ที่ประชุมสภา กทม. ลงมติเลือก 'สก.เนอส' จากพรรคประชาชน นั่งเก้าอี้ประธานสภาฯ ชูแนวคิดสภาโปร่งใส ตรวจสอบได้ เปิดถ่ายทอดสดออนไลน์การประชุมสามัญ-วิสามัญ เปิดเผยคะแนนลงมติอัตโนมัติ จัดตั้งสภางบประมาณ-วิชาการ เพื่อวิเคราะห์งบประมาณ และข้อมูลในการทำร่างข้อบัญญัติต่างๆ
13 ก.ค. 2569 ยูทูบ สภากรุงเทพมหานคร ถ่ายทอดสดออนไลน์วันนี้ (13 ก.ค.) ที่งอาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) มีการประชุมสภากรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1 โดยมีเมธาวี ธารดำรงค์ สก.เขตปทุมวัน ทำหน้าที่เป็นประธานสภาฯ ชั่วคราว ซึ่งวันนี้มีวาระที่สำคัญคือ วาระที่ 4 การเลือกประธานสภา กทม. และรองประธานสภา กทม.
ย้อนไปก่อนหน้านี้ กลุ่มคนทำงาน กลุ่ม Better Bangkok และพรรคประชาชน ประกาศจับมือรวม 37 เสียง เลือก ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเริองชัย สก.เขตบางซื่อ จากพรรคประชาชน เป็นประธานสภากรุงเทพมหานคร ส่วนรองประธานสภา กทม. จะเสนอชื่อ เนติภูมิ มุ่งรุจิราลัย สก.เขตบึงกุ่ม จากกลุ่มคนทำงาน เป็นรองประธานสภา กทม. คนที่ 1 และเสนอชื่อ นริสสร แสงแก้ว สก.เขตบางเขน จากกลุ่ม สก.อิสระ เป็นรองประธานสภา กทม. คนที่ 2
อย่างไรก็ดี ในช่วงการเลือกประธานสภา กทม. มีการเสนอ ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย สก.บางซื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานสภา กทม. และมีผู้ท้าชิงเพิ่มมาอีกคน คือ วิรัช คงคาเขตร สก.เขตบางกอกใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ โดยสมชาย เต็มไพบูลย์กุล สก.เขตคลองสาน พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้เสนอชื่อ
ภัทราภรณ์ : เสนอ 4 จุดยืนสร้างสภาโปร่งใส
ในช่วงการแสดงวิสัยทัศน์ ภัทราภรณ์ ระบุว่า หากได้ขึ้นมาเป็นประธานสภา กทม. จะเน้นย้ำหลักการสภาโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยมีแนวคิด 4 เรื่อง ประกอบด้วย
- จะมีการแก้ไขข้อบังคับการประชุมให้สามารถถ่ายทอดสด ทั้งการประชุมคณะสามัญ และวิสามัญทั้งหมด ซึ่งในการถ่ายทอดสด ถ้ามีเรื่องประเด็นความมั่นคง หรืออ้างอิงบุคคลที่ 3 หรือบริษัท ที่มีความสุ่มเสี่ยง ก็สามารถปิดไลฟ์ได้
- การเปิดเผยการลงมติ ซึ่งก่อนหน้านี้ต้องให้ประธานสภาฯ เป็นผู้อนุมัติ ให้เปิดอัตโนมัติเหมือนสภาผู้แทนราษฎร
- เปิดเผยสถิติการเข้าประชุมสภา กทม. ทุกคน เพื่อความโปร่งใส และให้ประชาชนได้รับทราบการทำงานของ สก.ด้วย
- การสนับสนุนการทำงานของ สก. เพื่อที่ให้เพื่อนสมาชิกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการผลักดันให้มีการจัดจ้างสภางบประมาณ และวิชาการ ภายใต้สภากรุงเทพมหานครเอง เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการวิเคราะห์งบประมาณ และก็เรื่องการสนับสนุนข้อมูลการทำร่างข้อบัญญัติต่างๆ
“สิ่งที่เราควรจะทำมากขึ้น ก็คือควรจะเปิดพื้นที่ให้พี่น้องประชาชนได้เสนอเรื่องเข้ามา เรื่องงบประมาณต่างๆ เราจากเดิมที่เราเคยจัดงาน hack งบฯ กทม.เป็นกลุ่มเล็กๆ ดิฉันคิดว่าการที่เราจะ hack งบฯ กทม. เป็นของสภากรุงเทพมหานครไปเลย ก็จะทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจเรื่องงบประมาณไปพร้อมๆ กันกับเรา และพี่น้องประชาชนจะได้ช่วยกันตรวจสอบไปกับเราด้วย รวมถึงพี่น้องประชาชนก็สามารถเสนอแนะได้” สก.ภัทราภรณ์ กล่าว
