Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2564 อัลเบิร์ต บูร์โล ประธานกรรมการบริหารบริษัทไฟเซอร์ (Pfizer) บริษัทผลิตยาและเวชภัณฑ์รายใหญ่จากสหรัฐฯ แถลงผ่านเพจส่วนตัวบนเว็บไซต์ LinkedIn ว่าบริษัทไฟเซอร์เสนอขายวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประเทศทุกกลุ่มรายได้ ทั้งประเทศที่มีรายได้สูง รายได้ปานกลาง และรายได้ต่ำ โดยเสนอเงื่อนไขราคาที่แตกต่างกันให้กับประเทศในแต่ละกลุ่มรายได้ ซึ่ง บูร์โล ระบุในแถลงการณ์ของเขาว่าบริษัทเน้นย้ำเสมอว่าจะกระจายวัคซีนตามหลักความเป็นธรรมและเสมอภาค (Fair & Equity)

มาดูกันว่าแต่ละประเทศที่เปิดเผยข้อมูลราคาวัคซีนไฟเซอร์ ซื้อกันที่โดสละกี่บาท

 

“เงื่อนไขแรกที่บริษัทกำหนดในช่วงเดือน มิ.ย. 2563 ซึ่งเป็นช่วงแรกที่เริ่มเปิดจองวัคซีน เราเสนอขายวัคซีนในราคาแบบขั้นบันได คือ ประเทศที่ร่ำรวยกว่าจะต้องซื้อวัคซีนในช่วงราคาอาหาร 1 มื้อ และต้องฉีดให้กับประชาชนในประเทศของตนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ส่วนประเทศที่มีรายได้ปานกลางสามารถซื้อวัคซีนของไฟเซอร์ได้ในราคาครึ่งหนึ่ง ในขณะที่ประเทศรายได้ต่ำสามารถซื้อวัคซีนของไฟเซอร์ได้ในราคาเท่าทุน และชุมชนยากจนหลายแห่งจะได้รับวัคซีนผ่านการบริจาคสมทบทุน ทั้งนี้ ความเสมอภาค ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้รับวัคซีนในรูปแบบเดียวกัน แต่ความเสมอภาคหมายถึงเราจะมอบโอกาสนั้นให้คนที่มีความต้องการมากกว่า” บูร์โล ผู้บริหารของไฟเซอร์ กล่าว

นอกจากนี้ บูร์โล ยังชี้แจงในแถลงการณ์ดังกล่าวว่า บริษัทไฟเซอร์ติดต่อไปยังทุกประเทศในทุกกลุ่มรายได้ และพยายามติดต่อทุกช่องทาง ทั้งจดหมาย โทรศัพท์ หรือกระทั่งส่งข้อความ แต่ประเทศส่วนใหญ่ที่ตกลงสั่งจองวัคซีนกับทางบริษัท คือ ประเทศในกลุ่มที่มีรายได้สูง พร้อมระบุว่าประเทศรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำปฏิเสธการจองวัคซีนไฟเซอร์ในล็อตแรกๆ เพราะว่าสั่งจองวัคซีนยี่ห้ออื่นไปแล้ว เนื่องจากไม่มั่นใจในเทคโนโลยี mRNA ของไฟเซอร์ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ บางประเทศบอกว่าจะใช้วัคซีนที่ผลิตเอง หรือบางประเทศก็ไม่รับรองวัคซีนของไฟเซอร์ แต่เมื่อผลการฉีดวัคซีนเริ่มประจักษ์ ทำให้หลายประเทศที่เคยปฏิเสธวัคซีนของไฟเซอร์ในตอนแรก กลับมาเปิดโต๊ะเจรจาอีกครั้ง โดยไฟเซอร์ตั้งเป้าว่าจะผลิตวัคซีนให้ทันกับยอดสั่งจองในครึ่งหลังของปีนี้ และจะมีวัคซีนเพียงพอสำหรับทุกประเทศในปีหน้า

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว CNBC ของสหรัฐฯ รายงานว่า ไฟเซอร์บริจาควัคซีนจำนวน 40 ล้านโดสให้แก่โครงการ COVAX ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งเป็นโครงการกระจายวัคซีน เพื่อช่วยให้ทุกประเทศทั่วโลกที่เข้าร่วม ทั้งประเทศรายได้สูงและรายได้ต่ำ สามารถเข้าถึงวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้อย่างเท่าเทียม ด้าน สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ไฟเซอร์เตรียมส่งมอบวัคซีนจำนวน 3,000 ล้านโดสให้แก่ 116 ประเทศในปีนี้ตามสัญญาการซื้อขาย ซึ่งกว่า 60% ของประเทศที่สั่งซื้อ คือ ประเทศที่มีรายได้สูง อย่างไรก็ตาม บูร์โล คาดว่าประเทศที่มีรายได้ปานกลางถึงรายได้ต่ำจะได้รับวัคซีนของไฟเซอร์จำนวน 1,000 โดสภายในปีนี้ และยังรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ประเทศโคลอมเบียและแอฟริกาใต้ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลาง ซื้อวัคซีนไฟเซอร์ในราคาโดสละ 24 และ 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ ตามลำดับ ในขณะที่ สำนักข่าว DW News ของเยอรมนีระบุว่าสหภาพยุโรป (EU) ตกลงเจรจาซื้อวัคซีนกับไฟเซอร์ที่ราคาเข็มละ 23.72 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่ากับว่า EU ซื้อวัคซีนไฟเซอร์ในราคาโดสละ 94.88 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสูงกว่าราคาที่สหรัฐอเมริกาต่อรองซื้อถึง 2.4 เท่า

โฆษณา - Advertising

ส่วนไทยเพิ่งเจรจาซื้อวัคซีนไฟเซอร์เมื่อต้นเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา โดยสำนักข่าวมติชนรายงานว่า อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าได้เจรจาซื้อวัคซีนไฟเซอร์แล้ว 20 ล้านโดส และบริษัทจะเริ่มส่งมอบให้ไทยช่วงเดือน ก.ค. นี้ โดยจะใช้เป็น ‘วัคซีนทางเลือก’ เช่นเดียวกับวัคซีนโมเดอร์นา ที่โรงพยาบาลเอกชนต้องติดต่อซื้อกับองค์การเภสัชกรรม และกำหนดราคาเบื้องต้นอยู่ที่โดสละ 3,000 บาท (2 เข็ม)

ที่มา:

สำหรับ จุลวรรณ เกิดแย้ม ผู้จัดทำกราฟิกนี้ ปัจจุบันเป็นนักศึกษาฝึกงานประจำกองบรรณาธิการประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising