มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเผยรับ 82 เรื่องร้องเรียนแอปกู้เงินเถื่อน แนะ DES รีบจัดการ

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเผยปัญหาแอปพลิเคชันกู้เงินผิดกฎหมาย ได้เงินไม่ครบ ให้โอนเงินก่อน ดอกเบี้ยสูง มีผู้ร้องเรียน 82 ราย แนะกระทรวงดิจิทัลจัดการกวาดล้างแอปพลิเคชันกู้เงินผิดกฎหมายทั้งหมด และป้องกันโดยทำโลโก้รับรองแอปพลิเคชันกู้เงินถูกกฎหมาย แสดงในเว็บไซต์ของผู้ประกอบการ

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภครายงานว่า 11 พ.ย. 2564 มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) เปิดเผยข้อมูลผู้ร้องเรียนว่า พบผู้บริโภคที่ประสบปัญหาจากแอปพลิเคชันกู้เงินผิดกฎหมาย และร้องเรียนเข้ามาทั้งหมด 82 ราย   โดยมีผู้ร้องเรียนเข้ามามากขึ้นในเดือน ต.ค. 2564

ข้อมูลการร้องเรียนแบ่งลักษณะปัญหาของการกู้เงินได้เป็น 3 แบบ ดังนี้

แบบที่ 1 ได้รับเงินบางส่วนจากจำนวนที่ต้องการกู้ เพราะหักค่าดำเนินการร้อยละ 40 ต้องชำระคืนภายใน 6-7 วัน โดยที่แอปไม่ได้แจ้งไว้ก่อน หรือไม่เหมือนที่โฆษณาไว้ ถ้าไม่จ่ายภายในเวลาที่กำหนด จะให้ต้องจ่ายดอกเบี้ยวันละ 300-400 บาท

แบบที่ 2 หลอกให้โอนเงินไปก่อนหลายครั้ง ทั้งหลักพันไปจนถึงหลักหมื่น เพื่อเป็นค่าธรรมเนียม ค่าปลดล็อกบัญชีจากการกรอกเลขบัญชีผิด ค่าเอกสาร หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ แต่โอนไปกี่ครั้งก็ไม่ได้รับเงินที่ต้องการกู้ มีแต่ให้โอนต่อไปเรื่อยๆ

แบบที่ 3 กู้เงินผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ลักษณะวิธีการเหมือนแบบที่ 1 คือ ได้รับเงินบางส่วน ต้องชำระเงินภายใน 6-7 วัน ไม่อย่างนั้นจะต้องจ่ายดอกเบี้ย ซึ่งสูงกว่าร้อยละ 15 ต่อปี ที่กฎหมายกำหนด ทั้งสามรูปแบบเจอปัญหาว่าหากลูกหนี้จ่ายหนี้ไม่ครบหรือไม่จ่ายหนี้ เจ้าหนี้จะโทรหาทุกคนที่มีรายชื่อในโทรศัพท์ และก่อนกู้เงิน ทางแอปจะให้ลงทะเบียนจากบัตรประชาชนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยมิจฉาชีพใช้ช่องทาง เพิ่มเพื่อนในไลน์ และดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ที่มาจาก SMS แอปกู้เงิน โฆษณาในเว็บไซต์ หรือ สื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ

ด้านนฤมล เมฆบริสุทธิ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ปัจจุบันพบแอปพลิเคชันและไลน์ปล่อยกู้แบบผิดกฎหมายจำนวนมาก แอปพลิเคชันกู้เงินต่างๆ เหล่านี้ มักจะมีโฆษณาชวนเชื่อที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย ดูจากพฤติกรรมการใช้ของผู้บริโภคได้เลย เช่น บางคนใช้ไลน์เป็นหลัก แอปเงินกู้ต่างๆ ก็ไปปรากฏโฆษณาในไลน์ ใช้สื่อโซเชียลมีเดียส่วนใหญ่ในเวลาไหน โฆษณาก็จะขึ้นตามเวลานั้นๆ โดยผู้กู้อาจจะต้องการใช้เงินโดยไม่ได้ศึกษาหาข้อมูลก่อนกู้เงิน และไม่ทราบว่าหน่วยงานรัฐมีระบบการตรวจสอบข้อมูลผู้ประกอบธุรกิจ จึงทำให้ถูกหลอกได้ง่าย

รองผู้อำนวยการฝ่ายพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวต่อว่า เมื่อแจ้งความ ตำรวจตามจับมิจฉาชีพได้ ก็ยังคงมีปัญหาเพิ่มขึ้นทุกวัน เนื่องจากไม่ได้มีระบบคุ้มครองผู้บริโภคในการป้องกันหรือจัดการแอปพลิเคชันที่ผิดกฎหมาย