ส่วนจะดำเนินการอย่างไรภายใน 2 ปี สก.ภัทราภรณ์ ระบุว่า แนวคิดทั้ง 4 ข้อก็มีการระบุลงรายละเอียดกรอบระยะเวลา ‘ไทม์ไลน์’ ไว้แล้ว ก็จะพยายามผลักดันให้ได้ภายในเดือน ธ.ค.ของปีนี้ (2569)
ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย (ที่มา: ยูทูบ สภากรุงเทพมหานคร)
วิรัช : ไม่มีวิสัยทัศน์ แต่ถ้า สก. 50 คนทำงานทิศทางเดียวกัน เชื่อ ปชช.จะได้ประโยชน์
ขณะที่วิรัช แสดงวิสัยทัศน์กล่าวว่า เมื่อคืนไม่รู้ว่าฝันดี หรือฝันร้าย ในเมื่อสมาชิกบางท่านเห็นว่าเขาน่าจะมีความเหมาะสม และก็ไม่ได้มีการเตรียมการใดๆ เลย แต่มองจากประสบการณ์และความคิดของตัวเอง การทำหน้าที่ประธานสภา กทม.นั้นไม่ใช่ยาก คนใหม่ที่เข้ามาสามารถอ่านข้อบังคับการประชุม แล้วเข้าใจ ก็เป็นได้
วิรัช กล่าวต่อว่า เขาพูดมาตลอดว่ากรุงเทพมหานคร มีฟันเฟืองอยู่ 3 เฟือง โดยเฟืองที่ 1 คือ ฝ่ายบริหาร เฟืองที่ 2 คือ ข้าราชการ และเฟืองที่ 3 คือ สภา กทม. แต่ละเฟืองนั้นจะมีแกนประโยชน์ที่แกนรวม ถ้าเฟืองนั้นหมุนไปได้อย่างสมดุล แกนนั้นคือประชาชน ที่จะได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่ สิ่งนี้คือมุมมองของเขา
“ผมและน้องๆ 49 คน หรือเพื่อนๆ เป็นหนึ่งในฟันเฟือง 50 ฟันเฟือง จะทำอย่างไรก็แล้วแต่ ให้แกน 50 ฝันเฟืองของเราหันไปพร้อมๆ กับฟันเฟืองของฝ่ายบริหารและข้าราชการ ผมไม่มีวิสัยทัศน์” วิรัช กล่าว
วิรัช กล่าวต่อว่า เขาคิดมาตลอดว่าถ้าเป็นผู้นำฯ ไม่ว่าจะเป็น ประธานสภา กทม. หรือแม้แต่ หัวหน้าห้อง คิดเสมอว่าเขาทำได้ดีกว่าคนอื่น แต่ตนยอมรับว่ายังมีคนอื่นๆ อีกที่ทำดีกว่า พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า “เลือกวิรัช เบอร์ 2”
วิรัช คงคาเขตร (ที่มา: ยูทูบ สภากรุงเทพมหานคร)
เวลา 11.28 น. ที่ประชุมสภา กทม. ได้ลงมติ ให้มีการโหวตเลือกประธานสภา กทม.แบบเปิดเผย โดยการยกมือ และผลปรากฏว่าที่ประชุมสภา กทม. มีมติส่วนใหญ่เลือก ภัทราภร เก่งรุ่งเริองชัย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) จากพรรคประชาชน เป็นประธานสภากรุงเทพมหานคร โดยได้รับคะแนนเห็นชอบทั้งหมด 39 คน จากจำนวน สก.ทั้งหมด 50 คน
สก.ภัทราภรณ์ กล่าวหลังรับตำแหน่งว่า เธอขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกฯ ที่มอบความไว้วางใจ ให้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเรื่องของเมืองผ่านสภา กทม.ในครั้งนี้ เธอขอยืนยันว่าการพิจารณางบประมาณให้ได้ใช้อย่างคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์นั้น ไม่ใช่ความเพ้อฝัน การทำสภา กทม.ให้โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ คือความปกติที่ควรจะเป็นมานานแล้ว เธอเชื่อว่าพวกเราจะยกระดับสภา กทม. และทำงานด้วยกันอย่างราบรื่นต่อไปอีก 4 ปีนี้อย่างแน่นอน
เมื่อเลือกประธานสภา กทม.เสร็จสิ้นแล้ว ก็จะเป็นวาระการเลือกรองประธานสภา กทม. โดยที่ประชุมมีมติให้มีรองประธานสภาฯ จำนวน 2 คน โดยมีคนที่ได้รับการเสนอชื่อดังนี้
- เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย สก.จากกลุ่มคนทำงาน และเคยเป็นอดีตรองประธานสภา กทม. จากพรรคเพื่อไทย เป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 1
- นริสสร แสงแก้ว ผู้สมัคร สก.อิสระ เป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 2
เมื่อไม่มีผู้คัดค้าน ประธานสภา กทม.จึงได้แต่งตั้งทั้ง 2 คนในตำแหน่งรองประธานสภา กทม.
