Skip to main content
ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

“รัฐธรรมนูญ” คืออะไร

เมื่อกล่าวถึงคำว่า “รัฐธรรมนูญ” หลายคนอาจนึกถึงรัฐธรรมนูญของประเทศฝรั่งเศส

ในภาษาฝรั่งเศส คำว่า “constitution” มีหลายความหมาย เช่น รัฐธรรมนูญ, การกระทำก่อร่างสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่ง, องค์ประกอบต่างๆ ของบางสิ่งบางอย่าง, การกระทำในการก่อตั้ง สร้าง จัดระเบียบ, ลักษณะทางกายภาพ และจิตวิทยาของแต่ละบุคคล, รูปแบบการปกครองของรัฐ ระบอบการปกครอง เป็นต้น

Académie française หรือ บัณฑิตยสถานฝรั่งเศส เขียนไว้ว่า คำว่า “constitution” ปรากฎขึ้นในศตวรรษที่ 12 จากรากคำศัพท์ภาษาละติน “constitutio” หมายถึง

     -“สภาพ, สถานการณ์, ธรรมชาติ, ลักษณะทั่วไป”

     - “บทบัญญัติทางกฎหมาย, สถาบัน”

แล้วความหมายทางการเมืองเล่า?  

“constitution” คือ “contrat social” หรือ สัญญาประชาคม ซึ่งเป็นสัญญาประชาคมตามความนึกคิดของ Jean-Jacques Rousseau (‘ฌ็อง-ฌัค รูโซ’) เพราะ สำหรับ ‘ฌ็อง-ฌัค รูโซ’  ครอบครัวเป็นสังคมเดียวที่เป็นธรรมชาติ และเป็นสังคมที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดาสังคมทั้งปวง ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ-ลูก หรือ กล่าวอีกนัย การปกครองของพ่อต่อลูก ถือเป็นธรรมเนียมปฎิบัติ ข้อตกลงสัญญาจารีตประเพณี

ดังนั้น ในแง่นี้ครอบครัวจึงเป็นแบบจำลองแรกของสังคมการเมือง ฉะนั้น ผู้นำ คือ ภาพสะท้อนของบิดา ประชาชน คือ ภาพสะท้อนของบุตร ธรรมเนียมปฎิบัติ ข้อตกลงสัญญาจารีตประเพณี คือ ภาพสะท้อนของ “รัฐธรรมนูญ”

“รัฐธรรมนูญ” จึงเป็นสัญญาที่ถูกออกแบบมาเพื่อจำกัด (limit) หน้าที่ ขอบเขตอำนาจของรัฐ (ผู้ปกครอง) และจำกัด (define) ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ (ผู้ปกครอง) กับ ประชาชน (ผู้ถูกปกครอง)

นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญยังเป็นผลผลิตของลัทธิเสรีนิยมทางการเมือง (liberalism) 

“รัฐธรรมนูญ” ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในศตวรรษที่ 18 ในฐานะหลักการขั้นพื้นฐาน (fundamental) ในการรักษาเสรีภาพส่วนบุคคล ต่อมาจึงเกิดหลักการทางการเมืองของแนวคิดรัฐธรรมนูญนิยม (constitutionalism) ที่จะเพิ่มความหมายทางกฎหมาย (juridical definition) ให้กับ “รัฐธรรมนูญ”

ในทางกฎหมาย คำว่า “รัฐธรรมนูญ“ สามารถนิยามได้ว่า “รวมชุดกฎหมายที่สำคัญที่สุดของรัฐ" (G. Vedel) ทว่า กฎหมายเหล่านี้อาจไม่ได้ถูกเขียนจารึกไว้เสมอไป เช่น กฎหมายจารีตประเพณี

ปัจจุบัน “รัฐธรรมนูญ” คือ กฎหมายสูงสุดของรัฐในการจัดการปกครองประเทศ


“รัฐธรรมนูญ” มีบทบาทหน้าที่ ภาระกิจ (functions) อะไรบ้าง ?

ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ รัฐธรรมนูญที่มีความหมายทางการเมืองและทางกฎหมาย จึงต้องทำหน้าที่ทั้งทางการเมืองและทางกฎหมาย

     - รัฐธรรมนูญสามารถระบุ และกำหนดขอบเขตของชุมชนทางการเมือง (political community)

     - รัฐธรรมนูญสามารถระบุ และกำหนดลักษณะ และอำนาจของชุมชนทางการเมือง

     - รัฐธรรมนูญสามารถแสดงออกถึงเอกลักษณ์ และค่านิยมของชุมชน (national community)

     - รัฐธรรมนูญสามารถระบุ และกำหนดสิทธิ และหน้าที่ของพลเมือง

     - รัฐธรรมนูญสามารถจัดตั้ง และควบคุมสถาบันทางการเมือง (political institutions) ของชุมชน

     - รัฐธรรมนูญสามารถแบ่งปันอำนาจระหว่างรัฐบาล และชุมชนในระดับต่างๆ เช่น จังหวัด อำเภอ/เขต

     - รัฐธรรมนูญสามารถระบุอัตลักษณ์ทางศาสนาของรัฐอย่างเป็นทางการ(ศาสนาของรัฐ) และควบคุมความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานทางศาสนากับทางโลก

     - รัฐธรรมนูญสามารถกำหนดอย่างเฉพาะเจาะจงเป้าหมายทางสังคม เศรษฐกิจ หรือการพัฒนา ที่รัฐมุ่งมั่นที่จะดำเนินการ หรือ บรรลุผลสำเร็จ

สรุปได้ว่า รัฐธรรมนูญในฐานะเอกสารทางกฎหมาย ทางการเมือง  และสังคม (juridical, political and social document) ตั้งอยู่บนจุดบรรจบระหว่างระบบกฎหมาย (juridical system) ระบบการเมือง (political system) และสังคม (society)

เนื้อหาและลักษณะของรัฐธรรมนูญนั้น แตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศ ดังนั้นจึงไม่มีการจำกัดความที่เป็นสากล (universal definition) และตายตัวในส่วนนี้ของ “รัฐธรรมนูญ”

ทุกประเทศทั่วโลกมีรัฐธรรมนูญ ทั้งประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยและเผด็จการ

ดังนั้นการมีรัฐธรรมนูญไม่ได้แปลว่า ประเทศนั้นเป็นประชาธิปไตย แต่รัฐธรรมนูญจะช่วยเป็นหลักประกันของประชาธิปไตย (เนื้อหาของรัฐธรรมนูญ)


การแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่? 

 นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1789 เป็นต้นมา ฝรั่งเศสผ่านการมีรัฐธรรมนูญมาแล้วทั้งสิ้น 14 ฉบับ 

ประเทศฝรั่งเศสปัจจุบันเป็นสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 5  ใช้รัฐธรรมนูญฉบับวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 1958 และมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาแล้ว 25 ครั้ง

 ทางกฎหมายรัฐธรรมนูญของฝรั่งเศส การแก้ไขรัฐธรรมนูญ (révision constitutionnelle) เป็นเพียงการปรับแก้รัฐธรรมนูญฉบับเดิมที่มีอยู่เท่านั้น มิใช่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้น

การเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ ที่หมายถึงการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง เช่น การปฏิวัติ การรัฐประหาร การเปลี่ยนระบอบเป็นสาธารณรัฐที่ 6 เป็นต้น


อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ

กฎหมายรัฐธรรมนูญของฝรั่งเศสได้แยกอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ (pouvoir constituant) ออกเป็น 2 ประเภทย่อย คือ 

1. “อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญแรกเริ่ม ” (pouvoir constituant originaire) คือ อำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญ (ผู้ให้กำเนิดรัฐธรรมนูญ)

2. “อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญสืบทอด” (pouvoir constituant dérivé) คือ อำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

"สภารัฐธรรมนูญ" ของฝรั่งเศส (Conseil constitutionnel) ระบุว่า “อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญสืบทอด” ที่เป็นอำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีอยู่นั้นเป็นอำนาจอธิปไตย (souverain) และการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจมีวัตถุประสงค์เพื่อ ยกเลิก แก้ไข หรือเพิ่มเติมข้อกฎหมายรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม การแก้ไขรัฐธรรมนูญมีข้อจำกัด

ที่มิให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญกรณีดังต่อไปนี้ 

  • ห้ามกระทบต่อบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศฝรั่งเศส (มาตรา 89 วรรค 4 ของรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส)
     
  • ห้ามแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงเวลาที่ประธานาธิบดีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือในกรณีมีผู้รักษาการแทน (วรรคสุดท้ายของมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ)
     
  • ห้ามแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงเวลาที่มีการประกาศใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 16 ของรัฐธรรมนูญ (ประเทศมีภัยอันตราย ถูกคุกคาม) 
     
  • ห้ามแก้ไขเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองแบบสาธารณรัฐ (วรรคสุดท้ายของมาตรา 89 ของรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส)


รัฐธรรมนูญแบบ “ยืดหยุ่น” (Constitution souple) และรัฐธรรมนูญแบบ “เข้มงวด” (Constitution rigide) คืออะไร และมีความแตกต่างกันอย่างไร?