นฤมลชี้ว่า รัฐควรดำเนินคดีกับแอปพลิเคชันที่ผิดกฎหมายก่อนที่ประชาชนจะเกิดปัญหา ร้องเรียน ส่วนช่องทางการตรวจสอบ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีระบบการตรวจสอบแอปกู้เงินและผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจอย่างถูกต้อง ในเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมีบริษัทที่ถูกกฎหมายทั้งหมด 102 บริษัท แต่ยังมีผู้บริโภคจำนวนมากที่ไม่ทราบ และยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ง่าย

นอกจากนี้ รองผู้อำนวยการฝ่ายพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ให้ข้อมูลว่า บางคนยังโดนทวงถามหนี้ทั้งที่ไม่ได้กู้ อาจได้เบอร์มาจากคุณรู้จักที่ไปกู้เงินมา ปัญหาที่พบคือ ไปแจ้งความแล้วตำรวจไม่รับแจ้งความ ทั้งที่กรณีนี้เป็นหน้าที่ของตำรวจตามกฎหมาย พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ ฉะนั้น ตำรวจต้องรับแจ้งความตามหน้าที่ภารกิจ กรณีที่ผู้เสียหายได้รับโทรศัพท์ติดตามทวงถามหนี้โดยไม่ได้เป็นหนี้

สำหรับมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาแอปพลิเคชันกู้เงินผิดกฎหมาย มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคมีข้อเสนอ ดังนี้

1. ธนาคารแห่งประเทศไทยควรจะมีมาตรการกำกับให้ผู้ประกอบธุรกิจเปิดเผยข้อมูลการจดทะเบียนอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อบุคคลภายใต้การกำกับในทุกเว็บไซต์ หรือไลน์ หรือเปิดเผยข้อมูลหลักฐานการจดทะเบียนอนุญาต โดยอาจทำเป็นสัญลักษณ์การจดทะเบียน เช่น ถ้าเป็นในช่องทางไลน์ สามารถลิงก์ข้อมูลการจดทะเบียนกับ ธปท. ได้เลย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้จากผู้ประกอบการ ไม่ต้องเข้าไปตรวจสอบในช่องทางของหน่วยงานรัฐ และสามารถเลือกผู้ประกอบธุรกิจที่ถูกกฎหมาย และซึ่งเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการที่ดี ที่ปฏิบัติตามกฎหมาย

สัญลักษณ์นี้จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค และหน่วยงานสามารถให้ข้อมูลกับผู้บริโภคได้สะดวก โดยสังเกตจากโลโก้รับรอง เนื่องจากผู้บริโภคบางคนไม่รู้จะตรวจสอบอย่างไร จากหน่วยงานรัฐ ช่องทางผู้ประกอบธุรกิจเองจึงควรจะมีการเข้าถึงข้อมูลการขออนุญาตได้อย่างรวดเร็ว ไม่ได้ตรวจสอบแค่ในระบบเดียว เพราะขณะนี้ผู้ประกอบการได้ข้อมูลผู้กู้อยู่ฝ่ายเดียว ทั้งบัตรประชาชน และข้อมูลจากเบอร์โทรศัพท์ แต่ผู้กู้ไม่รู้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับผู้ประกอบการเลย

2. ในส่วนของมาตรการจัดการ เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) กวาดล้างหรือระงับไม่ให้มีการทำธุรกรรมหรือเปิดแอปพลิเคชันกู้เงินที่ผิดกฎหมายทั้งหมด โดยที่ไม่ต้องให้มีผู้เสียหายก่อน จากแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น ไลน์ แอปพลิเคชัน จาก google play เพราะปัจจุบันมีจำนวนมากขึ้นทุกวัน ทำให้ประชาชนหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก อาจจะประสานกับความร่วมมือกับผู้ประกอบธุรกิจทำแพลตฟอร์ม ให้จัดการแอปพลิเคชันที่ผิดกฎหมาย

ส่วนวิธีการแก้ไขปัญหาเมื่อเจอแอปพลิเคชันกู้เงินผิดกฎหมาย 1. ใช้หนี้เท่าที่ยืมมา 2.  หากมีการทวงหนี้แบบข่มขู่ ให้แจ้งที่สถานีตำรวจท้องที่ โดยแจ้งสถานที่เกิดเหตุ เช่น  โดนข่มขู่ทางออนไลน์ โทรศัพท์ หรือที่บ้าน ที่จะให้สถานีตำรวจท้องที่ช่วยดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด

หรือแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โทรศัพท์ : 02-2483734-7 Line id : @ConsumerThai ช่องทาง inbox FB เพจ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค หรือร้องทุกข์ออนไลน์ที่ https://www.consumerthai.com/

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์