กลุ่มผู้ลี้ภัยทางการเมืองในประเทศฝรั่งเศส ยื่นจดหมายถึง "เอ็มมานูเอล มาครง" ประธานาธิบดีฝรั่งเศส บอกเล่าถึงสถานการณ์ของผู้ต้องขังทางการเมืองและการดำเนินคดี ม.112 ในไทย โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประเด็น ม.112 จะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในกรอบของการเจรจาระหว่างการเสด็จเยือนประเทศฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการของ “ในหลวง-พระราชินี”
2 ก.ค. 2569 เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2569 กลุ่มผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทยที่พำนักอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ได้ยื่นจดหมายถึง "เอ็มมานูเอล มาครง" ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เนื่องในโอกาสการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการของ “ในหลวง-พระราชินี” ระหว่างวันที่ 28 มิ.ย. ถึง 3 ก.ค. 2569 จดหมายดังกล่าวระบุถึงสถานการณ์ของผู้ต้องขังทางการเมืองในประเทศไทยและการบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่น่ากังวลของไทย
พวกเรา ในฐานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองจากประเทศไทยที่พำนักอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ขอแสดงความเคารพอย่างสูงเพื่อดึงความสนใจจากท่านเนื่องในโอกาสการเสด็จเยือนประเทศฝรั่งเศสของกษัตริย์วชิราลงกรณ์ ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน ถึง 3 กรกฎาคม 2569
ก่อนอื่น พวกเราขอแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 170 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศฝรั่งเศสและประเทศไทย เป็นเวลาหลายปีแล้วที่สาธารณรัฐฝรั่งเศสได้เป็นตัวแทนของค่านิยมแห่งเสรีภาพ ประชาธิปไตย และการเคารพในสิทธิมนุษยชน พวกเรามีความซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งที่ฝรั่งเศสได้ให้ความคุ้มครองและลี้ภัยแก่พลเมืองไทยหลายคน ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางออกจากประเทศบ้านเกิดเนื่องจากความคิดเห็นทางการเมืองของพวกเขา
เนื่องในโอกาสนี้ พวกเราใคร่ขอเรียนให้ท่านทราบถึงสถานการณ์ที่น่ากังวลอันเกี่ยวเนื่องกับการบังคับใช้มาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญาไทย หรือที่เรียกกันทั่วไปว่ากฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ บทบัญญัตินี้กำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี สำหรับความผิดแต่ละกระทงที่เกี่ยวข้องกับการดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรืออาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี หรือรัชทายาท
จากข้อมูลขององค์กรสิทธิมนุษยชนและผู้สังเกตการณ์อิสระต่าง ๆ พบว่า มีประชาชนหลายร้อยคนถูกดำเนินคดีภายใต้บทบัญญัตินี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยบางส่วนกำลังถูกคุมขังอยู่ในปัจจุบัน ในขณะที่บางส่วนมีความจำเป็นต้องเดินทางออกจากประเทศไทยเพื่อแสวงหาความคุ้มครองระหว่างประเทศในประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศฝรั่งเศส
พวกเรามีความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อผลกระทบของกฎหมายนี้ที่มีต่อเสรีภาพในการแสดงออก การถกเถียงในที่สาธารณะ และการมีส่วนร่วมตามวิถีทางประชาธิปไตยในประเทศไทย พวกเราเชื่อว่าสังคมประชาธิปไตยจะต้องเปิดโอกาสให้มีการพูดคุยอย่างสันติในประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถาบันของรัฐ โดยเป็นไปตามสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับการคุ้มครองโดยอนุสัญญาระหว่างประเทศ
ในบริบทของการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างฝรั่งเศสและประเทศไทย พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน เสรีภาพขั้นพื้นฐาน และสถานการณ์ของผู้ต้องขังทางการเมือง จะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในกรอบของการเจรจาระหว่างทั้งสองรัฐด้วยเช่นกัน
พวกเราจะรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง หากท่านจะให้การสนับสนุนความคิดริเริ่มใดๆ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก การทบทวนการดำเนินคดีที่เกิดขึ้นภายใต้มาตรา 112 และการใช้มาตรการทางมนุษยธรรมเพื่อช่วยเหลือบุคคลที่ถูกคุมขังด้วยเหตุผลทางการเมือง
ด้วยความเชื่อมั่นในความยึดมั่นของสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่มีต่อค่านิยมสากลด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย พวกเราขอขอบคุณสำหรับความเอาใจใส่ที่ท่านจะมอบให้แก่การดำเนินการในครั้งนี้
ขอแสดงความนับถืออย่างสูงแด่ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส
จรัล ดิษฐาอภิชัย
ตัวแทนกลุ่มผู้ลี้ภัยทางการเมืองในประเทศฝรั่งเศส
