Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ก่อนการแข่งขันเริ่มขึ้น มีความกังวลว่าสนามขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาจะมีผู้เข้าชมไม่เต็มความจุ เนื่องจากราคาตั๋วที่สูงและข้อจำกัดด้านวีซ่า แต่เมื่อรอบแบ่งกลุ่มของฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งมีสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดาเป็นเจ้าภาพร่วมดำเนินมาจนจบ สนามเต็มเฉลี่ยกว่า 99% และยอดผู้ชมแซงสถิติของปี 1994 จนกลายเป็นฟุตบอลโลกที่มีผู้ชมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ผลลัพธ์นี้เป็นความสำเร็จด้านตัวเลขของ FIFA แต่ก็มีข้อวิจารณ์ว่าการเข้าชมจำกัดอยู่กับกลุ่มผู้ที่มีกำลังจ่าย

  • รอบแบ่งกลุ่มของฟุตบอลโลก 2026 มีผู้ชมรวม 4,644,549 คนจาก 72 นัดใน 16 เมืองเจ้าภาพ โดยยอดสะสมแซงสถิติเดิมของปี 1994 ที่ราว 3.6 ล้านคน เมื่อ 25 มิถุนายน 2026 ที่ตัวเลข 3,605,357 คน ทั้งที่ปี 1994 มีเพียง 52 นัด ขณะที่ครั้งนี้ยังเหลืออีก 48 นัด
  • ราคาตั๋วถูกตั้งไว้สูงที่สุดเท่าที่ฟุตบอลโลกเคยมี และ FIFA ใช้ระบบ dynamic pricing ที่ปรับขึ้นลงตามอุปสงค์ ทำให้ตั๋วบางนัดมีราคาลดลงในช่วงก่อนแข่ง โดยที่นั่งชม "เมสซี" อยู่ที่ราว 1,000 ดอลลาร์ ขณะที่บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาพบสวิตเซอร์แลนด์อยู่ที่ราว 350 ดอลลาร์
  • มาตรการจำกัดการเดินทางเข้าสหรัฐฯ และราคาที่สูง ทำให้แฟนบอลบางส่วนที่ต้องการเข้าชมไม่สามารถเดินทางได้ ที่นั่งจึงถูกเติมด้วยแฟนท้องถิ่นที่มีกำลังซื้อและแฟนกลุ่มใหม่ ขณะที่ FIFA ยังไม่มีท่าทีจะลดราคา ต่างจาก UEFA ที่ตรึงราคาตั๋วยูโร 2028 ไว้เป็นส่วนใหญ่


ภาพจาก: instagram.com/mattyfc

ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 จะเริ่มขึ้น มีความกังวลว่าสนามที่ใช้จัดการแข่งขันในสหรัฐอเมริกา ซึ่งหลายแห่งเป็นสนามอเมริกันฟุตบอลที่มีความจุหลายหมื่นที่นั่ง อาจมีผู้เข้าชมไม่เต็มความจุ ความกังวลนี้มาจากสองปัจจัยหลัก คือราคาตั๋วที่สูงและข้อจำกัดด้านวีซ่าสำหรับแฟนบอลจากหลายชาติ โดยมีศึกชิงแชมป์สโมสรโลก (Club World Cup) ที่จัดในสหรัฐฯ เมื่อปี 2025 เป็นกรณีอ้างอิง ซึ่งปรากฏที่นั่งว่างจำนวนมากในหลายนัด

ผลที่เกิดขึ้นจริงต่างออกไป ตามรายงานของสื่อ Sports Illustrated ตัวเลขผู้เข้าชมอย่างเป็นทางการตลอดรอบแบ่งกลุ่มอยู่ที่ระดับความจุรวมกว่า 99% และนัดที่มีผู้ชมน้อยที่สุดคือซาอุดีอาระเบียเสมอกับอุรุกวัย 1–1 ที่ไมอามี ซึ่งเหลือที่ว่างเพียง 1,714 ที่ ขณะที่สื่อ Reuters รายงานว่าเมื่อ 25 มิถุนายน 2026 ระหว่างเกมเยอรมนีพบเอกวาดอร์ที่อีสต์รัทเทอร์ฟอร์ด รัฐนิวเจอร์ซีย์ มีการแสดงตัวเลขผู้ชมสะสม 3,605,357 คน ซึ่งแซงสถิติเดิมของฟุตบอลโลกปี 1994 ที่ราว 3.6 ล้านคน และเมื่อรอบแบ่งกลุ่มจบลงครบ 72 นัด สื่อ ANI ระบุว่ายอดผู้ชมรวมอยู่ที่ 4,644,549 คน จาก 16 เมืองเจ้าภาพใน 3 ประเทศ