•“รัฐธรรมนูญแบบยืดหยุ่น” (Constitution souple) หมายถึง รัฐธรรมนูญที่สามารถแก้ไขได้โดยหน่วยงาน และตามกระบวนการเดียวกันกับการตรากฎหมายทั่วไป ซึ่งข้อดีของกระบวนการนี้คือ สามารถปรับเปลี่ยนรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยในแต่ละช่วงเวลาได้โดยไม่ต้องใช้ขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อนมากเกินไป และไม่ก่อให้เกิดสภาวะ ทางตันทางการเมือง แต่กระบวนการนี้ รัฐธรรมนูญอาจสูญเสียความสำคัญในเชิงสัญลักษณ์ ความศักสิทธิ์ของความเป็นกฎหมายสูงสุดเมื่อเทียบกับกฎหมายอื่น ๆ

•“รัฐธรรมนูญแบบเข้มงวด” (Constitution rigide)  หมายถึง รัฐธรรมนูญที่สามารถแก้ไขได้โดยหน่วยงานเฉพาะเจาะจง  หรือผ่านกระบวนการเฉพาะที่กำหนดไว้เท่านั้น ซึ่งใช้ขั้นตอนที่แตกต่างจากการตรากฎหมายทั่วไป 

ประเทศฝรั่งเศสเป็นตัวอย่างหนึ่งของ “รัฐธรรมนูญแบบเข้มงวด” นี้ ที่ต้องผ่านกระบวนการเฉพาะที่กำหนดไว้ คือ การประชุมร่วมกันของรัฐสภา (Congrès)  และใช้ขั้นตอนที่แตกต่างจากการตรากฎหมายทั่วไป คือ การออกเสียงประชามติ (référendum) ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญแบบเข้มงวดช่วยป้องกันไม่ให้รัฐธรรมนูญถูกแก้ไขบ่อยครั้งเกินไป  คงไว้ซึ่งสถานะของความเป็นกฎหมายสูงสุดเหนือกฎหมายอื่น ๆ 


กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 89 ของรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส

แม้ว่ารัฐธรรมนูญทุกฉบับสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ แต่รูปแบบและขั้นตอนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจแตกต่างกันออกไป กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 89 ของรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส ถูกแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน


ขั้นตอนที่ 1 การริเริ่ม (L’initiative)

การแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจเริ่มได้จาก 2 กรณี ได้แก่

  • การริเริ่มโดยประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐ ตามข้อเสนอของนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็น “โครงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ” (projet de révision)
     
  • การริเริ่มโดยสมาชิกรัฐสภา (สส.-สว.) ซึ่งถือเป็น “การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ” (proposition de révision)

ขั้นตอนที่ 2 การลงมติเห็นชอบด้วยข้อความเดียวกัน (Le vote en termes identiques)

เมื่อ “โครงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ” หรือ “การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ถูกบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมของรัฐสภาแล้ว ร่างกฎหมายจะต้องได้รับการลงมติเห็นชอบด้วยข้อความเดียวกัน (ข้อความของกฎหมายที่ต้องการจะแก้ไข) จากทั้ง สภาผู้แทนราษฎร (Assemblée nationale) และ วุฒิสภา (Sénat) 

ด้วยการนับคะแนนเสียงแบบรูปแบบเสียงข้างมาก (vote à la majorité simple) นอกจากนี้ทั้ง 2 สภาต่างมี “สิทธิยับยั้ง” (droit de veto) เพราะฉะนั้นหากสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้สิทธิยับยั้ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะถูกระงับ


ขั้นตอนที่ 3. การให้ความเห็นชอบโดยประชามติ หรือโดยรัฐสภาที่ประชุมร่วมกัน (Congrès) 

