีวิตส่งผลกระทบต่อการทำงานโดยตรง ขณะที่ 32% ประสบปัญหาขาดสมาธิในการทำงานอย่างรุนแรง และพนักงานราว 41% จำเป็นต้องใช้วันลาเพิ่มหรือขอลดชั่วโมงทำงานนอกเหนือจากสิทธิ์วันลาไว้อาลัยปกติ
ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคลและองค์กรด้านการเยียวยาความสูญเสียในสหราชอาณาจักรหลายแห่ง ร่วมกันเสนอแนะว่า แผนกบุคคล (HR) ควรปรับมุมมองใหม่ว่าความเศร้าโศกไม่ใช่เรื่องระยะสั้นที่เยียวยาได้ด้วยการให้วันลาเพียงไม่กี่วัน แต่เป็นประสบการณ์ของมนุษย์ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน สุขภาวะ และความมั่นคงในจิตใจระยะยาว องค์กรจึงควรสร้างวัฒนธรรมที่ปลอดภัยในการเปิดอกคุ้นเคยเรื่องความสูญเสีย จัดอบรมให้หัวหน้างานมีความยืดหยุ่นและเห็นอกเห็นใจ รวมถึงเสนอมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม เช่น การปรับลดภาระงานชั่วคราว การจัดหาช่องทางให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา และบริการช่วยจัดการด้านเอกสารมรดกเพื่อช่วยลดความเครียดและป้องกันภาวะหมดไฟของพนักงาน
แรงงานสนามกีฬาและโรงแรมในสหรัฐฯ ขู่ประท้วงใหญ่ช่วงฟุตบอลโลก จี้ขึ้นค่าแรง-คุ้มครองสิทธิ์
สหภาพแรงงาน UNITE HERE ได้ออกมาเตือนถึงความขัดแย้งด้านแรงงานและการประกาศนัดหยุดงานประท้วงที่อาจเกิดขึ้นในหลายเมืองเจ้าภาพของสหรัฐอเมริกา ในช่วงก่อนการเปิดฉากแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ในเดือนมิถุนายน 2026 โดยกลุ่มพนักงานในสนามกีฬา SoFi Stadium ในเมืองลอสแอนเจลิส บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับบริษัทผู้รับเหมา Legends Global แล้วหลังจากการโหวตหนุนประท้วงสูงถึง 96% ทว่าทางสหภาพแรงงานระบุว่าพนักงานยังมีสิทธิ์ตามสัญญาที่จะหยุดงานทันทีหากพบว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง (ICE) เข้ามาคุกคามความปลอดภัยของแรงงานข้ามชาติ ขณะที่พนักงานโรงแรมในเมืองซีแอตเทิลและฟิลาเดลเฟียได้ตั้งเส้นตายการประท้วงในวันที่ 12 มิถุนายน 2026 เพื่อเรียกร้องข้อตกลงที่เป็นธรรม
กลุ่มพนักงานบริการอาหาร พนักงานทำความสะอาด และพนักงานต้อนรับในเมืองเจ้าภาพต่าง ๆ ร่วมกันเรียกร้องขอปรับขึ้นค่าแรงมากกว่า 30 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงเพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพและค่าน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงมาตรการคุ้มครองแรงงานข้ามชาติจากการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐ และขอสิทธิ์การเข้าถึงประกันสุขภาพตลอดทั้งปี นอกจากนี้ กลุ่มสิทธิพลเมืองยังได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกระทรวงยุติธรรมของรัฐแคลิฟอร์เนีย เกี่ยวกับนโยบายของ FIFA ที่บังคับให้คนงานต้องเปิดเผยข้อมูลการย้ายถิ่นฐานเพื่อแลกกับการเข้าทำงานในช่วงการแข่งขัน ซึ่งสร้างความกดดันและความวิตกกังวลให้แก่แรงงานเป็นอย่างมาก
สหภาพแรงงานตรินิแดดฯ ยื่นหนังสือจี้นายกฯ ขอเจรจาปมสั่งห้ามประท้วงใกล้สถานที่สำคัญ
กลุ่มสหภาพแรงงานอิสระก้าวหน้า (Progressive Independent Trade Unions) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ 13 สหภาพแรงงานในประเทศตรินิแดดและโตเบโก ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อขอเข้าพบอย่างเร่งด่วนในเดือนมิถุนายน 2026 โดยมีข้อเรียกร้องให้ทบทวนข้อบังคับภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน (State of Emergency - SoE) ที่สั่งห้ามทำกิจกรรมชุมนุมประท้วงในรัศมี 500 เมตรจากสถานที่สำคัญที่รัฐกำหนดไว้ 15 แห่ง ซึ่งทางตัวแทนสหภาพแรงงานที่นำโดยประธานสมาคมครูรวมตรินิแดดและโตเบโก (Trinidad and Tobago Unified Teachers’ Association - TTUTA) ชี้ว่ามาตรการดังกล่าวไม่มีความสมเหตุสมผลในทางปฏิบัติและจำกัดสิทธิ์การเป็นตัวแทนคนงานอย่างรุนแรง
