Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ผลสำรวจในหลายประเทศชี้ว่าแรงงานจำนวนมากวางแผนลาหยุดหรือดูการแข่งขันในเวลางาน เนื่องจากหลายนัดตรงกับช่วงเวลาทำงาน มีการประเมินว่าการดูฟุตบอลในเวลางานอาจทำให้ธุรกิจสูญเสียผลิตภาพคิดเป็นมูลค่าราว 4.5 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่งานวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ที่ใช้ข้อมูลฟุตบอลโลกครั้งก่อนพบว่าแรงงานลดชั่วโมงทำงานในช่วงฟุตบอลโลกจริง ด้านสหภาพแรงงานและที่ปรึกษาด้านการจ้างงานเรียกร้องให้นายจ้างเปิดทางให้ทำงานแบบยืดหยุ่น

  • ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ผลสำรวจของ UKG ที่สอบถามแรงงาน 8,000 คนใน 8 ประเทศ พบว่า 1 ใน 3 มีแนวโน้มลาหยุดอย่างน้อย 1 วันเพราะฟุตบอลโลก และ 1 ใน 4 คาดว่าจะขาดงานบางส่วนของวัน ขณะที่ผลสำรวจของ YouGov ระบุว่าผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน 14% จะสละเวลาเพื่อติดตามการแข่งขัน เพิ่มขึ้นจาก 8% เมื่อ 4 ปีก่อน
  • งานวิจัยที่ใช้ข้อมูลการสำรวจแรงงานในสหรัฐอเมริกาปี 1994 ถึง 2007 พบว่าแรงงานลดชั่วโมงทำงานต่อสัปดาห์ในช่วงฟุตบอลโลก 9 ถึง 28 นาที โดยพนักงานเงินเดือนลดลงราว 28 นาที เทียบเท่าพนักงานเงินเดือน 1 ใน 3 ดูการแข่งขัน 1 นัดต่อสัปดาห์ ขณะที่ลูกจ้างรายชั่วโมงแทบไม่เปลี่ยนแปลง
  • สภาสหภาพแรงงาน (TUC) ในสหราชอาณาจักรเรียกร้องให้นายจ้างอนุญาตให้ทำงานยืดหยุ่นในวันที่ทีมชาติแข่ง ด้านที่ปรึกษากฎหมายแรงงานชี้ปัญหาการเดินทางในเมืองเจ้าภาพและการขอใบรับรองแพทย์ ขณะที่บริษัท Heineken เปิดแคมเปญให้พนักงานใช้สิทธิลาทำงานอาสาในช่วงการแข่งขัน


ภาพจาก: Vitaly Gariev/Pexels 

ช่วงก่อนฟุตบอลโลก 2026 จะเริ่มขึ้น สื่อ Business Insider รายงานว่าการแข่งขันหลายนัดจะตรงกับเวลาทำงาน และนายจ้างในหลายประเทศควรเตรียมรับมือกับการที่พนักงานส่วนหนึ่งจะดูการแข่งขันขณะทำงาน ไม่ว่าจะดูอย่างลับ ๆ หรือดูจากจอที่นายจ้างจัดไว้ให้ FIFA ประเมินว่าจะมีผู้เกี่ยวข้องหรือรับชมการแข่งขันครั้งนี้ราว 6 พันล้านคนทั่วโลก การแข่งขันกีฬาที่ใหญ่ระดับนี้จึงส่งผลต่อการทำงานในหลายพื้นที่

แรงงานเตรียมลาหยุดและปรับตารางงานมากน้อยเพียงใด

ผลสำรวจของบริษัทซอฟต์แวร์บริหารแรงงาน UKG ที่สอบถามแรงงาน 8,000 คนใน 8 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย เยอรมนี สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก แคนาดา และเนเธอร์แลนด์ พบว่าแรงงาน 1 ใน 3 มีแนวโน้มลาหยุดอย่างน้อย 1 วันเพราะฟุตบอลโลก และ 1 ใน 4 คาดว่าจะขาดงานบางส่วนของวันทำงาน แรงงาน 25% ระบุว่าจะทดสอบขอบเขตที่ผู้จัดการยอมรับได้ในเรื่องนี้ และ 37% ระบุว่าจะพยายามปรับตารางงานให้เข้ากับการแข่งขัน ในการสำรวจเดียวกัน ผู้จัดการมีแนวโน้มจะปรับตัวเพื่อดูการแข่งขันมากกว่าพนักงานทั่วไป ซูเรช วิตทัล (Suresh Vittal) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ UKG ระบุว่าผู้จัดการน่าจะรู้สึกว่ามีอิสระในการปรับตัวมากกว่า

