- ‘รุทธพล’ ตอบ ‘พริษฐ์’ คดีฮั้ว สว.ส่งฟ้องอัยการแล้ว แต่ต้องรอผลสอบของ กกต. ส่วนที่ถูกวิจารณ์ว่าส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาน้อยไปหรือไม่นั้น รมว.ยุติธรรม มองว่าพยานหลักฐานได้แค่นี้เท่านั้น
- ด้าน We Watch ซึ่งเป็นภาคประชาสังคมที่ตรวจสอบเรื่องการเลือกตั้ง ร่อนแถลงการณ์เรียกร้องให้ กกต.เร่งส่งเรื่องให้ศาลฎีกาตัดสินโดยเร็ว ไม่ปล่อยให้เกิดการประวิงเวลา ซึ่งอาจทำให้เกิดการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองได้
13 ก.ค. 2569 เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ รายงานวันนี้ (13 ก.ค.) เวลา 9.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินคดีฮั้ว สว. ล่าช้า โดยรุทธพล มองว่า คดีฮั้ว สว. ที่เกี่ยวเนื่องกับอั้งยี่ และฟอกเงิน DSI ได้ส่งสำนวนไปที่อัยการแล้ว และอัยการส่งสำนวนกลับมา ขณะนี้มีการสั่งการและดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ส่วนกรณีที่ สส.พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่ามีการส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาน้อยไปนั้น รมว.ยุติธรรม ระบุว่า พยานหลักฐานถึงแค่นี้ ก็คงต้องส่งแค่นี้ พร้อมระบุว่าการที่อัยการส่งเรื่องกลับมา เพราะต้องรอผลจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วย และดำเนินการอย่างอื่นก่อนไม่ได้
We Watch จี้ กกต.เร่งรัดตรวจสอบคดีฮั้ว สว.
ด้านเครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย (We Watch) ออกแถลงการณ์บนสื่อโซเชียลมีเดียเฟซบุ๊ก ขอเรียกร้องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้มีการเร่งรัดการตรวจสอบ และดำเนินคดีกรณีการฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้โปร่งใส และเป็นธรรม
เครือข่าย We Watch ในฐานะองค์กรภาคประชาชนที่ติดตามและตรวจสอบกระบวนการการเลือกตั้งของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง มีความกังวลอย่างยิ่งในเรื่องผลกระทบของกรณีฮั้ว สว. อาจกระทบความเชื่อมั่นของประชาชน อีกทั้ง ความเชื่อมั่นของต่างประเทศและนักลงทุนที่เฝ้าสังเกตการณ์การเมืองที่มีต่อสถาบันวุฒิสภา และ กกต. จึงขอแสดงจุดยืน และเรียกร้องดังต่อไปนี้
ในประเด็นข้อกังวลนั้น กระบวนการสืบสวนไต่สวนกรณีดังกล่าวอยู่ในกระบวนการเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน โดยคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดฯ คณะที่ 36 กลับมีมติสวนทางกับคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 โดยเสนอให้ตีตกทุกกรณีว่าไม่มีความผิด ขณะนี้เรื่องอยู่ในมือกรรมการชุดใหญ่ 7 คน ที่ต้องตัดสินว่าจะส่งเรื่องให้กับศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาหรือยุติเรื่องเอง
ความล่าช้าในการส่งเรื่องต่อไปยังศาลฎีกา เพื่อให้เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดคือประเด็นที่ We Watch มีความกังวลเป็นพิเศษ เนื่องจากยิ่งกระบวนการภายในของ กกต.ใช้เวลานานมากเท่าใด ยิ่งเป็นการเปิดช่องให้เกิดข้อครหาเรื่องการประวิงเวลา การแทรกแซง หรือการต่อรองทางการเมือง อีกทั้ง อาจทำให้ผู้ที่อาจกระทำความผิดยังคงปฏิบัติหน้าที่ สว.ต่อ โดยเกิดข้อครหาเรื่องการตรวจสอบถ่วงดุลของกระบวนการยุติธรรม
ดังนั้น We Watch จึงเรียกร้องให้เร่งรัดส่งเรื่องต่อไปยังศาลฎีกาโดยเร็วที่สุด เมื่อกระบวนการสืบสวนไต่สวนของคณะกรรมการชุดที่เกี่ยวข้องได้ข้อสรุป และมีหลักฐานอันควรเชื่อได้เพียงพอแล้ว กกต.ต้องไม่ประวิงเวลาและต้องส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาซึ่งเป็นองค์กรที่มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดโดยตรงเป็นผู้ตัดสิน แทนที่จะปล่อยให้คดีค้างอยู่ในชั้นการพิจารณาภายในเป็นเวลานานเกินสมควร เพื่อป้องกันข้อครหาที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
We Watch ยืนยันจุดยืนที่อยู่ข้างข้อเท็จจริงและหลักการสากลว่าด้วยการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม แถลงการณ์นี้ไม่ได้ต้องการชี้ผิดหรือถูก แทนกระบวนการยุติธรรม และเห็นว่าการวินิจฉัยขั้นสุดท้ายว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิดจริงหรือไม่นั้น ควรเป็นหน้าที่ของศาลฎีกา ไม่ใช่ของ กกต.ที่มาจากการลงมติของ สว. ซึ่งอาจสร้างข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest) ต่อประชาชน การที่คดีถูกส่งเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเร็วเท่าใดก็ยิ่งเป็นเป็นผลดีต่อทุกฝ่ายทั้งผู้ถูกกล่าวหาที่จะได้รับการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกระบวนการ และป้องกันข้อครหารวมทั้งกู้ภาพลักษณ์ของ กกต.อีกด้วย
นอกจากนี้ ยังสร้างความชัดเจนให้กับสังคมได้สิ้นข้อสงสัย We Watch จึงขอให้ กกต.ตระหนักถึงความคาดหวังของสังคมและเร่งส่งเรื่องต่อศาลฎีกาพิจารณาอย่างไม่ชักช้า