ทางกลุ่มสหภาพแรงงานย้ำว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เป็นการโจมตีรัฐบาลหรือต่อต้านมาตรการรักษาความปลอดภัยในภาพรวม และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชน ทว่าข้อจำกัดเรื่องระยะห่างในการประท้วงเป็นคำสั่งที่ขาดการหารือร่วมกันล่วงหน้าและอาจบ่อนทำลายสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย จึงต้องการเปิดเจรจาเพื่อหาข้อตกลงร่วมกันที่เป็นธรรม อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรียังคงยืนกรานปฏิเสธที่จะอ่อนข้อ โดยระบุว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดและข้อจำกัดการประท้วงใกล้พื้นที่อ่อนไหวนั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติในสภาวะฉุกเฉิน
ที่มา: Trinidad & Tobago Guardian, 10/6/2026
คนทำงานภาคสาธารณสุขดีอาร์คองโกเผชิญวิกฤตสู้ภัยอีโบลา ไร้ค่าตอบแทน-ขาดแคลนอุปกรณ์
คนทำงานภาคสาธารณสุขในดีอาร์คองโกต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักท่ามกลางความเสี่ยงสูงในวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียว (Bundibugyo) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ยังไม่มีวัคซีนหรือการรักษาที่ได้รับการรับรอง โดยมีศูนย์กลางการระบาดอยู่ที่เมืองม็องบวาลู ในจังหวัดอิตูรี ซึ่งเป็นแหล่งทำเหมืองทองคำที่มีประชากรแออัดและขาดระบบสุขาภิบาลที่ดี ส่งผลให้เกิดการแพร่เชื้อในชุมชนอย่างรวดเร็ว โดยสถิติในเดือนมิถุนายน 2026 พบผู้ติดเชื้อสะสมแล้ว 488 ราย และมีผู้เสียชีวิต 86 ราย ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างยูแกนด้าพบผู้ติดเชื้อแล้ว 19 ราย
ผู้อำนวยการแพทย์ประจำโรงพยาบาลม็องบวาลู (Mongbwalu General Referral Hospital) เปิดเผยว่า บุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืนโดยแทบไม่ได้รับค่าตอบแทนหรือเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล ซ้ำยังต้องเผชิญกับการขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันขั้นพื้นฐาน เช่น หน้ากากอนามัย ถุงมือ และรองเท้าบูท เนื่องจากปัญหาระบบสาธารณสุขที่ขาดการลงทุนมานานหลายปี ทว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศแผนงบประมาณ 518 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อควบคุมโรคแล้ว แต่การทำงานในพื้นที่ยังคงยากลำบากจากปัญหาความขัดแย้งและการโจมตีของกลุ่มกบฏ
ที่มา: The Chief Leader, 10/6/2026
สหภาพวิศวกรภาครัฐในควิเบค แคนาดา หยุดงานประท้วงแบบไม่มีกำหนด จี้เพิ่มงบประมาณพิเศษ
ที่แคนาดา สมาคมวิศวกรวิชาชีพแห่งรัฐควิเบก (Professional Association of Quebec Government Engineers - APIGQ) ซึ่งเป็นสหภาพแรงงานอิสระที่เป็นตัวแทนของวิศวกรภาครัฐจำนวน 1,900 คน ได้เริ่มมาตรการนัดหยุดงานประท้วงระลอกใหม่แบบไม่มีกำหนด โดยจะหยุดงานทุกวันพฤหัสบดี รวมถึงช่วงเย็นและวันหยุดสุดสัปดาห์ พร้อมทั้งรวมตัวประท้วงที่หน้าอาคารรัฐสภาควิเบก หลังจากสัญญาจ้างงานร่วมได้หมดอายุลงตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2023 และการเจรจาเพื่อต่ออายุสัญญาฉบับใหม่เผชิญกับภาวะชะงักงันเนื่องจากยังไม่มีการกำหนดวันหารือร่วมกันระหว่างทั้งสองฝ่าย