ผลสำรวจยังชี้ความแตกต่างในแต่ละประเทศ แรงงานในเม็กซิโก 42% คาดว่าจะลาหยุดอย่างน้อย 1 วันเพื่อการแข่งขัน เทียบกับผู้ตอบแบบสอบถามในเนเธอร์แลนด์ที่ 23% ชาวอเมริกันมากกว่า 1 ใน 3 ระบุว่าจะขาดงานบางส่วนของวัน เทียบกับชาวเยอรมันที่ 1 ใน 4 และผู้ตอบแบบสอบถามในสหราชอาณาจักร 52% เห็นว่าประเทศที่ทีมชาติชนะเลิศควรได้วันหยุดประจำชาติเพื่อฉลอง

ข้อมูลจากผลสำรวจของ YouGov ระบุว่าผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน 14% จะสละเวลาเพื่อรับชมและติดตามการแข่งขัน เพิ่มขึ้นจาก 8% เมื่อ 4 ปีก่อน และแฟนกีฬาชาวอเมริกันเกือบครึ่งหนึ่งระบุว่าการที่สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พวกเขาวางแผนจะรับชม สื่อ Business Insider ระบุว่าโดยปกติชาวอเมริกันไม่ได้เป็นแฟนฟุตบอล (ซอคเกอร์) แต่การจัดการแข่งขันในประเทศทำให้มีผู้วางแผนจะรับชมมากขึ้น

ระดับผลกระทบต่อการทำงานขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านพื้นที่ วัฒนธรรม และประเภทอุตสาหกรรม ในบราซิล การทำงานหยุดลงเกือบทั้งหมดเมื่อทีมชาติลงแข่ง ในเม็กซิโก ซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วมปีนี้ เคยมีข้อเสนอให้ปิดภาคเรียนเร็วขึ้นเพื่อการแข่งขัน แต่ยกเลิกไปหลังมีเสียงคัดค้าน ในเยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร แรงงานมักได้รับความยืดหยุ่นจากนายจ้างในช่วงการแข่งขัน ส่วนสกอตแลนด์ประกาศวันหยุดธนาคารในวันจันทร์หลังนัดเปิดสนามของทีมชาติล่วงหน้า โดยคาดว่าประชาชนจำนวนมากจะใช้เวลาในวันแข่งฉลองการกลับมาเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998

พฤติกรรมของแรงงานยังได้รับผลจากความต่างของเขตเวลา เจมส์ ลูอิส (James Lewis) อายุ 37 ปี ทำงานด้านบริการลูกค้าในสหราชอาณาจักร วางแผนรับชมการแข่งขันทุกนัดเท่าที่ทำได้ เนื่องจากความต่างของเวลา หลายนัดจะแข่งในช่วงกลางคืน เขาจึงตัดสินใจลาหยุดงานในช่วง 2 สัปดาห์แรกของการแข่งขัน เพื่อรับชมในเวลากลางคืนแล้วนอนพักในเวลากลางวัน เจมส์ ลูอิสยังลาหยุดในวันนัดชิงชนะเลิศไว้ด้วย เผื่อกรณีที่ทีมชาติอังกฤษเข้าถึงรอบดังกล่าว