หลังจากนั้นเป็นวาระ กำหนดจำนวนสมัยประชุมสามัญ และวันเริ่มสมัยประชุมสามัญ ประจำปี 2570 โดย มาตรา 30 วรรค 2 และวรรค 3 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า ใน 1 ปีให้มีการประชุมสามัญของสภา กทม. ไม่น้อยกว่า 2 สมัย แต่ต้องไม่เกิน 4 สมัย และวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปี ให้แต่ละสมัยให้สภา กทม.เป็นผู้กำหนด
เริ่มสมัยประชุม 22 ก.ค.นี้ ตรวจงบฯ กทม.ปี'70
เว็บไซต์ มติชนออนไลน์ รายงานว่า ต่อมา ที่ประชุมสภา กทม. มีมติเห็นชอบให้เริ่ม สมัยประชุมสามัญ ประจำปี 2570 โดยแบ่งเป็น 4 สมัยการประชุม ได้แก่
สมัยที่ 1 : วันที่ 1-30 ม.ค. 2570
สมัยที่ 2 : วันที่ 1-30 เม.ย. 2570
สมัยที่ 3 : วันที่ 1-30 ก.ค. 2570
สมัยที่ 4 : วันที่ 1-30 ต.ค. 2570
ภัทราภรณ์ กล่าวด้วยว่า เนื่องจากสภากรุงเทพมหานคร ชุดที่แล้ว ได้มีมติกำหนดสมัยประชุมสามัญ (สมัยที่ 3) ประจำปี 2569 วันที่ 1-30 ก.ค. 2569 แต่เนื่องจากสมาชิกสภา กทม.ชุดปัจจุบัน ได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ในวันนี้ (13 ก.ค.) ส่งผลให้เหลือเวลาไม่ถึง 30 วัน เราจึงควรกำหนดสมัยประชุมฯ ใหม่ โดยเริ่ม 14 ก.ค. - 12 ส.ค. 2569 และให้มีการประชุมทุกวันพุธ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป
อย่างไรก็ดี ก่อนที่ประชุมให้ความเห็นชอบ มี สก.หลายท่านลุกขึ้นสอบถาม เนื่องจากสังเกตเห็นว่าวันที่ 14 ก.ค. เป็นวันอังคาร ทางด้านประธานสภา กทม. จึงขอให้ทางเลขานุการสภา กทม. ร่วมให้ความเห็น เนื่องจากมีมติกำหนดวันประชุมมาก่อนหน้านี้แล้ว พร้อมทั้งสอบถามว่าสามารถเตรียมข้อมูลทันหรือไม่
โดยผลสรุปว่า เนื่องจากเพิ่งเริ่มปฏิบัติหน้าที่ ณ ปัจจุบัน สำนักงานเลขานุการสภา กทม. มีเพียงเรื่องเดียวที่ผู้ว่ากทม. เสนอเข้ามา ได้แก่ ร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 ซึ่งสมากชิก สก.จะต้องนำร่างไปศึกษาก่อนเป็นการล่วงหน้า 7 วัน ดังนั้น การบรรจุวันที่ 15 ก.ค. ไม่น่าจะเหมาะสม รวมถึงในวันนั้นไม่มีเรื่องด่วนที่ต้องเรียกประชุมเพื่อพิจารณาโดยเร่งด่วน
ภัทราภรณ์ จึงแจ้งกำหนดการเบื้องต้น คือ ‘วันพุธที่ 22 ก.ค. 2569’ โดยหากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งล่วงหน้าให้ทราบอีกครั้ง
ต่อมา เมื่อเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมที่ 7 ‘การเลือกตั้งคณะกรรมการตรวจรายงานการประชุม’ โดย ฉัตรชัย หมอดี สก.เขตบางนา อาศัยข้อบังคับการประชุมที่ 40 (8) ขอเลื่อนการพิจารณา ไปพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไป (22 ก.ค.)
ก่อนปิดการประชุมสภากทม. พร้อมร่วมถ่ายภาพหมู่บนบังลังก์ โดยใช้เวลาการประชุมรวมประมาณ 3 ชั่วโมง