กลุ่มวิศวกรซึ่งปฏิบัติงานหลักในกระทรวงคมนาคม กระทรวงสิ่งแวดล้อม และกระทรวงความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเฉพาะภาคส่วน (Sector-specific Budget) เพิ่มเติม นอกเหนือจากข้อเสนอการปรับขึ้นเงินเดือนปกติที่ 17.4% ในระยะเวลา 5 ปี โดยประธานสหภาพแรงงานระบุว่า ท่ามกลางวิกฤตโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบัน วิศวกรผู้อยู่เบื้องหลังการวางแผน ออกแบบ และควบคุมงานก่อสร้างทั้งหมดควรได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มแรงงานที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ทว่า ทางรัฐบาลควิเบกปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม แต่ระบุเพียงว่าทีมเจรจามีอำนาจเต็มในการบรรลุข้อตกลง และยังคงมีการจัดสรรวิศวกรราว 300 คนเพื่อดูแลงานบริการที่จำเป็นแก่ประชาชนในระหว่างการประท้วง
สหภาพแรงงานไปรษณีย์แคนาดาผ่านร่างสัญญาจ้างฉบับใหม่
สหภาพแรงงานแรงงานไปรษณีย์แคนาดา (Canadian Union of Postal Workers - CUPW) ซึ่งเป็นตัวแทนของพนักงานขนส่งจดหมาย พนักงานขับรถ และพนักงานคัดแยกไปรษณีย์ราว 55,000 คน ประกาศผลการลงคะแนนเสียงระบุว่าสมาชิกส่วนใหญ่เห็นชอบต่อร่างสัญญาจ้างงานฉบับใหม่ระยะเวลา 5 ปี ซึ่งจะมีผลไปจนถึงเดือนมกราคม 2029 โดยกลุ่มพนักงานไปรษณีย์ในเขตเมืองเห็นชอบ 90% และเขตชนบทเห็นชอบ 85.9% ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าความยินยอมดังกล่าวเกิดจากความเหนื่อยล้าของพนักงานหลังการต่อสู้ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปี ไม่ใช่ความพึงพอใจต่อเนื้อหาในสัญญาที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ฝ่ายบริหาร
การอนุมัติสัญญาฉบับนี้ส่งผลให้บรรษัทไปรษณีย์แคนาดา (Canada Post Corporation - CPC) สามารถดำเนินแผนปรับโครงสร้างองค์กรระยะแรกร่วมกับรัฐบาลได้ ซึ่งรวมถึงแผนการปรับลดจำนวนพนักงานลงมากถึงสองในสามภายในระยะเวลา 10 ปี การยกเลิกบริการจัดส่งแบบเคาะประตูบ้านภายใน 5 ปี และการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ควบคุมและเพิ่มภาระงาน ซึ่งกลุ่มพนักงานอิสระมองว่าเป็นการเปลี่ยนระบบไปรษณีย์สาธารณะให้กลายเป็นธุรกิจเพื่อผลกำไรตามแบบอย่างบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ ทางคณะกรรมการพนักงานไปรษณีย์ระดับปฏิบัติการ (Postal Workers Rank-and-File Committee - PWRFC) จึงได้ออกมาเรียกร้องให้แรงงานร่วมกันจัดตั้งกลุ่มอิสระเพื่อตรวจสอบผลกระทบจากสัญญาฉบับนี้และปกป้องสิทธิ์ของตนเองต่อไป
ILO รับรองอนุสัญญาคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม
ที่ประชุมใหญ่แรงงานระหว่างประเทศ สมัยที่ 114 ณ กรุงเจนีวา ได้ลงมติรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 193 ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าในระบบเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 406 ต่อ 8 เสียง และงดออกเสียง 36 เสียง ส่งผลให้ข้อตกลงนี้กลายเป็นสนธิสัญญาระดับโลกฉบับแรกที่มีผลผูกพันทางกฎหมายเพื่อปกป้องแรงงานในระบบเศรษฐกิจกิก (Gig Economy) กว่า 435 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งประกอบอาชีพขับรถ ส่งอาหาร ดูแลผู้ป่วย และงานออนไลน์ โดยที่ผ่านมาแรงงานกลุ่มนี้มักถูกจัดประเภทเป็นผู้รับจ้างอิสระอย่างไม่เป็นธรรม ทำให้ขาดการคุ้มครองด้านแรงงานและหลักประกันสังคม