ประเทศเจ้าภาพอย่างสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา อาจมีอัตราการขาดงานสูงขึ้น สื่อ Business Insider ระบุว่าชาวอเมริกันจำนวนมากขาดงานในวันถัดจากการแข่งขัน Super Bowl เป็นประจำ และแคนาดากับเม็กซิโกก็มีการหยุดชะงักของงานในช่วงการแข่งขันฮอกกีและฟุตบอลรายการสำคัญ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากบริษัท Deel ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มงานบุคคลและบัญชีเงินเดือน ที่พบว่าชาวเยอรมันใช้เวลาลาป่วยมากขึ้นในช่วงที่เยอรมนีเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (UEFA European Championship) ในฤดูร้อนปี 2024 เมื่อเทียบกับปี 2025 และอัตราการลาป่วยสูงสุดในวันถัดจากวันที่การแข่งขันสิ้นสุด รูปแบบนี้ไม่เกิดขึ้นในประเทศที่ไม่ได้เป็นเจ้าภาพ ลอเรน โทมัส (Lauren Thomas) นักเศรษฐศาสตร์ประจำบริษัท Deel ระบุว่าแนวโน้มนี้อาจไม่ได้มาจากการลาป่วยที่ไม่เป็นจริงเท่านั้น แต่อาจมาจากการเจ็บป่วยจริง เนื่องจากผู้เดินทางเข้ามาในเยอรมนีนำเชื้อโรคใหม่เข้ามาด้วย และการรวมตัวของคนจำนวนมากในสนามและพื้นที่สาธารณะทำให้เกิดการแพร่ของโรค

พนักงานบางส่วนหาวิธีเลี่ยงงานในรูปแบบอื่น บริษัท Heineken เปิดแคมเปญที่เรียกว่า fan volunteers ซึ่งสนับสนุนให้พนักงานใช้สิทธิลาเพื่อทำงานอาสา (volunteer time off: VTO) ที่นายจ้างมีให้ ในช่วงเวลาที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก ผ่านช่องทางของ Heineken พนักงานสามารถลงทะเบียนกิจกรรมอาสาในเวลาทำงานปกติ ซึ่งบริษัทระบุว่าอาจเปิดโอกาสให้รับชมการแข่งขันร่วมกันไปพร้อมกับการทำกิจกรรมเพื่อสังคม กีเยร์เม เด มาร์ชี เรตซ์ (Guilherme de Marchi Retz) รองประธานฝ่ายการตลาดของ Heineken ระบุว่าพนักงานส่วนใหญ่ยังไม่ทราบเรื่องสิทธิ VTO และควรสอบถามนายจ้างว่ามีสิทธิดังกล่าวหรือไม่

งานวิจัยชี้แรงงานลดชั่วโมงทำงานในช่วงฟุตบอลโลกจริง

การที่แรงงานปรับเวลาทำงานในช่วงฟุตบอลโลกเป็นพฤติกรรมที่มีการศึกษาไว้ก่อนหน้านี้ งานวิจัยของสถาบันเพื่อการศึกษาด้านแรงงาน (Institute for the Study of Labor: IZA) โดยเฟอร์นันโด โลซาโน (Fernando A. Lozano) จากวิทยาลัยโพโมนา (Pomona College) เผยแพร่ในเดือนมิถุนายน 2009 ใช้ฟุตบอลโลกเป็นการทดลองตามธรรมชาติเพื่อศึกษาความยืดหยุ่นของชั่วโมงการทำงานของแรงงานในสหรัฐอเมริกา

งานวิจัยใช้ข้อมูลการสำรวจประชากรปัจจุบัน (Current Population Survey: CPS) ในช่วงปี 1994 ถึง 2007 ครอบคลุมฟุตบอลโลก 4 ครั้ง ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 1994 ฝรั่งเศส 1998 เกาหลี-ญี่ปุ่น 2002 และเยอรมนี 2006 วิธีการศึกษาอาศัยข้อเท็จจริงที่ว่าประเทศเจ้าภาพแต่ละครั้งกำหนดเวลาที่การแข่งขันถูกถ่ายทอดสดในเขตเวลาต่าง ๆ ของสหรัฐอเมริกา เวลาถ่ายทอดสดในแต่ละเขตเวลาจึงกำหนดว่าการแข่งขันจะตรงกับเวลาทำงานปกติของแรงงานหรือไม่ ตัวอย่างเช่น ฟุตบอลโลกที่ฝรั่งเศสในปี 1998 ส่วนใหญ่แข่งเวลา 21.00 น. ตามเวลายุโรปกลาง ซึ่งตรงกับเวลา 16.00 น. บนชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา ขณะที่ฟุตบอลโลกที่เกาหลี-ญี่ปุ่นในปี 2002 หลายนัดแข่งเวลา 20.30 น. ตามเวลาเอเชียตะวันออก ซึ่งตรงกับเวลา 7.30 น. บนชายฝั่งตะวันออก

