ศาลเลื่อนนัดสืบพยาน ‘ธนพร’ ถูกกระทรวงแรงงานฟ้อง หลังช่วยแรงงานข้ามชาติตามเรื่องเยียวยาโควิด-19

ศาลแขวงพระนครเหนือเลื่อนสืบพยานโจทก์-จำเลย คดี “ธนพร” นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิแรงงาน ถูกกระทรวงแรงงานฟ้อง ข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังช่วยแรงงานข้ามชาติติดตามหาแนวทางเยียวยาโควิด-19 เมื่อ ต.ค. 2564 ทนายมองทำลายหลักการคุ้มครองแรงงาน เป็นการฟ้องปิดปาก 

 

23 มิ.ย. 2565 ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ วานนี้ (22 มิ.ย.) เวลา 9.00 น. ธนพร วิจันทร์ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน และคอรีเยาะ มานุแช ทนายความสิทธิมนุษยชน เดินทางเข้าร่วมนัดสืบพยานโจทก์-จำเลย ในคดีที่ธนพร ถูกพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดี ข้อหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในกรณีที่ธนพร ช่วยยื่นหนังสือติดตามทวงถามแนวทางในการเยียวยาแรงงานข้ามชาติในสถานการณ์โควิด-19 เมื่อ 23 ต.ค. 2564 โดยในครั้งนั้นมีแรงงานข้ามชาติกัมพูชา ถูกจับ 7 คน โดยศาลแจ้งว่าขอเลื่อนการพิจารณาคดีใหม่เป็นวันที่ 28-29 ก.ย.นี้   

ธนพร วิจันทร์ ผู้นำสหภาพแรงงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คอรีเยาะ กล่าวภายหลังจากรับฟังคำสั่งศาลในการเลื่อนพิจารณาคดีว่า วันนี้ (23 มิ.ย.) เป็นวันแรกที่ศาลนัดสืบพยานโจทก์และจำเลย แต่ก่อนหน้านี้ในวันที่ 10 มิ.ย. 65 มีเจ้าหน้าที่ศาลได้โทรหาตนเพื่อขอที่จะเลื่อนคดี ซึ่งตนก็ได้ถามเจ้าหน้าที่ศาลกลับไปว่า หากมีการเลื่อนการพิจารณาคดี เจ้าหน้าที่จะส่งหมายนัดใหม่มาให้ใช่หรือไม่ ซึ่งตนไม่ได้รับหมายดังกล่าวและได้โทรไปสอบถามที่ศาลถึง 3 ครั้งว่าคดีนี้มีการเลื่อนหรือไม่ โดยครั้งแรกที่โทรไปเจ้าหน้าที่แจ้งกับตนว่าไม่มีรายการเปลี่ยนแปลงในระบบ และเมื่อวันจันทร์และอังคารที่ผ่านมา (20-21 มิ.ย.) ตนโทรไปสอบถามอีกครั้งว่าคดีมีการเลื่อนหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ตอบกลับตนมาว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงในระบบเช่นเดิม นัดวันเดิม ตนก็เลยเดินทางไปศาลตามนัดปกติ

ทนายความกล่าวอีกว่า เมื่อตนไปถึงเมื่อเช็คแล้วระบบนัดมีตามเดิม แต่ไม่มีบัลลังก์การพิจารณาคดี ที่หน้าบัลลังก์เลยบอกให้รอเพื่อให้เจ้าหน้าที่มาคุยกับตน ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็บอกกับตนว่าได้โทรแจ้งแล้วว่าจะขอเลื่อนการพิจารณาคดี ตนเลยตอบกลับไปว่าก็ได้คุยกันแล้วว่าหากมีการเลื่อนจะมีการส่งหมายมาให้ตน แต่ตนไม่ได้หมาย ซึ่งหากไม่ได้หมายที่เป็นลายลักษณ์อักษรมาตนก็ต้องเดินทางมาที่ศาลตามนัดเดิม เพราะถ้าไม่มีหมายเป็นเอกสารหลักฐานยืนยันในระบบแล้วตนและลูกความไม่เดินทางมา ตนและลูกความก็จะเสียสิทธิ์ไป เพราะวันนี้เป็นการสืบพยานโจทก์ครั้งแรก  ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ขอโทษและให้ตนกับลูกความเซ็นรับทราบวันนัดสืบพยานใหม่คือวันที่ 28-29 ก.ย.นี้

“ตนคิดว่าเป็นระบบการทำงานที่ผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ศาล และมีเจ้าหน้าที่เพียงคนเดียวที่รับทราบข้อมูลการเลื่อนคดีในครั้งนี้ ทั้งๆ ที่ในห้องมีเจ้าหน้าที่อยู่เป็นจำนวนมาก แต่ไม่สามารถจัดการในเรื่องนี้แทนได้ จึงควรมีการแก้ไขในเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดและเป็นภาระกับประชาชนแบบนี้อีก” คอรีเยาะ ระบุ

คอรีเยาะ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนครั้งหน้าแนวทางในการต่อสู้คดีก็เหมือนเดิม ซึ่งก็จะยืนยันในสถานะของธนพร ที่เป็นผู้นำสหภาพแรงงาน และใช้กลไกการร้องเรียนที่กระทรวงแรงงานมาโดยตลอด และสาเหตุที่ไปในวันนั้นคือการใช้กลไกตามปกติ และยืนยันว่ากลไกการร้องเรียนของกระทรวงแรงงานจะต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนจะต้องไม่มีการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุที่แรงงานถูกหรือผิดกฎหมาย และมองว่าการที่กระทรวงแรงงานฟ้องผู้นำแรงงานเป็นการทำลายหลักการการคุ้มครองสิทธิของแรงงานและเป็นเรื่องของการฟ้องปิดปากที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลยด้วย

ด้านธนพร กล่าวว่า  เธอไม่ได้รับการสื่อสารเรื่องนี้คดีในระบบก็ยังอยู่เหมือนเดิม บ้านอยู่ต่างจังหวัดที่ไกลจากกรุงเทพฯ พอสมควร และกลัวสาย เพราะศาลอยู่ตรงถนนแจ้งวัฒนะ เลยขึ้นมาหาที่นอนที่กรุงเทพฯ ตั้งเมื่อวาน (21 มิ.ย.) เมื่อถามว่าทำไมถึงไม่ไปแก้ในระบบ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าลืม ตนบอกตนเดินทางมาจากต่างจังหวัด การทำงานของเจ้าหน้าที่ศาลที่ไม่รอบคอบได้ส่งผลกระทบกับตนค่อนข้างมากและไม่ได้กระทบเฉพาะตนเท่านั้นแต่มันกระทบไปถึงคนอื่นๆ ด้วย เพราะตนมีอีกคดีที่ศาลธัญบุรีสั่งฟ้องกับเพื่อนๆ อีก 8 คน ซึ่งเป็นคดีการเมือง โดยศาลนัดว่าจะมีการสั่งฟ้องในวันที่ 23 มิ.ย. 65 ที่จะถึงนี้ที่ตรงกับวันที่ตนต้องมาสืบพยานโจทก์ในคดีนี้ ตนต้องขอใบแจ้งนัดพิจารณาคดีในวันที่ 22-23 มิ.ย. 65 เพื่อนำไปให้ศาลธัญบุรี เพื่อขอเลื่อนการพิจารณาคดีเป็นวันที่ 30 มิ.ย. และคนอื่นๆ ที่โดนฟ้องในคดีก็เลยต้องเลื่อนตามตน เลยกลายเป็นคนอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องต้องได้รับผลกระทบในครั้งนี้ไปด้วย มันแย่มาก เพราะการเดินทางมาศาลในทุกครั้งเรามีต้นทุน ต้องเดินทางไกล ต้องจ่ายค่าทนาย เราต้องมีค่าใช้จ่ายทั้งนั้น ใครจะมารับผิดชอบให้ จึงอยากฝากให้เจ้าหน้าที่ศาลทำงานให้รอบคอบกว่านี้ ที่จะไม่ส่งผลกระทบกับประชาชนในแบบนี้อีก

“ทั้งนี้ ในการต่อสู้คดีในครั้งนี้เรายืนยันว่า สิ่งที่ทำไปเป็นสิ่งที่ถูกต้อง การเข้าไปยื่นหนังสือให้กับรัฐมนนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในวันนั้นตนก็ยื่นตามช่องทางปกติ ตามกลไกของกฎหมายอยู่แล้ว ไม่ได้กังวลในการต่อสู้คดีในครั้งนี้เลย เพราะเชื่อว่าทำในสิ่งที่ถูกต้องตามระบบและกลไกที่มีอยู่” ธนพร ระบุ

สำหรับที่มาที่ไปของคดีดังกล่าวนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2564  ธนพร วิจันทร์  นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิแรงงาน ตัวแทนลูกจ้างที่เป็นแรงงานข้ามชาติเครือข่ายช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานจากสหภาพคนทำงาน (Workers’Union) เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (Migrant Working Group) และเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน (Labour Network for Peoples Rights) ได้เดินทางไปยังกระทรวงแรงงาน เพื่อยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เรื่อง ติดตามการดำเนินการตามข้อเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาในกลุ่มแรงงานก่อสร้างและแรงงานข้ามชาติระหว่างการระบาดของโควิด-19 รวมทั้งเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ค่าใช้จ่ายอันเนื่องมาจากการเข้าสู่กระบวนการขึ้นทะเบียนตามนโยบายของรัฐที่ขาดความชัดเจน และแนวทางการดำเนินการให้แรงงานข้ามชาติเข้าสู่ระบบการขึ้นทะเบียนของรัฐตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2564 อย่างไรก็ตาม กระบวนการยื่นหนังสือและหารือกับผู้แทนกระทรวงแรงงานได้ยุติลงเมื่อแรงงานข้ามชาติชาวกัมพูชาที่มาร่วมยื่นหนังสือได้ถูกจับกุมตัวภายในบริเวณพื้นที่ของกระทรวงแรงงาน

ภายหลังเกิดเหตุกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจดินแดงดำเนินคดีต่อธนพร ฐาน “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยเหลือ หรือช่วยด้วยประการใดๆ..” และจากการสอบสวนพนักงานสอบสวนพบว่าไม่ฐานความผิดดังกล่าวไม่ครบองค์ประกอบความจริง จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่เฝ้าระวังสูง เว้นแต่กรณีได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ อันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดซึ่งออกตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการฉุกเฉิน 2548”
 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์