อนุสัญญาฉบับใหม่กำหนดให้รัฐบาลประเทศสมาชิกต้องจัดประเภทแรงงานแพลตฟอร์มให้ถูกต้องตามลักษณะการทำงานจริง พร้อมทั้งให้สิทธิพื้นฐานในการรวมตัวเจรจาต่อรองร่วม และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย นอกจากนี้ ยังสร้างมาตรฐานใหม่ในการคุ้มครองสิทธิเหนือการจัดการโดยอัลกอริทึม โดยบังคับให้บริษัทเทคโนโลยีต้องโปร่งใสเกี่ยวกับระบบอัตโนมัติที่ใช้ประเมินผลงาน และต้องให้มนุษย์เข้าร่วมในกระบวนการทบทวนหากมีการระงับหรือปิดบัญชีแรงงาน ทั้งนี้ แม้ประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาจะลงมติคัดค้าน แต่คะแนนเห็นชอบที่ท่วมท้นจากระบบไตรภาคีสะท้อนถึงฉันทามติร่วมกันในวงกว้างของตัวแทนฝ่ายรัฐบาล นายจ้าง และลูกจ้างจากทั่วโลก
ที่มา: Human Rights Watch, 12/6/2026
แพทย์ปากีสถานจี้รัฐเพิ่มความคุ้มครองบุคลากร หวั่นวิกฤตความรุนแรงทำสมองไหล
สมาคมการแพทย์อิสลามแห่งปากีสถาน (Pakistan Islamic Medical Association - PIMA) พร้อมด้วยสมาคมการแพทย์ปากีสถาน (Pakistan Medical Association - PMA) และสมาคมแพทย์รุ่นใหม่ (Young Doctors Association - YDA) ร่วมจัดงานสัมมนาครั้งใหญ่ ณ เมืองการาจี เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกกฎหมายคุ้มครองความปลอดภัยแก่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรสาธารณสุขอย่างเร่งด่วน การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่มีผู้ก่อเหตุสาดน้ำกรดใส่แพทย์ฝึกหัดศัลยกรรมหญิงในเมืองเกวตตา ซึ่งจุดชนวนความหวาดกลัวและซ้ำเติมปัญหาความรุนแรง การคุกคามทางเพศ ตลอดจนสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัยในโรงพยาบาล ซึ่งกำลังบั่นทอนขวัญกำลังใจและผลักดันให้บุคลากรทางการแพทย์แห่ย้ายถิ่นฐานไปทำงานในต่างประเทศ
ตัวแทนจากสหภาพแรงงานแพทย์และพยาบาลระบุว่า นอกเหนือจากปัญหาความปลอดภัยแล้ว แพทย์รุ่นใหม่ยังถูกเอาเปรียบด้วยการต้องเข้าเวรยาวนานกว่า 36 ชั่วโมงติดต่อกันภายใต้ค่าตอบแทนที่ต่ำเกินควร ซึ่งความเครียดสะสมและภาวะหมดไฟนี้กำลังทำให้ประเทศสูญเสียทรัพยากรบุคคลที่รัฐลงทุนฝึกฝนไปอย่างน่าเสียดาย ทางกลุ่มจึงยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลปรับเพิ่มเงินเดือน ปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยในโรงพยาบาล ห้ามไม่ให้มีการถ่ายภาพหรือวิดีโอขณะปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ได้รับอนุญาต และยุติการดำเนินคดีอาญาอย่างไม่เป็นธรรมต่อบุคลากรทางการแพทย์ก่อนผ่านการตรวจสอบของหน่วยงานกำกับดูแลสาธารณสุข พร้อมเตือนว่าหากภาครัฐยังคงเพิกเฉย กลุ่มองค์กรทางการแพทย์ทั้งหมดอาจยกระดับด้วยการรวมตัวกันเคลื่อนไหวประท้วงใหญ่ทั่วประเทศ
ที่มา: The News Pakistan, 14/6/2026
คนขับรถขนคอนกรีตผสมกรุงโซลประท้วงยืดเยื้อ ทำไซต์ก่อสร้างจ่อชัตดาวน์-หวั่นต้นทุนพุ่ง
สมาคมการก่อสร้างแห่งเกาหลี (Construction Association of Korea) เปิดเผยว่า เหตุการณ์หยุดงานประท้วงของสหภาพแรงงานผู้ขับรถขนส่งคอนกรีตผสมเสร็จในเขตเมืองหลวงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2026 ได้ยืดเยื้อจนส่งผลกระทบให้โครงการก่อสร้าง 117 แห่งของบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ 25 แห่ง ต้องระงับการเทคอนกรีต และทำให้ไซต์งานจำนวนมากในพื้นที่เผชิญภาวะวิกฤตใกล้ปิดตัวลงโดยสิ้นเชิง เนื่องจากทางบริษัทสามารถจัดหาคอนกรีตจากยานพาหนะนอกสหภาพแรงงานมาทดแทนได้เพียง 20-30% ของปริมาณที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งสร้างความกังวลอย่างรุนแรงต่อภาคอุตสาหกรรมว่าจะต้องแบกรับภาระค่าเสียหายจากการส่งมอบงานล่าช้ากว่ากำหนดในสัญญา
ทางสมาคมฯ ได้จัดประชุมด่วนร่วมกับภาครัฐเพื่อเสนอขอให้รัฐบาลพิจารณาว่าเหตุการณ์ประท้วงหยุดงานครั้งนี้เป็นเหตุสุดวิสัย เพื่อขอยกเว้นหรือผ่อนปรนค่าปรับการส่งมอบงานล่าช้า เช่นเดียวกับมาตรการที่เคยบังคับใช้ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการประท้วงของสหภาพรถบรรทุกในอดีต ยิ่งไปกว่านั้น ตัวแทนผู้ประกอบการยังแสดงความอับจนหนทางว่า แม้การประท้วงจะสิ้นสุดลง แต่ความกดดันด้านเวลาจะบีบให้คนงานต้องเร่งรีบทำงานแข่งกับเส้นตาย ซึ่งการบีบอัดกระบวนการก่อสร้างและการเทคอนกรีตที่ต้องทำภายในเวลา 90 นาทีหลังผลิต จะเพิ่มความยากในการควบคุมคุณภาพโครงสร้าง ส่งผลให้ต้นทุนค่าแรงและอุปกรณ์พุ่งสูงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในสถานที่ทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่มา: Seoul Economic Daily, 14/6/2026
สหภาพแรงงานรถไฟสหรัฐฯ-แคนาดา คว้าชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ ทวงคืนงานและเพิ่มค่าแรงสำเร็จ
สหภาพแรงงานรถไฟในทวีปอเมริกาเหนือประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสิทธิ์และผลประโยชน์ของแรงงาน โดยในประเทศแคนาดา สหภาพแรงงาน Unifor ซึ่งเป็นสมาชิกของ สมาพันธ์คนงานขนส่งระหว่างประเทศ (International Transport Workers’ Federation - ITF) ชนะคดีอนุญาโตตุลาการครั้งประวัติศาสตร์ต่อบรรษัทรถไฟแห่งชาติแคนาดา ซึ่งส่งผลให้บริษัทต้องกลับมาเปิดศูนย์ซ่อมบำรุงและผลิตมอเตอร์รถไฟสองแห่งในเมืองวินนิเพก รัฐแมนิโทบาอีกครั้ง หลังถูกสั่งปิดชั่วคราวและจ้างบริษัทภายนอก (Outsourcing) ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยคำตัดสินระบุว่าบริษัทละเมิดข้อตกลงร่วมเนื่องจากไม่มีการปรึกษาหารือกับสหภาพแรงงานล่วงหน้า ทำให้แรงงานที่ได้รับผลกระทบจะได้รับเงินชดเชยและได้กลับเข้าทำงานตามเดิม
ขณะเดียวกันในสหรัฐอเมริกา สหภาพแรงงานการสื่อสารการขนส่ง (Transportation Communications Union - TCU) และสมาคมช่างกลและคนงานการบินและอวกาศระหว่างประเทศ (International Association of Machinists and Aerospace Workers - IAM) ได้ร่วมมือกับพันธมิตรแรงงานกว่า 3,500 คน นัดหยุดงานประท้วงครั้งใหญ่ในระบบรถไฟลองไอส์แลนด์เป็นเวลา 3 วันในเดือนพฤษภาคม 2026 จนทำให้โครงข่ายรถไฟที่หนาแน่นที่สุดของประเทศต้องหยุดชะงัก การประท้วงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการเจรจาปรับเพิ่มค่าแรงเพื่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อล้มเหลวมาตั้งแต่ปี 2022 ส่งผลให้หน่วยงานขนส่งมวลชนนครหลวงยอมยื่นข้อเสนอใหม่ที่ยุติธรรมและได้รับการสัตยาบันจากสมาชิกสหภาพแรงงานในที่สุด ซึ่งถือเป็นต้นแบบของการต่อสู้เพื่อสิทธิ์ของแรงงานรถไฟทั่วประเทศ
แรงงานภาครัฐรายชั่วโมงไซปรัสประกาศนัดหยุดงานทั่วประเทศ หลังเจรจาค่าจ้างชะงักงัน
สหภาพแรงงานที่เป็นตัวแทนของลูกจ้างรัฐบาลประเภทรายชั่วโมงในประเทศไซปรัส ร่วมกันประกาศนัดหยุดงานประท้วงทั่วประเทศเป็นเวลา 24 ชั่วโมงในวันพุธหน้า (มิถุนายน 2026) หลังจากกล่าวหาว่ากระทรวงการคลังจงใจยื้อเวลาในการเจรจาข้อตกลงจ้างงานฉบับใหม่ครอบคลุมปี 2025 ถึง 2027 ซึ่งปัญหานี้คาราคาซังมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว โดยสหภาพแรงงานข้าราชการ (Oekdy-Sek) สมาพันธ์แรงงาน (Peo) และสหภาพแรงงานประชาธิปไตย (Deok) ระบุในแถลงการณ์ร่วมว่า การผัดวันประกันพรุ่งของรัฐบาลทำให้ไม่สามารถเริ่มการหารือในสาระสำคัญเกี่ยวกับค่าจ้างและเงื่อนไขการทำงานของกลุ่มแรงงานที่ได้รับค่าตอบแทนต่ำที่สุดในภาคบริการสาธารณะได้