งานวิจัยเปรียบเทียบชั่วโมงทำงานสัปดาห์ล่าสุดของแรงงานกับชั่วโมงทำงานตามปกติ แล้วแปลงส่วนต่างเป็นหน่วยนาที ผลการศึกษาพบว่าหลังจากควบคุมคุณลักษณะด้านประชากร รวมถึงปัจจัยคงที่ของปีและเดือนแล้ว แรงงานในสหรัฐอเมริกาลดชั่วโมงทำงานต่อสัปดาห์ในช่วงฟุตบอลโลกเฉลี่ยราว 9 นาที ตัวเลขนี้เทียบเท่ากับแรงงาน 1 ใน 10 รับชมการแข่งขัน 1 นัดต่อสัปดาห์ โดยเวลารับชมการแข่งขัน 1 นัดคิดเป็น 90 นาทีบวกเวลาพักครึ่ง 15 นาที

ผลกระทบส่วนใหญ่กระจุกอยู่ที่พนักงานเงินเดือน กลุ่มนี้ลดชั่วโมงทำงานลงเฉลี่ยราว 28 นาทีต่อสัปดาห์ ซึ่งเทียบเท่ากับพนักงานเงินเดือน 1 ใน 3 รับชมการแข่งขัน 1 นัดต่อสัปดาห์ ในทางกลับกัน เมื่อจำกัดกลุ่มตัวอย่างเป็นลูกจ้างรายชั่วโมง งานวิจัยไม่พบการเปลี่ยนแปลงชั่วโมงทำงานที่มีนัยสำคัญทางสถิติในช่วงฟุตบอลโลก งานวิจัยอธิบายว่าความแตกต่างนี้มาจากต้นทุนค่าเสียโอกาสในระยะสั้น สำหรับพนักงานเงินเดือน ต้นทุนของการทำงานน้อยลง 1 ชั่วโมงในระยะสั้นมีค่าใกล้ 0 ขณะที่สำหรับลูกจ้างรายชั่วโมง ต้นทุนดังกล่าวคือค่าจ้างรายชั่วโมงที่เสียไป เมื่อพนักงานเงินเดือนมักเป็นงานที่ใช้ทักษะเชิงความรู้ และลูกจ้างรายชั่วโมงมักเป็นงานที่ใช้แรงงาน ผลนี้จึงชี้ความแตกต่างในตลาดแรงงานของสหรัฐอเมริกาที่มาจากวิธีการจ่ายค่าตอบแทน

งานวิจัยยังพบว่าการลดชั่วโมงทำงานเกิดขึ้นเมื่อการแข่งขันถ่ายทอดสดในช่วงที่ตรงกับเวลาทำงาน แรงงานไม่ลดชั่วโมงทำงานเมื่อการแข่งขันถ่ายทอดในช่วงเวลา 0.00 น. ถึง 6.00 น. แต่ลดชั่วโมงทำงานเมื่อการแข่งขันอยู่ในช่วง 6.00 น. ถึงเที่ยง และช่วงเที่ยงถึง 18.00 น. เมื่อพิจารณากลุ่มย่อยของพนักงานเงินเดือน งานวิจัยพบว่าแรงงานชายลดชั่วโมงทำงานมากกว่าแรงงานหญิง ผู้อพยพลดมากกว่าแรงงานที่เกิดในประเทศ แรงงานเชื้อสายฮิสแปนิกลดมากกว่ากลุ่มอื่น ผู้จบการศึกษาระดับปริญญาลดชั่วโมงทำงานมากกว่า 30 นาที ซึ่งมากกว่าแรงงานที่มีการศึกษาน้อยกว่า แรงงานโสดหรือหย่าร้างลดมากกว่าแรงงานที่แต่งงานแล้ว และแรงงานอายุน้อยลดมากกว่าแรงงานอายุมาก งานวิจัยยังพบว่าแรงงานที่มีรายได้ต่ำลดชั่วโมงทำงานในช่วงฟุตบอลโลกมากกว่าแรงงานที่มีรายได้สูง