รอบแบ่งกลุ่มจึงเกิดภาวะที่ราคาตั๋วอยู่ในระดับสูงที่สุดเท่าที่ฟุตบอลโลกเคยมี ขณะที่ที่นั่งยังเต็มและยอดผู้ชมทำสถิติใหม่ ปัจจัยที่ทำให้ที่นั่งเต็มและผลของแนวทางการตั้งราคาต่อการแข่งขันครั้งต่อไปเป็นประเด็นที่ปรากฏในรายงานข่าวหลายชิ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ราคาตั๋วสูงที่สุดเท่าที่เคยมี และจุดยืนของ FIFA

แม้สนามจะเต็ม แต่ราคาตั๋วของการแข่งขันครั้งนี้ถูกบันทึกว่าสูงในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน และมีเสียงวิจารณ์ต่อเนื่องตลอดทัวร์นาเมนต์ จานนี อินฟานติโน (Gianni Infantino) ประธาน FIFA ยืนยันว่าจะไม่ขอโทษต่อกระแสคัดค้านราคาตั๋ว โดยให้เหตุผลว่าเมื่อเข้าสู่ตลาดใด ก็ต้องดำเนินตามกลไกของตลาดนั้น และฟุตบอลโลกเป็นอีกหนึ่งงานในกลุ่มงานบันเทิงในอเมริกาเหนือที่สามารถตั้งราคาสูงได้ตามอุปสงค์

กลไกเบื้องหลังคือระบบ dynamic pricing หรือการตั้งราคาแบบยืดหยุ่นตามอุปสงค์ ซึ่งทำงานสองทิศทาง เมื่อความต้องการสูง ราคาจะปรับขึ้น และเมื่อยอดขายชะลอตัว ราคาจะปรับลดลง ราคาตั๋วเพิ่มขึ้นมากหลังการจับสลากแบ่งสายเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งเป็นช่วงที่แฟนบอลทราบแน่ชัดว่าทีมหรือผู้เล่นที่ติดตามจะลงเล่นเมื่อใดและที่ใด หลังจากนั้นราคาเคลื่อนไหวขึ้นลงเป็นช่วง ตามรายงานของสื่อ Sports Illustrated ครึ่งหนึ่งของนัดรอบแบ่งกลุ่มที่แข่งไปแล้วมีราคาตั๋วลดลงในช่วง 3 วันก่อนแข่ง ตัวอย่างหนึ่งคือเกมอาร์เจนตินาพบแอลจีเรีย ที่ราคาตั๋วลดลง 24%

ส่วนต่างของราคาระหว่างนัดต่าง ๆ ค่อนข้างแตกต่างกัน ที่นั่งเพื่อชมไลโอเนล เมสซี (Lionel Messi) ลงสนามอยู่ที่ราว 1,000 ดอลลาร์ ขณะที่ตั๋วเข้าชมเกมบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาพบสวิตเซอร์แลนด์ที่สนาม SoFi อยู่ที่ราว 350 ดอลลาร์ ทั้งสองชาติไม่ใช่ทีมระดับแนวหน้าและไม่มีกองเชียร์ขนาดใหญ่ในลอสแอนเจลิส แต่เกมดังกล่าวมีผู้ชม 70,026 คน จากความจุ 70,492 คน

สื่อ Sports Illustrated อ้างอิงถึงการแข่งขัน NBA Finals ระหว่างทีม New York Knicks กับ San Antonio Spurs เพื่อเปรียบเทียบระดับราคา โดยตั๋วราคาต่ำที่สุดของเกมที่ 3 ที่สนาม Madison Square Garden อยู่ที่กว่า 7,000 ดอลลาร์ และเพิ่มสูงขึ้นอีกสำหรับที่นั่งใกล้สนาม เมื่อราคาระดับนี้เป็นเรื่องปกติสำหรับการแข่งขันกีฬาในสหรัฐฯ ราคาตั๋วฟุตบอลโลกจึงไม่ถูกมองว่าผิดปกติในมุมของผู้บริโภคบางกลุ่ม ด้าน FIFA ระบุว่ารายได้ทั้งหมดจะถูกนำกลับไปลงทุนในวงการฟุตบอล ซึ่งเป็นเหตุผลที่องค์กรใช้อธิบายแนวทางการหารายได้จากทุกช่องทาง

ผู้เข้าชมและข้อจำกัดด้านการเข้าถึง

ตัวเลขความจุกว่า 99% มีข้อสังเกตประกอบ เนื่องจากตัวเลขผู้เข้าชมที่ FIFA เผยแพร่นับจากจำนวนตั๋วที่ถูกสแกนผ่านประตู ไม่ได้นับจากจำนวนผู้ที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์จริง จึงมีการตั้งข้อสังเกตถึงความถูกต้องของตัวเลขดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ที่นั่งว่างจำนวนมากในลักษณะที่พบในศึกชิงแชมป์สโมสรโลกเมื่อปีก่อนไม่ได้เกิดขึ้นในปีนี้

การที่สนามเต็มไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ต้องการเข้าชมสามารถเข้าชมได้ วิกเตอร์ แมธิสัน (Victor Matheson) นักเศรษฐศาสตร์ด้านกีฬาจากวิทยาลัยโฮลีครอส (College of the Holy Cross) ให้สัมภาษณ์สื่อ Reuters ว่า ทั้งราคาตั๋วที่สูงและมาตรการจำกัดการเดินทางของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ที่บังคับใช้กับบางชาติ ทำให้มีผู้ที่ต้องการเข้าชมแต่ไม่สามารถเดินทางมาได้ ที่นั่งที่เต็มจึงสะท้อนว่ามีผู้ชมกลุ่มอื่นเข้ามาแทนที่ผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาได้

ผู้ที่เข้ามาเติมที่นั่งส่วนหนึ่งคือแฟนบอลที่เดินทางตามทีม ร่วมกับผู้ชมในพื้นที่ที่มีกำลังจ่าย สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโกเป็นประเทศที่มีรายได้สูง และจำนวนเสื้อแข่งใหม่ที่พบเห็นทั่วการแข่งขันบ่งชี้ว่าฟุตบอลโลกดึงดูดแฟนบอลกลุ่มใหม่ที่มีกำลังซื้อเข้ามาด้วย แดน แรชเชอร์ (Dan Rascher) ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์กีฬาจากมหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโก (University of San Francisco) ให้สัมภาษณ์สื่อ Reuters ว่า ชาวอเมริกันต้องการอยู่ในเหตุการณ์สำคัญเหล่านี้ จึงเข้ามาแทนที่ผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาได้

อีกปัจจัยหนึ่งมาจากความต้องการของชาติที่ไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันมานาน การขยายทัวร์นาเมนต์เป็น 48 ทีมทำให้หลายชาติได้กลับมาเล่นฟุตบอลโลกอีกครั้ง ปีนี้มีทีมที่ลงเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก 4 ทีม ขณะที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DR Congo) เฮติ และอิรัก กลับมาอีกครั้งหลังห่างหายไปเกือบ 50 ปี ส่วนออสเตรีย นอร์เวย์ สกอตแลนด์ และแอฟริกาใต้ ไม่ได้เข้าร่วมเลยตั้งแต่เข้าสู่ศตวรรษนี้ เมื่อโอกาสมาถึงหลังการรอคอยเป็นเวลานาน แฟนบอลของชาติเหล่านี้จำนวนมากจึงต้องการเข้าชม