การประท้วงครั้งนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อเรียกร้องการปรับขึ้นเงินเดือนและเพิ่มสวัสดิการ โดยตัวแทนสหภาพแรงงานชี้ว่าพนักงานรายชั่วโมงของรัฐจำนวนมากได้รับค่าจ้างในอัตราที่ใกล้เคียงกับค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายของไซปรัส และกำลังประสบความยากลำบากอย่างยิ่งในการแบกรับค่าครองชีพขั้นพื้นฐาน ซึ่งข้อขัดแย้งนี้ส่งผลกระทบต่อพนักงานราว 7,500 คนในกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ และอีกกว่า 1,700 คนในองค์การบริการสาธารณสุขแห่งชาติ (State Health Services Organisation - Okypy) ทั้งนี้ สหภาพแรงงานได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่า หากรัฐบาลยังไม่มีความคืบหน้าในการบรรลุข้อตกลงที่เป็นธรรม ทางกลุ่มจะยกระดับมาตรการประท้วงให้รุนแรงยิ่งขึ้นในอนาคต
ผลสำรวจชี้คนหนุ่มสาวเนเธอร์แลนด์กว่า 2.5 แสนคน เผชิญสัญญาจ้างชั่วโมงต่ำ ทำสูญเสียแรงงานนับแสนอัตรา
สถาบันวิจัย Intelligence Group เปิดเผยผลการศึกษาในเดือนมิถุนายน 2026 พบว่า มีคนรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 30 ปี ในเนเธอร์แลนด์เกือบ 250,000 คนในตลาดแรงงานที่ต้องการเพิ่มชั่วโมงทำงานมากกว่าที่ระบุไว้ในสัญญาจ้างปัจจุบัน โดยพนักงานอายุน้อยกว่าสองในสามต้องการทำงานเต็มเวลา (Full-time) แต่มีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นที่ได้รับโอกาสนั้น ส่งผลให้ประเทศสูญเสียศักยภาพแรงงานประจำปีไปเทียบเท่ากับตำแหน่งงานเต็มเวลาเกือบ 120,000 อัตรา เนื่องจากโครงสร้างสัญญาจ้างงานที่แข็งตัวและขาดความยืดหยุ่นในระบบการจ้างงาน
ปัญหาการใช้ศักยภาพแรงงานต่ำกว่าความเป็นจริง (Underutilization) นี้ ปรากฏเด่นชัดที่สุดในกลุ่มอาชีพสาธารณสุข การศึกษา และบริการสังคม โดยในภาคสาธารณสุขมีชั่วโมงทำงานที่ถูกปล่อยทิ้งว่างเปล่าคิดเป็นตำแหน่งงานเต็มเวลาสูงถึงกว่า 20,500 อัตรา ตามด้วยภาคการศึกษา 9,300 อัตรา และบริการสังคมเกือบ 9,700 อัตรา นอกจากนี้ ภาคการขนส่ง โรมแรม และค้าปลีกก็เผชิญปัญหานี้เช่นกัน ผู้อำนวยการสถาบันฯ ระบุว่า ความเข้าใจผิดที่ว่าคนรุ่นใหม่ไม่อยากทำงานหนักนั้นไม่เป็นความจริง แต่เป็นเพราะข้อจำกัดทางภาษีและสัญญาจ้างพาร์ทไทม์ขนาดเล็กที่ทำลายโอกาสของคนเจเนอเรชันนี้ และซ้ำเติมวิกฤตขาดแคลนแรงงานในประเทศ
ผอ.BBC คนใหม่ เปิดแผนหั่นงบ 500 ล้านปอนด์ จ่อเลิกจ้าง 550 ตำแหน่ง-ยุบรายการดัง
แมตต์ บริตติน (Matt Brittin) ผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ของสถานีโทรทัศน์ BBC และอดีตผู้บริหาร Google ประกาศแผนการลดค่าใช้จ่ายระยะแรกในเดือนมิถุนายน 2026 โดยเตรียมเลิกจ้างพนักงานจำนวน 550 ตำแหน่งในแผนกข่าว แผนกภูมิภาค และแผนกเนื้อหาภายในปีงบประมาณ 2027-2028 พร้อมทั้งปรับลดงบประมาณในการจัดจ้างผลิตรายการและซีรีส์ลง 80 ล้านปอนด์ (ราว 107 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายใหญ่ในการตัดลดงบประมาณดำเนินงานทั้งหมด 500 ล้านปอนด์ (ราว 670 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า
แผนปฏิรูปโครงสร้างองค์กรครั้งนี้จะส่งผลให้เวลารายการโทรทัศน์และวิทยุที่เป็นเนื้อหาดั้งเดิม (Original Programming) ถูกปรับลดลง 100-150 ชั่วโมง โดยในส่วนของ BBC News จะต้องลดพนักงานลง 200 ตำแหน่ง และลดต้นทุนให้ได้ 51 ล้านปอนด์ภายในเดือนเมษายน 2027 ขณะที่แผนกภูมิภาคจะปรับลดพนักงานลง 250 ตำแหน่ง นอกจากนี้ บีบีซียังประกาศยุบรายการวิทยุเก่าแก่ที่ออกอากาศมานานหลายทศวรรษ เช่น รายการ "The World Tonight" ของสถานี Radio 4 ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่ปี 1970 รวมถึงรายการ "Midnight News" และ "Money Box Live" ตลอดจนเตรียมทบทวนโครงสร้างบทบาทผู้ประกาศข่าวและบรรณาธิการหลักเพื่อเพิ่มความกระชับและคล่องตัวให้แก่องค์กร
แรงงานร้านอาหารและโรงแรมกรีซประกาศนัดหยุดงานทั่วประเทศ จี้เพิ่มค่าจ้าง-หยุดเอาเปรียบชั่วโมงงาน
สหพันธ์แรงงานอาหารและการท่องเที่ยวแห่งประเทศกรีซ (Federation of Catering and Tourism Workers - POEET) ประกาศเชิญชวนภาคีเครือข่ายแรงงานร่วมกันนัดหยุดงานประท้วงทั่วประเทศเป็นเวลา 24 ชั่วโมงในวันที่ 24 มิถุนายน 2026 เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลและผู้ประกอบการปรับเพิ่มค่าจ้าง เพิ่มการคุ้มครองสิทธิ์แรงงาน และบังคับใช้กฎหมายการจ้างงานอย่างเข้มงวด โดยมีกำหนดรวมตัวประท้วงใหญ่ในเวลา 11.00 น. ที่หน้ากระทรวงแรงงานในกรุงเอเธนส์ ซึ่งกลุ่มผู้ประท้วงชี้ว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่รัฐบาลและผู้บริหารโรงแรมรายใหญ่กล่าวอ้างนั้น แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและการกดขี่แรงงานอย่างไม่เป็นธรรม
ทางสหพันธ์ฯ ระบุว่า แรงงานในอุตสาหกรรมการบริการและโรงแรมต้องเผชิญกับสภาพการทำงานที่เหนื่อยล้าจากการถูกบังคับให้ทำงานล่วงเวลาโดยไม่ได้ค่าตอบแทน การละเมิดข้อตกลงจ้างงานร่วม และการฉวยโอกาสจากกฎหมายใหม่ที่เปิดช่องให้ขยายเวลาทำงานได้สูงถึง 13 ชั่วโมงต่อวันกรณีทำงานกับนายจ้างหลายราย รวมถึงปัญหาช่องโหว่ของระบบบัตรลงเวลาทำงานดิจิทัล (Digital Work Card) นอกจากนี้ รัฐบาลยังขาดการเยียวยากลุ่มแรงงานตามฤดูกาล (Seasonal Workers) ที่ต้องเผชิญค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ทางกลุ่มจึงยื่นข้อเรียกร้องให้บังคับใช้เกณฑ์การทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ วันละ 8 ชั่วโมงอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งขู่ว่าหากไม่มีกลุ่มแรงงาน ธุรกิจการท่องเที่ยวและร้านอาหารทั้งหมดในประเทศก็จะไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้
ที่มา: Kathimerini English Edition, 18/6/2025
เยอรมนีเผชิญคลื่นประท้วงหยุดงานระลอกใหญ่ พนักงาน Postbank โหวตนัดหยุดงานไม่มีกำหนด
คลื่นความขัดแย้งด้านแรงงานในประเทศเยอรมนีทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2026 โดยส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อหลายภาคส่วน ทั้งโรงพยาบาล โลจิสติกส์ สื่อมวลชน และธุรกิจค้าปลีก การเคลื่อนไหวที่สำคัญที่สุดอยู่ที่กลุ่มพนักงานธนาคาร Postbank ราว 12,000 คน ซึ่งสหภาพแรงงาน Verdi ได้เปิดให้สมาชิกลงคะแนนเสียงตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2026 เพื่อขอมติเสียงส่วนใหญ่ขั้นต่ำ 75% ในการอนุมัตินัดหยุดงานประท้วงแบบไม่มีกำหนดภายในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ หลังจากที่การเจรจาปรับขึ้นค่าจ้าง 8% (ไม่ต่ำกว่า 300 ยูโรต่อเดือน) ล้มเหลวลง โดยทั้งสองฝ่ายมีกำหนดจะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจารอบที่สี่ ณ กรุงเบอร์ลิน ในวันที่ 30 มิถุนายน 2026
