แพทย์ขอนแก่นชี้ 'ทิวากร' ไม่มีอาการทางจิต หลังถูกบังคับรักษานาน 14 วัน แถมให้ฉีดและกินยา

แพทย์ รพ.จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ สรุปผลการตรวจวินิจฉัย 'ทิวากร วิถีตน' ผู้รณรงค์ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ไม่มีอาการทางจิต ทั้งที่เมื่อปี 63 เขาถูกบังคับรักษานาน 14 วัน แถมให้ฉีดและกินยา

ทิวากร วิถีตน

12 พ.ค.2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทิวากร วิถีตน อายุ 46 ปี ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวานนี้ (11 พ.ค. 2565 ) ได้เดินทางไปรับเวชระเบียนประวัติการรักษาจาก รพ.จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ หลังจากที่ได้ติดต่อทำเรื่องขอประวัติการรักษา จากทาง รพ.เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2565 สรุปผลการตรวจวินิจฉัยไม่มีอาการทางจิต

ทิวากร อดีตคนเสื้อแดง นักกิจกรรมการเมืองที่รณรงค์ให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ โดยการใส่เสื้อมีข้อความว่า “เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว” สงสัยว่าในขณะที่ถูกจับกุมตัวเมื่อวันที่ 9 ก.ค.2563 เขาถูกบังคับฉีดยาที่บริเวณต้นแขนทั้งสองข้างในระหว่างการจับกุมตัว และให้กินยาในระหว่างการถูกกักตัวที่โรงพยาบาลนั้น ทางโรงพยาบาลได้ให้ใช้ยาอะไรกับเขา และยาที่ทาง รพ.ได้ฉีดและให้เขากิน จะมีผลกระทบต่อเนื่องต่ออาการป่วยของเขาหรือไม่ โดยเขา ระบุด้วยว่า หลังได้รับการปล่อยตัวจาก รพ.ได้พบว่าร่างการมีอาการผิดปกติมาโดยตลอด คือมีอาการปวดที่บริเวณหัวใจเป็นระยะ หัวใจเต้นแรง หน้ามืดบ่อยๆ และมีอาการนอนไม่หลับ หากไม่ได้กินยาที่ทาง รพ.จ่ายให้มา ทั้งที่ก่อนถูกบังคับนำตัวเข้าไปที่ รพ.ไม่เคยมีอาการอย่างนี้มาก่อน

“ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าใช้เวลาในการดำเนินการภายใน 15 วัน เมื่อครบ 15 วันได้โทรไปติดตามอีกหลายครั้ง จนวันนี้ (11 พ.ค. 65) เจ้าหน้าที่จากทาง รพ. จึงได้โทรตามให้ไปรับเอกสาร “

เมื่อทิวากรไปถึง พบว่าเอกสารที่ทาง รพ. มอบให้ไม่ใช่เวชระเบียนหรือประวัติการรักษา แต่เป็นผลการรักษาการรักษาที่ระบุว่า 

“นพ.ณัฐกร จำปาทอง ได้รับตัวไว้ใน รพ. ตั้งแต่วันที่ 9-22 ก.ค. 2563 เพื่อทำการตรวจสภาพจิต สังเกตอาการ  ตรวจสอบทางจิตวิทยา สรุปผลการตรวจวินิจฉัยไม่มีอาการทางจิต”

และ “…ครั้งสุดท้ายได้รับการติดตามโดยทีมสหวิชาชีพ ในวันที่ 5 ส.ค. 2563 ไม่พบอาการทางจิต สามารถอยู่กับครอบครัวด้วยความปกติ”

เอกสารประวัติการรักษาได้รับการยินยอมจาก ทิวากร ให้เผยแพร่

โดยที่ในเอกสารไม่ได้มีประวัติการรักษา ตัวยาทั้งฉีดและกินที่ใช้กับเขาในช่วงที่ทิวากรถูกบังคับนำตัวมาที่ รพ.แต่อย่างใด แต่เมื่อทิวากรได้สอบถามเจ้าหน้าที่ของ รพ.ผู้ส่งมอบเอกสารให้เขา เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงว่าเป็นสิทธิของแพทย์ผู้ทำการรักษาฯ และหากต้องการประวัติการรักษาโดยละเอียดจริง ต้องฟ้องเอา