เพื่อทดสอบว่าผลการศึกษาไม่ได้มาจากปัจจัยอื่น งานวิจัยตรวจสอบชั่วโมงทำงานในเดือนก่อนและหลังฟุตบอลโลก และไม่พบการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ว่าการลดชั่วโมงทำงานในช่วงฟุตบอลโลกไม่ได้ถูกชดเชยด้วยการทำงานเพิ่มในช่วงก่อนหรือหลัง งานวิจัยยังทำการทดสอบด้วยการสุ่มเลือกเดือนและปีที่ไม่ใช่ช่วงฟุตบอลโลกซ้ำหลายร้อยครั้ง และพบว่าค่าประมาณจากการสุ่มมีค่าเฉลี่ยใกล้ 0 ผลนี้สนับสนุนว่าการเปลี่ยนแปลงชั่วโมงทำงานที่พบเกี่ยวข้องกับช่วงฟุตบอลโลกจริง งานวิจัยระบุด้วยว่าผลที่วัดได้น่าจะเป็นค่าต่ำสุด เนื่องจากแรงงานบางส่วนอาจมาทำงานตามปกติแต่หยุดพักเพื่อติดตามการแข่งขันในระหว่างวัน โดยไม่ได้รายงานชั่วโมงทำงานที่ต่างออกไปในข้อมูล

สหภาพแรงงานและนายจ้างกับแนวทางรับมือ

ในสหราชอาณาจักร สภาสหภาพแรงงาน (TUC) ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2026 ก่อนการแข่งขันรอบน็อกเอาต์ระหว่างทีมชาติอังกฤษกับเม็กซิโก ซึ่งจะแข่งเวลา 1.00 น. (ตามเวลาในสหราชอาณาจักร) เรียกร้องให้นายจ้างอนุญาตให้พนักงานทำงานยืดหยุ่นเท่าที่ทำได้ เพื่อให้พนักงานสามารถอยู่ดึกเพื่อรับชมการแข่งขัน แนวทางที่เสนอรวมถึงการให้ทำงานจากที่บ้าน การเข้างานสายลง หรือการให้ชดเชยเวลาที่เสียไปในช่วงอื่นของสัปดาห์ TUC ยังระบุว่าผับที่เปิดถึงช่วงเช้ามืดเพื่อรองรับแฟนบอลควรจ่ายค่าล่วงเวลาอย่างเป็นธรรมแก่พนักงานในภาคบริการ

พอล โนวัก (Paul Nowak) เลขาธิการ TUC ระบุว่ากระแสฟุตบอลโลกได้รับความสนใจในสหราชอาณาจักร โดยมีแรงงานหลายล้านคนติดตามเชียร์ทีมชาติ เวลาแข่งขันของนัดที่พบเม็กซิโกไม่เอื้อต่อแฟนบอล จึงขอให้นายจ้างเปิดทางให้ทำงานยืดหยุ่นเท่าที่ทำได้ เช่น การให้เริ่มงานสายลงในวันจันทร์หรือการสลับเวลาทำงาน พอล โนวักยังระบุว่าความยืดหยุ่นในการทำงานไม่ควรจำกัดเฉพาะช่วงฟุตบอลโลก การเปิดโอกาสให้แรงงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้นทำให้แรงงานพึงพอใจมากขึ้น ลดการขาดงาน และเพิ่มผลิตภาพ TUC ระบุว่าองค์กรเป็นตัวแทนของแรงงาน 5.3 ล้านคนจากสหภาพสมาชิก 47 แห่ง

