ชูเวช เดชดิษฐรักษ์ : ภาพที่ไปไกลกว่าแค่ภาพของ ‘ไข่แมว’

บทสนทนาขนาดสั้นระหว่างประชาไทกับ ‘ชูเวช เดชดิษฐรักษ์’ หรือ ชูเวช แห่งวงสามัญชน ในประเทศที่ทุกอย่างถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเครื่องมือต่อต้านอำนาจเผด็จการได้หมด ทั้งเบอร์เกอร์ ผัดไท เป็ดยางสีเหลือง แฮร์รี่ พอตเตอร์ หรือกระทั่งนิ้วมือทั้ง 3 นิ้วของเรา ท่ามกลางความตื่นตัวทางการเมืองในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาอาวุธของคนหนุ่มสาวและผู้คนที่ใฝ่ฝันอยากเห็นประชาธิปไตยเบ่งบานในประเทศนี้น่าสนใจและเพิ่มความตลกร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนปีที่ตกอยู่ภายใต้การรัฐประหาร 2557 ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 

หลังการรัฐประหาร 2557 เกิดบทเพลงที่ไปไกลกว่าแค่เพลงของวงสามัญชน และการ์ตูนที่ไปไกลกว่าแค่ภาพล้อเลียนของไข่แมว ประชาไทจึงชวน ชูเวช วงสามัญชน มาพูดคุยกันถึงเครื่องมือที่เขาเลือกใช้ และความคิดความเชื่อในใจเขา พร้อมมองเลยไปถึงอีกหนึ่งคนธรรมดาอย่างไข่แมว

ทำไมวงสามัญชนถึงเลือกใช้เพลงเป็นเครื่องมือในการส่งเสียงแห่งการต่อต้านของตัวเอง

ชูเวช : เราเชื่อว่าเพลงสามารถผลิตซ้ำได้ในหลายโอกาส และเราสนใจในอิทธิพลการเปลี่ยน mindset ทางการเมืองของคนอย่างมาก ถ้ารัฐมีเครื่องมือชิ้นนี้ (เพลง) เราเองก็ต้องมีเหมือนกัน

คุณมองเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างในวงการเพลง หลังการรัฐประหาร 2557

ชูเวช : วงการเพลงเปลี่ยนไปเยอะ หลายวงก็ออกมา Call Out มากขึ้น การวิจารณ์รัฐบาลจำได้ว่าตอนรัฐประหารใหม่ๆ ถึงขั้นที่ศิลปินบางค่ายถูกเรียกเข้าไปคุย ค่ายสั่งห้ามพูดถึงการเมือง แต่ปัจจุบันก็โพสต์กันเป็นปกติ “เมื่อไหร่ลุงจะไป”

ส่วนยิ่งอะไรที่กระทบกระเทียบไปถึงศักดินา ถึงคำว่าฟ้า อะไรที่ไกลไปกว่ารัฐบาลก็มีมากขึ้น

คิดไหมว่า สักวันบทเพลงที่พาดพิงการเมืองของวงสามัญจะทำให้พวกคุณมีประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอย่างวงไฟเย็น

ชูเวช : เพื่อนเราที่เสียสละกว่าเรา ตรงไปตรงมามากกว่าเรา ยังมีอีกเยอะ เรานับถือคนแบบนั้น ขณะที่เรายังไม่กล้าหาญเท่าเขา เราก็ทำได้เท่านี้ มันไม่ใช่ความกลัวแต่เป็นความละอายเสียมากกว่าที่เราทำได้เท่านี้

คุณคิดว่าผลงานของศิลปินตัวเล็กๆ อย่าง 'วงสามัญชน' หรือ 'ไข่แมว' ที่พยายามลุกขึ้นมาสู้กับเผด็จการจะช่วยขับเคลื่อนสังคมในตอนนี้ได้มากน้อยแค่ไหน

ชูเวช : ภายใต้ความขัดแย้งทางการเมืองถ้าเราไม่อยากให้มันไปสู่ความรุนแรง สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำคือการเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้แสดงออก ขณะที่รัฐพยายามปิดพื้นที่ เราก็ต้องขยายพื้นที่เหล่านั้น พื้นที่ของการถกเถียง พื้นที่ของการแสดงออก

เพลงแน่นอนถ้าคุณเปิดที่บ้านคุณก็ได้ปลดปล่อย ได้แสดงออก ภาพที่ไข่แมววาดทุกภาพ มันนำไปสู่ข้อถกเถียงเต็มไปหมดเลย มีคนถามว่านี่คืออะไร มันเกิดอะไรขึ้น เกิดการตั้งคำถาม เกิดบทสนทนาที่ไปไกลกว่าแค่ภาพ เป็นการขยายพื้นที่การแลกเปลี่ยนพูดคุย ซึ่งย่อมทำให้สังคมไทยก้าวข้ามความขัดแย้งและความรุนแรงได้

อย่างที่สองเราจะได้ข้อเสนอใหม่ๆ ทางการเมืองหรือทางออกได้อย่างไร ถ้าหากเราไม่พูดคุยกัน เครื่องมือทางวัฒนธรรมและทางศิลปะทั้งหลายจะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการแลกเปลี่ยนพูดคุย หาข้อเสนอใหม่ๆ ในสังคม

 

หลังอ่านสัมภาษณ์แล้วหากผู้อ่านสนใจผลงานของ "ไข่แมว" ตอนนี้ทางประชาไท มีหนังสือรวมผลงานในชื่อ "ไข่แมวX" ที่เป็นเสมือนบันทึกประวัติศาสตร์ เหตุการณ์การเมืองและสังคมไทย ขายราคาพิเศษเฉพาะงานสัปดาห์หนังสือฯ 500 บาทเท่านั้น จากราคาปก 550 บาท

พบกัน 26 มี.ค. - 6 เม.ย. 2565 เวลา 10.00 - 21.00 น. ณ สถานีกลางบางซื่อ กรุงเทพฯ

------

ไข่แมวX วางขายบูธไหนบ้าง?

A14 - มูลนิธิคณะก้าวหน้า

A16 - สำนักพิมพ์มติชน

A25 - Chidahp Books | ชี้ดาบ บุ๊กส์

A26 - บทจร A36 - ไก่3

A42 - ANIMAG (สำนักพิมพ์อนิแม็ก)

B07 - ฟ้าเดียวกัน

D20 - Bookscape

D32 - SALT

D39 - SALMON.

 

หรือสั่งทางออนไลน์ได้ที่: shop.prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์