ทิวากรตั้งข้อสังเกตว่า เอกสารจากทาง รพ. มีข้อความที่คลาดเคลื่อนหลายจุด เช่น เขายอมรับว่าไม่ได้นับถือศาสนาใด แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือไม่ยอมรับ ความศรัทธา การประพฤติ ปฏิบัติของศาสนิกชนทุกศาสนา และที่ในเอกสารระบุว่า “…มารดาได้ขอให้รับตัวไว้ดูแลในโรงพยาบาล…” นั้น สอบถามมารดาแล้วมารดาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง

สำหรับ ทิวากร เมื่อปี 63 เขาเคยถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่เข้าทำการบังคับรักษาที่ รพ.จิตเวช ขอนแก่น เพราะสวมเสื้อสกรีนข้อความว่า 'เราหมดศรัทธา​สถาบันกษัตริย์​แล้ว'​ และโพสต์ภาพลงเฟซบุ๊กของตน ต่อมาได้รับการปล่อยตัวอันมีผลจากการกดดันจากนักศึกษา นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย และนักสิทธิมนุษยชน นับได้ว่าทิวากรเป็นบุคคลแรกๆ ที่พูดถึงสถาบันอย่างตรงไปตรงมาหลังจากที่สังคมไทยถูกรัฐประหาร คสช.กดการแสดงออกอย่างหนักมายาวนานหลายปี และเขายังอธิบายความหมายและเหตุผลของประโยคนี้ไว้ด้วยว่า ‘หมดศรัทธา’ ไม่ได้แปลว่า ‘ล้มเจ้า’ และใช้ภาพดังกล่าวเป็นภาพโปรไฟล์ โดยโพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้าไปแสดงความเห็นอย่างหลากหลายกว่า 4,000 ความเห็น มีทั้งที่ด่าทอ ไล่ให้ออกนอกประเทศ มีทั้งที่เข้าใจในเหตุผล แลกเปลี่ยนความเห็น ให้กำลังใจ หรือแสดงความเป็นห่วงว่าจะถูกดำเนินคดี-อุ้มหาย รวมทั้งผู้ที่เข้าไปข่มขู่คุกคามเจ้าของโพสต์หรือผู้ที่เข้ามาแสดงความเห็นคนอื่นๆ ฯลฯ

ต้น มี.ค.64 ทิวากร ถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ราว 20 นาย นำตัวไปที่ สภ.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ต่อมาพนักงานสอบสวนนำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดขอนแก่นฝากขัง แต่ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวด้วยเงินสด 150,000 บาท โดยที่พนักงานสอบสวน สภ.ท่าพระ แจ้งข้อกล่าวหาทิวากร 3 ข้อหาคือหมิ่นประมาทกษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญมาตรา 112 ยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และมาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560

มิ.ย.ปีที่แล้วเขา ตั้งแคมเปญรณรงค์ล่ารายชื่อคนที่ต้องการให้ทำประชามติให้เลือกว่าจะคงไว้หรือยกเลิกระบอบกษัตริย์ ผ่านเว็บไซต์ change.org เดือน ส.ค.ปีเดียวกัน เขาสวมเสื้อที่สกรีนข้อความคำว่า "เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว" ที่บริเวณหน้าอก และสกรีนข้อความคำว่า "ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์สิ แล้วเราจะหันกลับมาศรัทธา" บริเวณด้านหลังของเสื้อ ทำการเดินรณรงค์หลายจุดในจังหวัดขอนแก่น โดยเมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา อัยการลำปางสั่งฟ้องในข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) จากรณีโพสต์ล่ารายชื่อทำประชามติคงไว้หรือเลิกระบอบกษัตริย์

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์