สำหรับนายจ้างในสหรัฐอเมริกา ประเด็นการเดินทางเป็นเรื่องที่ถูกหยิบยกมาก มาริสซา มาสโตรอันนี (Marissa Mastroianni) ทนายความด้านการจ้างงานจากสำนักงาน Cole Schotz ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ระบุว่าลูกความจำนวนมากให้ความสำคัญกับปัญหาการเดินทาง เมืองในสหรัฐอเมริกา 11 เมืองเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ร่วมกับ 3 เมืองในเม็กซิโกและ 2 เมืองในแคนาดา ในพื้นที่เหล่านั้นการเดินทางในวันแข่งขันมีแนวโน้มติดขัด มาสโตรอันนีเสนอว่าการให้พนักงานทำงานจากที่บ้านในวันดังกล่าวเป็นทางเลือกที่ดี เพราะทางเลือกอื่นคือพนักงานมาสายหรือกลับก่อนเวลาเนื่องจากการจราจร สำหรับบริษัทที่ไม่สามารถให้ทำงานจากที่บ้านได้ เธอเสนอให้จัดอาหารในสถานที่ทำงานหรือจัดรถรับส่งสำหรับพนักงานที่ต้องเดินทางระหว่างสถานที่ในระหว่างวัน

มาสโตรอันนียังระบุว่าหากพนักงานลาป่วยในลักษณะที่น่าสงสัย บริษัทมีข้อจำกัดในการตรวจสอบว่าเป็นการป่วยจริงหรือไม่ กฎหมายในหลายรัฐกำหนดเงื่อนไขว่าบริษัทจะขอใบรับรองแพทย์ได้เมื่อใด ตัวอย่างเช่นในรัฐนิวเจอร์ซีย์ พนักงานต้องลาติดต่อกันตั้งแต่ 3 วันขึ้นไปก่อนที่บริษัทจะขอใบรับรองแพทย์ได้ ส่วนในรัฐนิวยอร์กต้องลามากกว่า 3 วัน ข้อกำหนดเหล่านี้ทำให้นายจ้างมีข้อจำกัดในการจัดการกับการลางานในช่วงการแข่งขัน

นอกจากมุมของผลกระทบ นายจ้างบางส่วนมองการแข่งขันเป็นโอกาส ลินด์เซย์ เบาส์แมน (Lindsay Bousman) รองประธานฝ่ายวัฒนธรรมองค์กรและการพัฒนาบุคลากรของบริษัท Dayforce ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ด้านทรัพยากรบุคคล ระบุว่านายจ้างสามารถใช้ฟุตบอลโลกเป็นโอกาสสร้างความสัมพันธ์ในทีม และมูลค่าของการนำพนักงานมารวมตัวเพื่อรับชมการแข่งขันมีผลยาวกว่าเวลาราว 2 ชั่วโมงที่ใช้ไปในวันนั้น

ในด้านการเตรียมการ วิตทัลจาก UKG ระบุว่าผู้จัดการควรวางแผนรับมือกับการขาดงานและการหยุดชะงักตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยสามารถเริ่มสอบถามพนักงานเรื่องการสลับกะ กระตุ้นให้พนักงานยื่นขอลาล่วงหน้า และให้สิทธิประโยชน์แก่พนักงานที่อาสาทำงานในวันที่มีผู้ขอลาจำนวนมาก สื่อ Business Insider ระบุว่าฟุตบอลโลกครอบคลุมทีมจาก 48 ประเทศ และ FIFA ประเมินว่าจะมีผู้เกี่ยวข้องหรือรับชมราว 6 พันล้านคน การจัดการกับการขาดงานและการหยุดชะงักในที่ทำงานจึงเป็นสิ่งที่ผู้บริหารต้องดำเนินการในช่วงการแข่งขัน


ที่มา:
Employers should show "common sense" and let football fans work flexibly on Monday, TUC says (TUC, 3 July 2026) 
World Cup Fans Are Planning to Skip Work to Watch Soccer Matches (Emily Stewart, Business Insider, 25 May 2026) 
The Flexibility of the Workweek in the United States: Evidence from the FIFA World Cup (Fernando A. Lozano, IZA, June 2009) 
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง