โตโต้ พาทีมวีโว่ ร้อง ‘เสรี’ ประธาน กมธ.ป.ป.ช. สืบหาข้อเท็จจริง ปมถูก ตร.จับกุมข้อหาอั้งยี่ ที่เมเจอร์รัชโยฯ

โตโต้ แกนนำกลุ่มวีโว่ พร้อมสมาชิกกลุ่มคนอื่นๆ เดินทางไปที่รัฐสภา เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนถึง เสรีพิศุทธ์ ประธาน กมธ.ป.ป.ช. สืบสวนข้อเท็จจริง ปมตำรวจจับกุมสมาชิกวีโว่ ที่เมเจอร์รัชโยธิน เมื่อ 6 มี.ค. 64 พร้อมตั้งข้อหา 'อั้งยี่' ด้าน 'เสรี' รับปากจะเร่งดำเนินการ 

ภาพจากไลฟ์ถ่ายทอดสดผ่านเพจเฟบุ๊ก We Volunteer ขณะที่ตำรวจเข้าจับกุมกลุ่มวีโว่ ที่เมเจอร์รัชโยธิน เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 64
 

1 ก.ค. 64 เพจเฟซบุ๊ก 'สำนักข่าวราษฎร Ratsadon News' รายงานวันนี้ (1 ก.ค.) เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่ม We Volunteer หรือ WeVo พร้อมสมาชิกคนอื่นๆ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึง พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร กรณีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมข้อหา 'อั้งยี่' ซ่องโจร ที่เมเจอร์รัชโยธิน เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 64

โตโต้ กล่าวว่า เนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 64 ที่บริเวณลานจอดรถของห้างเมเจอร์รัชโยธิน กลุ่มของตนและเพื่อนกว่า 30 คน ถูกดำเนินคดีในข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร ซึ่งเป็นข้อหาที่ร้ายแรง แต่พฤติกรรมของกลุ่มไม่ถึงขั้นข้อหานั้น ดังนั้น จึงมาร้องเรียนในส่วนของการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าพนักงานโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่จากกองปราบปราม ที่นำกำลังเข้ามาจับกุมด้วยอาวุธครบมือ และเป็นอาวุธจริง กระสุนจริง อีกทั้งไม่มีการแสดงหมายค้นใดๆ ทั้งสิ้น

แกนนำกลุ่ม WeVo กล่าวต่อว่า พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นความไม่ชอบธรรม และเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญต่อประชาชนที่เห็นเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก อยากให้ทาง กมธ.ป.ป.ช. ได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสืบหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

ขณะที่ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า เรื่องเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเป็นเรื่องที่ทาง กมธ.ของเราดำเนินการอยู่แล้ว แต่เรื่องของเด็ก เยาวชนที่กำลังมีปัญหากับรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนเหมือนกัน ก็มีหลายเรื่องที่รัฐบาลก็ใช้อำนาจ ใช้กฎหมายกลั่นแกล้ง จับกุมเด็กเหล่านี้อยู่ เราก็จำเป็นจะต้องตรวจสอบสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพื่อแก้ไขปัญหาให้เขา ดังนั้นเรื่องนี้ทางเราจะรีบดำเนินการให้

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว ภาคีนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 64 นายปิยรัฐ และพวกจำนวน 4 คน เดินทางไปรับประทานอาหารและพูดคุยกับแพทย์ท่านหนึ่งที่ห้างเมเจอร์รัชโยธิน แต่ปรากฏว่าในช่วงเย็นประมาณ 18.00 น. ขณะที่นายปิยรัฐ กับพวกกำลังเดินทางออกไป มีบุคคลแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 20 นาย และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ อรินทราช มีอาวุธครบมือ จำนวนกว่า 10 นาย เข้าตรวจค้นตัวและจับกุมตัวนายปิยรัฐ กับพวก ณ ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าเมเจอร์รัชโยธิน และได้ทราบภายหลังว่า กลุ่ม WeVo อีกกว่า 18 คน ที่นัดรวมตัวกันบริเวณลาดจอดรถของห้างสรรพสินค้า ก็ถูกจับกุมเช่นเดียวกัน โดยการจับกุมมีการใช้กำลังทำร้ายร่างกายขณะควบคุมตัว มีการใช้หมวกกันน็อกฟาดทำร้าย ใช้เท้ากระทืบและเหยียบที่บริเวณใบหน้า และใช้เข่ากดบริเวณลำตัว จนทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย อีกทั้งยังมีการข่มขู่โดยการใช้อาวุธปืน และทำลายทรัพย์สินของผู้ที่ถูกจับกุม ทั้งที่ผู้ถูกจับกุมไม่ได้ขัดขืนหรือมีพฤติการณ์หลบหนี และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

จากพฤติการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าตำรวจที่ใช้กำลังเข้าจับกุม ข่มขู่และทำร้ายร่างกายบุคคลโดยปราศจากเหตุอันชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ผู้ที่ถูกควบคุมตัวเกิดความหวาดกลัว อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่คำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมายของผู้ถูกจับ หรือถูกควบคุมตัว และเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ (presumption of innocence) ที่ถูกรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 และขัดต่อหลักความได้สัดส่วนในการใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และเป็นกรอบควบคุมหรือจำกัดการใช้อำนาจของฝ่ายปกครอง ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานรัฐ มิให้ใช้อำนาจตามอำเภอใจและผิดไปจากเจตนารมณ์ของกฎหมายตามหลักการพื้นฐานของหลักนิติรัฐ (Legal State) หลักนิติธรรม (Rule of law)  

ในวันเดียวกัน สำนักข่าวราษฎร (Ratsadon News) รายงานสดผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย 'เฟซบุ๊ก' วันนี้ (1 ก.ค.) พบว่ามีประชาชน จากกลุ่ม 'ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประชาธิปไตย' นำโดยจตุพร พรหมพันธ์ุ และ 'รามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย' เดินทางมาร้องเรียนที่รัฐสภา เกียกกาย เพื่อประณามกรณี 'สภาล่ม' เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 64 เนื่องจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคร่วมรัฐบาลไม่เข้าร่วมประชุมสภาเป็นจำนวนมาก จนไม่สามารถเปิดประชุมได้ 

ที่มา ภาพจากไลฟ์สดเฟซบุ๊กเพจ สำนักข่าวราษฎร Ratsadon News

จตุพร ตัวแทนกลุ่มไทยไม่ทนฯ กล่าวว่า ตนมาส่งสัญญาณเตือน ส.ส.ที่รับเงินเดือนจากภาษีจากประชาชน แต่ในช่วงเวลาที่ประชาชนต้องการมากที่สุดในช่วงวิกฤตโควิด-19 ส.ส. กลับล้มสภา ไม่เข้าร่วมประชุม ไม่มาทำงาน ทำให้ประชาชนผิดหวัง 

นอกจากนี้ จตุพร วิจารณ์ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลที่เคยลั่นสัจจะวาจาขณะหาเสียงเลือกตั้ง จะไม่เลือกพลเอก ประยุทธ์ ถึงเวลาทำตามคำมั่นรึยัง ขณะที่ซีกฝ่ายค้าน ถ้าเป็น ส.ส. แล้วไม่สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้ แล้วจะเป็น ส.ส. ไปทำไม 

"วันนี้ถ้าไม่ออกมาร่วมต่อสู้กับประชาชน รอแต่วันเลือกตั้งอย่างเดียว และท่านก็จะคิดว่าท่านประสบความสำเร็จโดยการเป็นนักเลือกตั้ง แต่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณของนักประชาธิปไตย ท่านไม่มีวันจะได้กลับมา เพราะฉะนั้น ประเทศไทยพอกันทีกับนักแสดงทางการเมืองทั้งหลาย โรงละครโรงใหญ่ ในวันที่ประชาชนมีความทุกข์มากที่สุด เพราะฉะนั้น การอยู่ในห้องประชุม และไม่กดบัตรเมื่อวานนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น ถ้าขี้ขลาดตาขาวก็ไม่ต้องมาเป็นผู้แทนราษฎร" จตุพร กล่าว 

แกนนำกลุ่มไทยไม่ทนฯ ยืนยันว่าวันที่ 3 ก.ค. 64 ทางกลุ่มจะจัดการชุมนุมเช่นเดิม โดยจะนัดรวมตัวที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ และเวลาประมาณ 18.00 น. จะเดินขบวนไปประท้วงหน้าทำเนียบ

สุดท้าย จตุพร ยันยันข้อเรียกร้องตนเอง คือ ไล่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่คนที่ขึ้นมาแทนต้องมาจากฉันทามติของประชาชน และต้องรับเงื่อนไข 3 ข้อของกลุ่มไม่ทนฯ ประกอบด้วย หนึ่ง ต้องแก้ไขวิกฤตการณ์โควิด-19 ตามกำหนด สอง แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องตามกำหนด และสุดท้าย สาม แก้ไขรัฐธรรมนูญตามกำหนด 

"ถ้าใครก็ตาม รับเงื่อนไข 3 ข้อนี้ และมาจากฉันทามติของประชาชน ถือว่าเป็นรัฐมนตรีได้ทุกคน" จตุพร กล่าว พร้อมเชิญชวนประชาชนมาชุมนุมในวันที่ 3 ก.ค.ที่จะถึงนี้ ก่อนยุติการแถลงข่าว

ทั้งนี้ บรรยากาศของการชุมนุมของไทยไม่ทนฯ มีประชาชนจากกลุ่มรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ทำการแสดงเชิงสัญลักษณ์วางดอกไม้จันทน์หน้าโลงศพจำลองติดรูปประยุทธ์ พร้อมกับเผาดอกไม้จันทน์ พร้อมกับเปิดเพลงบทสวดอภิธรรม ขณะที่ป้ายด้านหลังมีการเขียนข้อความว่า "รัฐสภาตายแล้ว" และ "ไทยไม่ทน ประยุทธ์ออกไป"

ที่มา ภาพจากไลฟ์สดเฟซบุ๊กเพจ สำนักข่าวราษฎร Ratsadon News

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์