•สำหรับ “โครงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ที่ประธานาธิบดีเป็นผู้ริเริ่ม ประธานาธิบดีสามารถเลือกได้ว่าจะเสนอให้ประชาชนลงประชามติ (référendum) หรือ เสนอให้รัฐสภา 

 หากประธานาธิบดีเลือกเสนอให้รัฐสภาผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในที่ประชุมร่วมของรัฐสภา (Congrès) ร่างแก้ไขต้องได้รับมติจาก 3 ใน 5 ของคะแนนเสียง

•สำหรับ “การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ที่สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้ริเริ่ม ประธานาธิบดีจำเป็นต้องนำเสนอให้ประชาชนลงประชามติ


กรณีพิเศษ : การแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยการใช้มาตรา 11 ของรัฐธรรมนูญ

การแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยการใช้มาตรา 11 ของรัฐธรรมนูญ มีขึ้น 2 ครั้ง

มาตรา 11 สามารถให้ประธานาธิบดี “แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเสนอร่างกฎหมายเกี่ยวกับการจัดระเบียบอำนาจรัฐต่อประชาชนผ่านการลงประชามติ“

ครั้งแรกปี ค.ศ.1962

นายพลชาร์ล เดอ โกล (Général Charles de Gaulle) ประธานาธิบดีฝรั่งเศสในขณะนั้น (สมัยที่ 2) ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยการเปลี่ยนให้ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน จากเดิมที่เป็นการเลือกตั้งทางอ้อม แต่มีการคัดค้านจากรัฐสภา ประธานาธิบดีเดอโกลจึงตัดสินใจเลือกใช้มาตรา 11 ของรัฐธรรมนูญ แทนที่จะใช้มาตรา 89 และวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 1962 ประชาชนชาวฝรั่งเศสลงคะแนนเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว

ครั้งที่ 2 ปี ค.ศ.1969

7 ปีต่อมา ประธานาธิบดีเดอโกลใช้มาตรา 11 อีกครั้ง เพื่อนำเสนอให้ประชาชนลงประชามติเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องการจัดตั้งภูมิภาค (régionalisation)  และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของวุฒิสภา

วันที่ 27 เมษายน ค.ศ. 1969 ประชาชนชาวฝรั่งเศสปฏิเสธการปฏิรูปดังกล่าว และวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 1969 ประธานาธิบดีเดอโกลลาออกจากตำแหน่ง


การแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี ค.ศ. 1958

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1958 ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญรวม 25 ครั้ง (ไม่นับรวม 14 ครั้งที่ไม่ประสบผลสำเร็จ) โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา

การแก้ไขที่สำคัญคือ การเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยการลงคะแนนเสียงโดยตรงจากประชาชน (ค.ศ. 1962) การกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจาก 7 ปีเป็น 5 ปี (ค.ศ. 2000) การแก้ไข 50 มาตราของรัฐธรรมนูญในปีค.ศ. 2008 และล่าสุดคือ วันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 2024 รับรองสิทธิเสรีภาพของสตรีในการทำแท้งไว้ในรัฐธรรมนูญ


เนื้อหาของรัฐธรรมนูญ (สิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้และสิ่งที่ต้องคงอยู่)

ชาวฝรั่งเศสบรรจุสิ่งใดไว้ในรัฐธรรมนูญของตน ? การพิจารณาเนื้อหาของรัฐธรรมนูญจำนวน 14 ฉบับ ที่สืบต่อกันมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1791 แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของเนื้อหา ซึ่งความหลากหลายดังกล่าวเกิดขึ้นจากการปรับตัวอย่างต่อเนื่องต่อสถานการณ์ทางการเมืองและสังคมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ รัฐธรรมนูญบางฉบับจะมีความคล้ายคลึงและความเชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะเมื่อฉบับหนึ่งใช้เป็นต้นแบบร่างของอีกฉบับหนึ่ง

ในปี ค.ศ. 1789 สภาร่างรัฐธรรมนูญฝรั่งเศสขณะนั้นยังไม่มีแนวคิดที่ชัดเจนนักว่าควรกำหนดเนื้อหาใดไว้ในรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ทราบว่าต้องการตัดขาดจากอดีต/ระบอบเก่า (ancien régime) และวางรากฐานของระเบียบใหม่ รัฐธรรมนูญจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว รัฐธรรมนูญคือการจัดรูปแบบของ “สัญญาประชาคม” (contrat social)

