นอร์เวย์-แคนาดา ประกาศเลิกฉีดแอสตราเซเนกาถาวร หลังเคสลิ่มเลือดอุดตันพุ่งสูงขึ้น

ประเทศนอร์เวย์ และอีก 5 รัฐของแคนาดาประกาศยกเลิกการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเป็นการถาวรตามรอยเดนมาร์ก เนื่องจากอันตราการพบเคสลิ่มเลือดอุดตันหลังฉีดวัคซีนเพิ่มสูงขึ้น

13 พ.ค. 2564 อานา ซูลบาร์ก นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ แถลงอย่างเป็นทางการในวันนี้ (13 พ.ค. 2564) ว่ารัฐบาลนอร์เวย์ตัดสินใจยุติการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาให้กับประชาชนในประเทศอย่างถาวร เนื่องจากวัคซีนดังกล่าวเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง คือ อาการลิ่มเลือดอุดตัน อีกทั้งยังกล่าวว่าทางการนอร์เวย์จะถอดวัคซีนแอสตราเซเนกาออกจากแผนการฉีดวัคซีนแห่งชาติอีกด้วย

อานา ซูลบาร์ก นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ ในงานประชุม NATO เมื่อปี 2558
 

ซูลบาร์ก ระบุว่า แม้อาการลิ่มเลือดอุดตันจะพบได้น้อยเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ฉีดวัคซีนทั้งหมด แต่ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกานั้นอันตรายถึงชีวิต ทำให้รัฐบาลตัดสินใจตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น ส่วนวัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ซึ่งใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับวัคซีนแอสตราเซเนกา ยังไม่ถูกถอดออกจากแผนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แห่งชาตินอร์เวย์ แต่รัฐบาลมีคำสั่งระงับการฉีดวัคซีนยี่ห้อนี้เป็นการชั่วคราว ทั้งนี้ หากบุคคลใดประสงค์จะฉีดวัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน โดยสมัครใจ ทางการนอร์เวย์ก็ยินดีฉีดให้ตามประสงค์

ด้าน รัฐมนตรีว่าการประทรวงสาธารณสุขของนอร์เวย์ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้กรมอนามัยเป็นผู้ดูแลและแนะนำขั้นตอนการฉีดวัคซีนให้ประชาชน โดยจะชี้แจงรายละเอียดและความเสี่ยงในการฉีดวัคซีนเป็นกรณีไป หากประชาชนคนใดเลือกฉีดวัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน รัฐบาลจะเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมดหากเกิดผลข้างเคียงตามมา

ประเทศนอร์เวย์ระงับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน มี.ค. เป็นต้นมา โดยประชาชน 8 คนจาก 135,000 คน เกิดลิ่มเลือดอุดตันหลังฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกา และ 4 ใน 8 คนนี้อาการรุนแรงขึ้นขั้นเสียชีวิต ซึ่งทางการนอร์เวย์ระบุว่าทั้ง 8 คนนี้เป็นอายุน้อยและเป็นผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง ทั้งนี้ วัคซีนแอสตราเซเนกาที่เหลือ ทางการนอร์เวย์จะนำไปบริจาคให้ประเทศอื่นที่ต้องการต่อไป

นอกจากนี้ อีก 3 รัฐของแคนาดา ได้แก่ แมนิโทบา โนวาสโกเชีย และนิวฟันด์แลนด์และแลบราดอร์ เพิ่งประกาศอย่างเป็นทางการในวันเดียวกันว่าจะยกเลิกการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเข็มแรกให้กับประชาชน เพราะกังวลเรื่องลิ่มเลือดอุดตันที่ส่งผลถึงชีวิต โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของแคนาดาระบุว่าพบอัตราการเกิดลิ่มเลือดอุดตันหลังฉีดวัคซีนยี่ห้อนี้สูงถึง 1 ใน 55,000 คน จากตอนแรกที่คาดว่าเจอ 1 ใน 100,000 คน

ภาพประกอบจาก Marco Verch Professional Photographer
 

ก่อนหน้านี้ รัฐอัลเบอร์ตาและรัฐออนทาริโอประกาศยุติการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเข็มที่ 2 ให้ประชาชนที่ฉีดเข็มแรกไปแล้วกว่าแสนคน เพราะกังวลเรื่องผลข้างเคียง หากประชาชนคนใดต้องการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ต่อ บุคลากรทางการแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยว่าควรฉีดวัคซีนของยี่ห้อเดิมหรือยี่ห้อใหม่ ส่วนที่รัฐบริติชโคลัมเบียและรัฐซัสแคตเชวัน ประกาศยุติการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเข็มแรกเช่นเดียวกัน แต่ไม่ใช่เพราะปัญหาเรื่องลิ่มเลือดอุดตัน แต่เป็นเพราะมีวัคซีนไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกลางของแคนาดาเตรียมรับมอบวัคซีนแอสตราเซเนกาอีกหลายแสนโดส โดยวัคซีนล็อตถัดไปจำนวน 250,000 โดสเป็นโควตาของรัฐออนทาริโอ ทว่า รัฐบาลท้องถิ่นประกาศไม่ยอมรับวัคซีนจำนวนดังกล่าว และยังไม่ทราบว่ามีรัฐใดจะยื่นความจำนงขอรับวัคซีนแอสตราเซเนกาจำนวนนี้หรือไม่ ส่วนรัฐแมนิโทบา และนิวฟันด์แลนด์และแลบราดอร์ ระบุว่าจะรับวัคซีนแอสตราเซเนกาล็อตถัดไปตามเดิม เพื่อดำเนินการฉีดให้คนที่รับวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว ในขณะที่รัฐปรินซ์เอ็ดเวิร์ดไอแลนด์ยืนยันว่าจะใช้วัคซีนแอสตราเซเนกาต่อตามเดิม

ทั้งนี้ เดนมาร์ก เป็นประเทศแรกที่ประกาศว่าจะยกเลิกการใช้วัคซีนแอสตราเซเนกาอย่างถาวร โดยกระทรวงสาธารณสุขของเดนมาร์กแถลงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ สหภาพยุโรป (EU) ยังแถลงว่าไม่ได้ต่อสัญญาซื้อขายวัคซีนเพิ่มเติมกับบริษัทแอสตราเซเนกาแล้ว และได้ตกลงซื้อขายวัคซีนกับบริษัทไฟเซอร์แทน

ที่มา:

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์