นอกเหนือจากภาคการเงินแล้ว บุคลากรทางการแพทย์ราว 1,600 คนในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย 4 แห่งได้นัดหยุดงานประท้วงเพื่อเรียกร้องค่าจ้างเพิ่มขึ้น 7.5% ขณะที่พนักงานในห่วงโซ่อุปทานและห้างค้าปลีกรายใหญ่อย่าง Edeka และ Metro ในรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย รวมถึงในเมืองเบรเมนและโลเวอร์แซกโซนี ต่างยกระดับการประท้วงเพื่อบีบให้สมาคมนายจ้างยอมรับข้อเสนอเพิ่มค่าแรง 7% เช่นเดียวกับสถานีโทรทัศน์ WDR ที่พนักงานนัดหยุดงานประท้วงเตือนเป็นเวลา 48 ชั่วโมง นอกจากนี้ ที่ท่าเรือในเมืองดุยส์บวร์กยังเกิดการผละงานประท้วงครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษเพื่อเรียกร้องสิทธิ์การคุ้มครองตามข้อตกลงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ส่งผลให้เกิดแรงกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาลในการเร่งบังคับใช้แผนคุ้มครองแรงงานทั่วประเทศ
ไปรษณีย์สหรัฐฯ เปิดแคมเปญรณรงค์ป้องกันสุนัขกัดประจำปี
ไปรษณีย์สหรัฐฯ (USPS) ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของลาสเวกัส ใช้เดือนมิถุนายนรณรงค์เตือนเจ้าของสัตว์เลี้ยงให้กักสุนัขไว้ก่อนจดหมายมาถึง หลังจากปีที่ผ่านมามีบุรุษไปรษณีย์ในลาสเวกัสถูกสุนัขกัดถึง 11 ราย
พนักงานไปรษณีย์ประจำเมืองรายหนึ่งระบุว่าเดือนนี้เป็นช่วงรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เรื่องการป้องกันสุนัขกัดระดับประเทศ โดยขอให้ลูกค้ากักสัตว์เลี้ยงไว้เมื่อบุรุษไปรษณีย์มาถึงหน้าบ้าน โดยเฉพาะเมื่อต้องมีการเซ็นรับเอกสารหรือมีเด็กเล่นอยู่บริเวณนั้น
"สุนัขเป็นสัตว์ที่หวงถิ่นมาก อย่างที่ทุกคนทราบกันดี ฉันเองก็มีสัตว์เลี้ยงและพวกมันก็ปกป้องเราโดยเฉพาะลูกๆ ของผมมาก" เขากล่าว "เราจึงอยากเตือนลูกค้าว่าอย่าให้เด็กออกมารับจดหมายจากเราเมื่อมีสุนัขอยู่ด้วย เพราะสุนัขอาจมองว่าเป็นการคุกคามต่อเด็กและจะทำหน้าที่ปกป้องตามสัญชาตญาณ"
เขายังอธิบายว่าพนักงานไปรษณีย์ได้รับการฝึกให้สังเกตป้ายเตือน "ระวังสุนัข" ชามอาหาร และของเล่นในสนามหญ้า พร้อมเขย่ากุญแจเพื่อให้สุนัขแสดงตัวออกมาก่อน นอกจากนี้ยังพกสเปรย์ไล่สุนัขและใช้กระเป๋าใส่จดหมายเป็นโล่กำบังหากสุนัขพุ่งเข้าใส่
รัฐบาลไนจีเรียจัดสรรเงินกู้ไร้ดอกเบี้ย 1.3 หมื่นล้านไนรา ให้บุคลากรอุดมศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการไนจีเรียเปิดเผยว่า รัฐบาลได้อนุมัติจ่ายเงินกู้ยืมไร้ดอกเบี้ยรวมมูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านไนรา ให้แก่คณาจารย์และบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ 153 แห่งจำนวน 7,450 คน ภายใต้โครงการกองทุนสนับสนุนบุคลากร (TISSF) ประจำรอบปี 2025/2026 โดยเปิดโอกาสให้เข้าถึงเงินทุนสูงสุด 10 ล้านไนรา (ไม่เกิน 33.3% ของเงินเดือนประจำปี) เพื่อใช้จ่ายด้านการเดินทาง การรักษาพยาบาล หรือการลงทุนขนาดเล็ก ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพ แม้ในช่วงแรกสหภาพแรงงานอาจารย์ (ASUU) จะคัดค้านและเรียกร้องให้ปฏิรูปสวัสดิการแทน แต่การเจรจาก็ลุล่วงลงได้เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาด้วยการปรับขึ้นเงินเดือน 40%
ระบบดิจิทัลของโครงการได้ประมวลผลคำขอไปแล้วกว่า 42,000 รายนับตั้งแต่เริ่มโครงการในเดือนตุลาคม 2025 โดยผู้ได้รับประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรสายมหาวิทยาลัย 52% และมีสัดส่วนของบุคลากรหญิงอยู่ที่ 19% ทั้งนี้ ดร. ตุนจี อเลาซา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่าโครงการนี้เป็นหนึ่งในมาตรการสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดในภาคการศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตของบุคลากรควบคู่ไปกับการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษา โดยรัฐบาลเตรียมเปิดระบบรับสมัครในเฟสถัดไปสำหรับปี 2026/2027 ภายในปลายเดือนนี้
