จดหมายถึงชนชั้นนำ 2 : ยุคสมัยแห่งความ โกรธและเกลียดชัง

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

จดหมายฉบับนี้เป็นการเตือนครั้งที่สอง อยากให้แก่เครือข่ายชนชั้นนำไทยได้อ่านเพื่อที่จะได้ตระหนักว่าพวกท่านกำลังอยู่ในจังหวะของความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในประวัติศาสตร์ที่จะต้องปรับตัว/เปลี่ยนความสัมพันธ์กับสังคม  หากพวกท่านยังทำตัวโง่เขลา ตามืดบอด และไม่ยอมรับรู้เสียงแห่งยุคสมัย โศกนาฏกรรมจะเกิดขึ้นกับเครือข่ายของท่าน และจะส่งผลไปสู่วงศ์ตะกูลของพวกท่านทั้งในปัจจุบันและอนาคตด้วย

สังคมไทยในช่วงเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา ได้บ่มเพาะให้เกิดลักษณะเฉพาะของยุคสมัยที่เรียกว่า “ยุคสมัยแห่งความโกรธและเกลียดชัง” (Age of Anger and Antipathy) การที่ใช้คำว่า “ยุคสมัย” ก็เพื่อทำให้พวกท่านเข้าใจได้ว่าระบอบอารมณ์ความรู้สึกที่ปะทุขึ้นมาในสังคมไทยนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นประเดี๋ยวประด๋าวแล้วสลายตัวไปอย่างคลื่นกระทบฝั่ง หากแต่เป็น “ความรู้สึกแห่งยุคสมัย” ที่นับวันจะทวีความรุนแรงแข็งกร้าวมากขึ้น

ความโกรธและความเกลียดชังได้กลายมาเป็นอารมณ์ความรู้สึกของยุคสมัยได้อย่างไร?

คำตอบก็คือ ความเหลื่อมล้ำและความอยุติธรรมที่ผู้คนได้รับรู้และเข้าใจมากขึ้นในฐานะที่เป็น “พลเมืองไทย” ไม่ใช่ในฐานะ “ราษฏร/ชาวบ้าน” อย่างเดิม เป็นเงื่อนไขสำคัญของความรู้สึกโกรธ ความรู้สึกเช่นนี้ย่อมทวีมากขึ้นเมื่อได้มองเห็นว่าเครือข่ายชนชั้นนำของพวกท่านที่พวกเขาเคยยอมรับนับถือไม่ได้ดำรงตนอยู่และทำหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์จากการเอาเปรียบพวกเขา  และกดให้พวกเขาจมอยู่ที่ก้นเหวของความเหลื่อมล้ำ ไม่ว่าจะในชีวิตประจำวันหรือในการบริหารจัดการบ้านเมืองในทุกมิติ

พวกท่านได้ทำลาย “ความหวัง” ของพลเมืองที่หวังไว้ว่าชีวิตจะก้าวหน้าขึ้นและสามารถแสวงหาทางเดินของชีวิตที่เหมาะสมได้ การเมืองของ “ความหวัง” ที่สูญสลายไปในช่วงสิบกว่าปีมานี้ได้กระตุ้นให้ผู้คนโกรธมากขึ้น

เมื่อประกอบเข้ากับการแสดงความไม่รับผิดชอบ การแสดงอาการไม่รู้ร้อนรู้หนาว/ไม่แยแสกับความเจ็บปวดของพลเมืองที่มีมากมาย อีกทั้งยังคงดำรงตนอยู่เหนือกว่าหรือมีอภิสิทธิมากกว่าพลเมืองอยู่ต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์วิกฤตของโรคระบาด ทำให้เกิดความรู้สึก “เกลียดชัง” เพิ่มเติมจากความรู้สึกโกรธที่สั่งสมมาก่อนหน้า 

ทั้งความโกรธและความเกลียดชังต่อชนชั้นที่มุ่งรักษาอำนาจและผลประโยชน์จึงผสมกันจนกลายเป็น “ระบอบอารมณ์ความรู้สึกแห่งยุคสมัย” จนเป็น “ยุคสมัยแห่งความโกรธและเกลียดชัง”ที่ยากจะลดทอนลงไปได้

พวกท่านที่เป็นคนในเครือข่ายชนชั้นนำกลับมองไม่เห็นและไม่เข้าใจ “อารมณ์ความรู้สึกแห่งยุคสมัย” นี้ พวกท่านพากัน “ทำงานการเมือง”  ไม่ต่างจากเมื่อ 40-50 ปีก่อน ที่ไม่เท่าทันต่อปัญหาและความเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น ที่สำคัญ พวกท่านยังคงใช้ลิ่วล้อที่ก็ไม่รู้เหนือรู้ใต้พอๆ กันกับท่านมาแสดงอำนาจบาตรใหญ่ (โดยอ้างอิงกฎหมายอย่างข้างๆ คูๆ) พยายามบีบบังคับความรู้สึกของผู้คนให้กลับไปเป็น “ราษฏร” อย่างเดิม ซึ่งยิ่งเพิ่มความรู้สึกโกรธและเกลียดชังให้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

จึงขอเตือนท่านที่เป็นชนชั้นนำและเครือข่ายอีกครั้งหนึ่ง ว่าหากพวกท่านยังคงดื้อดึงและไม่ยอมลดอำนาจและผลประโยชน์ลงในระดับที่สังคมพอจะกล้ำกลืนยอมรับได้ เพื่อที่จะผ่อนหนักให้กลายเป็นเบาแล้ว พวกท่านจะต้องเผชิญกับสิ่งที่พวกท่านเองคิดไม่ถึงหรือไม่กล้าแม้แต้จะคิดมาก่อน 
พวกท่านจะผ่าน “ยุคสมัยแห่งความโกรธและความเกลียดชัง” นี้ไปได้ ก็ต่อเมื่อยอมสละความได้เปรียบทุกๆ ด้าน และรู้จักแก้ไขปัญหาอย่างชาญฉลาดมากขึ้นสักหน่อย

ขอเตือนพวกท่านอีกครั้งหนึ่ง ไม่ใช่เป็นห่วงพวกท่านหรอก เพราะที่จริงพวกท่านเสพสุขมานานเกินไปแล้ว หากแต่ต้องเตือนเพราะไม่อยากให้สังคมไทยต้องได้รับผลกระทบจากการกระทำของพวกท่านมากไปกว่านี้

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง: อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์: จดหมายถึง “ชนชั้นนำ”

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์