ลลิตา รับทราบ ม.112 ที่ สน.นางเลิ้ง ปมโพสต์คลิปวิจารณ์การจัดการโควิด-19 ของรัฐบาลลง tiktok

ลลิตา มีสุข เข้ารับทราบข้อหา ม.112 ที่ สน.นางเลิ้ง ปมกรณีโพสต์คลิป 'พระมหากรุณาธิคุณ' ในช่องคอมเมนต์คลิปวิจารณ์การจัดการโควิด-19 ของรัฐบาลไทย พร้อมกันนี้ ลลิตา ระบุกังวลเล็กน้อยเรื่องการดำเนินคดี และเธอยังรู้สึกโกรธที่มีการใช้กฎหมายเป็นอาวุธทำร้ายคนอื่น เพียงแค่เธอทำไปด้วยเจตนาที่หวังให้ประเทศดีขึ้น

ลลิตา มีสุข (ขวา) ขณะเดินเข้าไปในอาคาร สน.นางเลิ้ง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ม.112 เมื่อวันที่ 20 พ.ค.64

20 พ.ค.64 ผู้สื่อข่าวประชาไท รายงานเมื่อเวลา 11.10 น. ที่ สน.นางเลิ้ง ติดตาม ลลิตา มีสุข ประชาชนจาก จ.กาฬสินธุ์ เดินทางมารายงานตัวรับทราบข้อกล่าวหา มาตรา 112 ตามประมวลกฎหมายอาญา หรือ กฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์ และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งข้อหา พ.ร.บ.คอมฯ แทรกเข้ามาภายหลัง ไม่ได้อยู่ในหมายเรียกแต่แรก

ทั้งนี้ ลลิตา ถูกแจ้งความจากกรณีโพสต์คลิปวิดีโอสั้นในแอปฯ tiktok วิจารณ์นโยบายการจัดการโควิด-19 ของรัฐบาล และในช่องคอมเมนต์ เธอโพสต์คลิปตอบผู้มาแสดงความคิดเห็น โดยมีคลิปหนึ่งพูดคำว่า "พระมหากรุณาธิคุณ" เป็นเหตุให้ อภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เข้าแจ้งความเอาผิด ม.112 ที่ สน.นางเลิ้ง

กระบวนการรายงานตัวใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที โดยเธอเข้าห้องสืบสวน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. และออกมาเวลา 12.30 น. โดยไม่มีการฝากขัง และต้องมารายงานตัวตามนัด วันที่ 13 ก.ค 64 ที่สำนักงานอัยการสูงสุดกรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง

 

หลังการรายงานตัว ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ ลลิตา ถึงความรู้สึกในวันนี้

ลลิตา ระบุว่า ข้อความที่เป็นปัญหา คือ เป็นคลิปวิดีโอที่เอ่ยถึงคำว่า พระมหากรุณาธิคุณ คลิปเดียว ข้อความเดียว โดยเธอปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เพราะว่าสิ่งที่พูดนั้นไม่มีอะไรที่ผิดเลย เธอมีเจตนาเพียงวิจารณ์รัฐบาลเท่านั้น

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

สน.นางเลิ้ง ออกหมายเรียก ลลิตา มีสุข ตาม ม.112 นัดรายงานตัว 20 พ.ค.นี้

"ความรู้สึกวันนี้โกรธมากกว่าค่ะ ที่เขาเอากฎหมายมาใช้เป็นอาวุธ มาทำร้ายกัน ทั้ง ๆ ที่เขาก็เป็นนักกฎหมายเหมือนกัน เขาไม่ควรมาทำแบบนี้ สิ่งเราพูดเราไม่ได้ทำผิดอะไรเลย เราพูดเพราะว่าเราอยากให้ดีขึ้น" ลลิตา กล่าว

สำหรับคำถามที่ว่ามองเรื่องการใช้ ม.112 อย่างไรบ้าง เธอมองว่าเป็นการกลั่นแกล้ง มองเป็นการใช้กฎหมายเป็นอาวุธ

"บ้านเมืองมันเสื่อมไม่ใช่สิ่งที่เราพูด มันเสื่อม เพราะเขาเอามาใช้ และทำให้มันเสื่อมไปเอง คนที่ทำให้เสื่อมไม่ใช่เรา แต่เป็นเขา สุดท้ายแล้ว สิ่งมันออกมา หมายศาล หมายเรียก มันแทบจะไม่มีความหมาย

สิ่งที่ทำมา ทำมากี่ปีแล้ว แล้วมันดีขึ้นไหม เมื่อ 5 ปีที่แล้ว 10 ปีที่แล้ว กี่คนที่โดนแบบนี้ มาจนถึงปัจจุบัน มันลดน้อยลงไหม มันกลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้น ทำแบบนี้เขาทำถูกทางแล้วเหรอ ... เขาควรจะนำสิ่งที่พวกเราพูด เอาไปแก้ไข ไม่ใช่เอาสิ่งที่เราพูด มองมันเป็นปัญหา และก็ปิดหนังสือว่านั่นเป็นปัญหา และก็ทิ้งลงถังขยะ ปัญหาไม่ใช่สิ่งที่พูด เขาแก้ไม่ถูกจุด แก้แบบนี้แก้ให้ตายก็ไม่ชนะ" ลลิตา ระบุ

สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับถูกดำเนินคดีครั้งนี้ ลลิตา เปิดเผยว่า "กังวลไหม ไม่กังวลค่ะ เพราะเรามองว่าเราไม่ผิด ยังไงเราก็สู้ได้กับสิ่งที่เขาแจ้งเรามา เรามองว่า มันไม่ผิด เขาตีเจตนาเราผิดไปเอง

แต่อาจมีความกังวลเล็กน้อย ที่เจ้าหน้าที่แจ้งว่า เขาบอกว่าพอถึงขั้นตอนการสอบสวน อาจจะต้องเปิดพจนานุกรมราชบัณฑิตฯ เกี่ยวกับคำว่า พระมหากรุณาธิคุณ เลยไม่แน่ใจว่าคนที่เอามาตีความจะเป็นกลางขนาดไหน สิ่งกังวล กังวลแค่นี้ เขาจะมาตีเจตนาแทนเราไหม"

ทั้งนี้ ระหว่างการเดินทางรายงานตัวเข้ารับทราบข้อกล่าวหาของลลิตา มีประชาชนบางส่วนเดินทางมาให้กำลังใจด้านนอกอาคาร สน.นางเลิ้ง อีกด้วย

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์