ภาพในสนามจึงเป็นการผสมของกองเชียร์จากชาติที่ไม่ได้เข้าร่วมมานานกับแฟนบอลในพื้นที่ที่มีกำลังจ่าย เกมบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาพบสวิตเซอร์แลนด์ที่ SoFi เป็นตัวอย่างหนึ่ง แม้เป็นคู่ที่ไม่ได้ถูกจัดเป็นนัดเด่นและไม่มีผู้เล่นที่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่กองเชียร์ทั้งสองฝั่งเข้าชมจนเต็มสนาม การที่ที่นั่งถูกเติมด้วยกลุ่มผู้ที่มีกำลังจ่ายเป็นหลัก ทำให้มีข้อวิจารณ์ว่าการเข้าชมการแข่งขันจำกัดอยู่กับกลุ่มผู้ที่มีกำลังซื้อมากขึ้น

แนวทางที่อาจส่งผลต่อการแข่งขันครั้งต่อไป

สำหรับผู้เล่น ผู้จัดการทีม และผู้จัดการแข่งขัน ยอดผู้ชมที่สูงถือเป็นความสำเร็จ แต่ในด้านอนาคต ตัวเลขนี้เกี่ยวข้องกับแนวทางการตั้งราคาในระยะต่อไป เมื่อราคาตั๋วที่สูงที่สุดเท่าที่ฟุตบอลโลกเคยมียังขายได้และสนามยังเต็ม FIFA จึงมีเหตุผลที่จะใช้แนวทางเดิมในการแข่งขันครั้งต่อไป และตลอดทัวร์นาเมนต์นี้ องค์กรไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะลดการหารายได้ลง

แนวทางนี้ต่างจากองค์กรลูกหนังอีกแห่ง สหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป (UEFA) ตอบสนองต่อข้อกังวลเรื่องราคาตั๋วล่วงหน้า ด้วยการตรึงราคาตั๋วส่วนใหญ่สำหรับศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปปี 2028 ที่จะจัดในสหราชอาณาจักรและสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ความแตกต่างนี้สะท้อนสองแนวทางในการบริหารการแข่งขัน แนวทางหนึ่งให้ความสำคัญกับการเข้าถึงของผู้ชม อีกแนวทางหนึ่งให้ความสำคัญกับการหารายได้สูงสุด

ประเด็นนี้เกี่ยวข้องต่อไปถึงฟุตบอลโลกครั้งถัดไปในปี 2030 ซึ่งจะจัดเป็นหลักในสเปน โปรตุเกส และโมร็อกโก แม้ความนิยมฟุตบอลในประเทศเหล่านี้อยู่ในระดับสูง ปัจจัยที่ต้องติดตามคือกำลังซื้อของแฟนบอลในประเทศเหล่านั้นเมื่อเทียบกับราคาตั๋ว โดยเฉพาะในนัดที่ไม่ได้เป็นจุดสนใจ เนื่องจากแนวทางที่ได้ผลในตลาดที่มีรายได้สูงอย่างอเมริกาเหนืออาจให้ผลต่างออกไปในบริบทอื่น

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน (Mauricio Pochettino) ผู้จัดการทีมชาติสหรัฐอเมริกา กล่าวหลังเกมนัดเปิดสนามของทีมว่า ทีมต้องการผู้ชมและแฟนบอล และระบุว่าฟุตบอลที่ไม่มีแฟนบอลนั้นเป็นไปไม่ได้ ความเห็นนี้สะท้อนความสำคัญของแฟนบอลในสนาม ซึ่งเป็นปัจจัยที่ถูกหยิบยกควบคู่กับการพิจารณาด้านรายได้และราคาตั๋ว

ขณะนี้การแข่งขันเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ โดยยังเหลืออีก 48 นัด ซึ่งสื่อ Reuters ระบุว่าหากแนวโน้มผู้ชมยังคงเป็นเช่นนี้ ยอดสะสมตลอดทัวร์นาเมนต์อาจเข้าใกล้สองเท่าของสถิติปี 1994 ที่จัดในยุคที่มีเพียง 52 นัด ราคาตั๋วและการเข้าถึงของแฟนบอลยังเป็นประเด็นที่ถูกวิจารณ์ตลอดการแข่งขัน


ที่มา:
Why Are There So Few Empty Seats at the 2026 World Cup? (Grey Whitebloom, Sports Illustrated, 18 June 2026) 
World Cup sets all-time attendance record, surpassing 1994 mark (Nicholas P. Brown, Reuters, 25 June 2026) 
FIFA World Cup 2026: Group stages of 23rd edition rewrites record books (ANI, 29 June 2026) 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง