ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก "หอมแดง" คดีมาตรา 112 ตามศาลชั้นต้น จำคุก 3 ปี ลดโทษเหลือ 1 ปี 6 เดือน ยกเหตุโพสต์ที่แชร์มาทำสถาบันถูกเกลียดชัง เสื่อมเสีย กระทบความมั่นคง ยื่นประกันแล้วแต่ต้องรอศาลฎีกาพิจารณา
4 ส.ค. 2568 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่าเมื่อเวลา 9.00 น. ที่ศาลอาญา รัชดาฯ มีนัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ในคดีของ “หอมแดง” (นามสมมติ) เกษตรกรจากจังหวัดเพชรบูรณ์วัย 59 ปี ที่ถูกกล่าวหาข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) จากกรณีแชร์โพสต์ข้อความจากเพจเฟซบุ๊ก “สมองโง่ดักดานรัฐบาลตูบฯ” จำนวน 1 โพสต์ เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2563 โดยไม่ได้เขียนข้อความประกอบ คดีนี้มี สัจจะ โชคบุญส่งสวัสดิ์ รับมอบอำนาจจากกระทรวงดิจิทัลฯ เป็นผู้กล่าวหา และศาลชั้นต้นเคยพิพากษาจำคุก 1 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
เวลา 09.40 น. ศาลเริ่มอ่านคำพิพากษาสรุปได้ว่าคดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นได้ลงโทษจำคุกและลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ต่อมาจำเลยได้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมคดีแล้ว มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่า
1. ในประเด็นที่จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยมีอายุมาก ไม่มีความรู้สังคมออนไลน์ และเฟซบุ๊กที่ใช้ร้านคอมพิวเตอร์สมัครให้ โดยการแชร์โพสต์ของจำเลยไม่มีเจตนาที่จะหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์
เห็นว่า ในคดีนี้จำเลยรับสารภาพ ดังนั้นจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้อง ที่จำเลยอุทธรณ์มาจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ได้ถูกยกขึ้นกล่าวว่าโดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่า “ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างในการยื่นอุทธรณ์นั้นคู่ความจะต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งในอุทธรณ์และต้องเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ทั้งจะต้องเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยด้วย” ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15
2. ในประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่าควรจะลงโทษให้ต่ำกว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดหรือรอการลงโทษหรือไม่
เห็นว่า การที่จำเลยได้เผยแพร่โพสต์ดังกล่าวทำให้พระมหากษัตริย์ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย ส่งผลต่อความมั่นคง สร้างความแตกแยกในสังคม ที่ศาลชั้นต้นวางโทษไว้นั้น เป็นโทษขั้นต่ำทางกฎหมาย การที่ศาลชั้นต้นไม่รอการลงโทษ จึงถือว่าเป็นโทษที่เหมาะสมแล้ว ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
หลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำกุญแจมือมาสวมให้หอมแดง ระหว่างรอเอกสารส่งตัว ทนายความซึ่งเดินทางมาได้เข้าพูดคุยกับหอมแดงเพื่อเตรียมเอกสารยื่นประกันตัวในชั้นฎีกา ก่อนเจ้าหน้าที่นำตัวหอมแดงไปควบคุมตัวที่ห้องขังใต้ถุนศาล
ต่อมาเวลา 16.00 น. ศาลอาญามีคำสั่งส่งคำร้องขอประกันตัวชั่วคราวระหว่างฎีกาให้ศาลฎีกาพิจารณา ทำให้วันนี้หอมแดงต้องถูกนำตัวไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพระหว่างรอคำสั่งศาลฎีกา
คดีนี้สืบเนื่องมาจาก หอมแดงถูกกล่าวหาว่าได้แชร์โพสต์ข้อความจากเพจ “สมองโง่ดักดานรัฐบาลตูบฯ” เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2563 ที่มีเนื้อหาเรียกร้องให้กษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมาย แต่เขาไม่ได้เขียนข้อความใด ๆ ประกอบการแชร์โพสต์ดังกล่าว
ในศาลชั้นต้น หอมแดงได้ตัดสินใจให้การรับสารภาพ และศาลสั่งให้สำนักงานคุมประพฤติทำการสืบเสาะความประพฤติของจำเลย
วันที่ 20 พ.ย. 2566 เวลา 09.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาโดยสรุปเห็นว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุก 3 ปี ให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
ทั้งนี้ เหตุที่ไม่รอลงอาญา ศาลได้ระบุโดยสรุปว่า จากรายงานการสืบเสาะ ขณะเกิดเหตุจำเลยอายุ 55 ปีเกิดในรัชสมัยของรัชกาลที่ 9 พระองค์มีโครงการในพระราชดำริ มากมายเป็นประโยชน์ต่อปวงชนชาวไทย และในปัจจุบัน รัชกาลที่ 10 ยังสานต่อเจตนารมณ์ของรัชกาลที่ 9 จำเลยย่อมประจักษ์ถึงพระราชกรณียกิจและคุณงามความดีอันประเสริฐของพระองค์
การที่จำเลยได้รับฟังข้อความตามฟ้องซึ่งเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จรุนแรงและหยาบคายต่อพระองค์จากสื่อออนไลน์ จำเลยควรต้องตรวจสอบและไตร่ตรองให้ดีว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่กลับขาดความยั้งคิด แล้วเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวต่อไปอีก แสดงถึงเจตนาไม่เคารพสถาบันและขาดสำนึกต่อพระมหากรุณาธิคุณ กระทบกระเทือนความรู้สึกของคนไทยทั้งชาติ อาจจะนำไปสู่การสร้างความไม่พอใจ สร้างความแตกแยก และไม่สามัคคีให้เกิดขึ้นในสังคม ส่งผลต่อความมั่นคงของราชอาณาจักร จึงไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ
ภายหลังการอ่านคำพิพากษา ศาลอาญาอนุญาตให้ประกันตัว โดยวางหลักทรัพย์จำนวน 100,000 บาท ได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์ ก่อนได้ยื่นอุทธรณ์ต่อมา