ดังนั้น การจัดทำรัฐธรรมนูญในเวลานั้นมีเป้าหมายหลักเพื่อประชาชนและบุคคลที่ประกอบกันขึ้นเป็นสังคมพลเมืองฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 18 โดยกำหนดสถานะของบุคคลในสังคม ตามอุดมการณ์แห่งเสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพ ทำให้ประชาชนเป็นหนึ่งเดียว มอบอำนาจอธิปไตยแก่ประชาชน และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการใช้อำนาจอธิปไตยนั้น

ด้วยเหตุนี้ รัฐธรรมนูญเกือบทุกฉบับจะประกอบและเริ่มต้นด้วยคำประกาศสิทธิมนุษยชนและพลเมืองปี ค.ศ.1789 (Déclaration des Droits de l'Homme et du Citoyen de 1789) ก่อนที่จะกำหนดโครงสร้างของอำนาจรัฐเสียอีก เพราะพื้นฐานของการจัดระเบียบสังคมถูกกำหนดขึ้นก่อน 

รัฐธรรมนูญฝรั่งเศส อาจต่างจากรัฐธรรมนูญโดยทั่วไป เพราะไม่ได้มีหน้าที่เป็นผู้สร้างใหม่ (créateur) แต่นำข้อกฎหมายของรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ ที่มั่นคง หรือ พิสูจน์ประสิทธิผลแล้วในระบอบการปกครองก่อนหน้ามาปรับใช้

บรรดาผู้เล่นทางการเมือง (ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี รัฐบาล รัฐสภา พรรคการเมือง) เป็นผู้มีบทบาทหลักในการร่างรัฐธรรมนูญ

ประชาชนทั่วไปและผู้เชี่ยวชาญ (นักกฎหมาย นักรัฐศาสตร์ นักข่าว) มีส่วนร่วมในกระบวนการนี้ แต่อย่างมากก็ทำได้แต่เป็นเพียงผู้ติดตามหรือผู้ชมของเกมการเมือง

รัฐธรรมนูญฝรั่งเศสฉบับวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ.1958 เป็นกฎหมายสูงสุดที่ก่อตั้งสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 5 และเป็นรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน

รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ถูกร่างขึ้นภายในเวลาไม่ถึง 3 เดือนโดยรัฐบาลของประธานาธิบดีเดอโกลท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับสงครามแอลจีเรีย (สงครามเพื่ออิสรภาพของแอลจีเรียจากฝรั่งเศส) ประชาชนได้ให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญผ่านการลงประชามติ ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 82% เมื่อวันที่ 28 กันยายน ค.ศ.1958 ทำให้รัฐธรรมนูญรับการประกาศใช้ในวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ.1958 

รัฐธรรมนูญฝรั่งเศสฉบับวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ.1958 ประกอบด้วยคำปรารภ (Préambule) และบทบัญญัติ 108 มาตรา แบ่งออกเป็น 17 หมวด

คำปรารภของรัฐธรรมนูญอ้างอิงถึงเอกสารพื้นฐานสำคัญ 3 ฉบับ ได้แก่ คำประกาศสิทธิมนุษยชนและพลเมืองปีค.ศ.1789 คำปรารภของรัฐธรรมนูญฝรั่งเศสฉบับค.ศ.1946  และกฎบัตรสิ่งแวดล้อม ค.ศ.2004

เอกสารพื้นฐานทั้ง 3 ฉบับนี้ รวมกับรัฐธรรมนูญฝรั่งเศสฉบับวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ.1958 ร่วมกันก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “กรอบบรรทัดฐานรัฐธรรมนูญ” (bloc de constitutionnalité) อธิบายได้ว่าเป็นบรรทัดฐานทางกฎหมายสูงสุดของประเทศ โดยกฎหมายทุกฉบับของฝรั่งเศสจะต้องสอดคล้องกับหลักการและบทบัญญัติที่อยู่ใน “กรอบบรรทัดฐานรัฐธรรมนูญ” และ "สภารัฐธรรมนูญ" ของฝรั่งเศส (Conseil constitutionnel)  มีหน้าที่ตรวจสอบและรับรองว่ากฎหมายต่าง ๆ เคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดในระบบกฎหมายฝรั่งเศส

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง