‘เพื่อไทย’ จี้รัฐเร่งออกมาตรการป้องโควิด รับจีนเปิดประเทศ-ลั่นอภิปราย ม.152 เล็งเปิดแผลทุจริต ‘ประยุทธ์’

  • ‘เพื่อไทย’ จี้รัฐเร่งคลอดมาตรการป้องกันโควิด-19 รับจีนเปิดประเทศ ต้องชัดเจน อย่าประมาท ไม่งั้นการแพร่ระบาดใหญ่อาจกลับมาหลอนไทยอีกครั้ง การอภิปรายทั่วไป ม.152 เน้นจุดบกพร่องของรัฐบาล
  • จี้รัฐบาลต้องเอาจริงปราบอาชญากรรมไซเบอร์ ลั่นกลุ่มธุรกิจสีเทาทางไซเบอร์สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจไทย ไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาทต่อปี 

28 ธ.ค. 2565 ทีมสื่อเพื่อไทย รายงานวันนี้ (28 ธ.ค.) นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงกรณีที่สาธารณรัฐประชาชนจีน เตรียมเปิดประเทศให้ประชาชนสามารถเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้ภายหลังประสบปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่าการเปิดประเทศของจีนเป็นเสมือนการผ่อนคลายให้กับประชาชนของรัฐบาลจีนจำนวนกว่า 250 ล้านคน ลงทะเบียนเพื่อเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศได้ ซึ่งประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศจุดหมายของนักท่องเที่ยวจีน ในขณะที่รัฐบาลโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นการสร้างรายได้หลักให้กับประเทศไทย แต่ต้องมาพร้อมมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ จนถึงวันนี้กลับไม่มีมาตรการใดๆ ด้านสาธารณสุขออกมาเลย รัฐบาลต้องชี้แจงกับประชาชนว่าจะมีมาตรการใดออกมาที่จะป้องกันการระบาดของไวรัสรอบใหม่อย่างไร วัคซีนมีหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดในประเทศไทยเพิ่มขึ้น กระทรวงสาธารณสุขมีการเตรียมความพร้อมอย่างไร ที่จะดูแลนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาสู่ประเทศไทย หรือมีมาตรการป้องกันอย่างไร อย่าออกมาเพียงแค่ให้ข่าวว่าอย่าตื่นตกใจ ดังนั้นต้องมีความชัดเจนไม่ควรประมาท

สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย

นายแพทย์สุรวิทย์ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศอิตาลี จากการตรวจหาเชื้อนักท่องเที่ยวติดเชื้อโควิดมากถึงครึ่งลำเครื่องบิน รายงานข่าวดังกล่าวสร้างความหวั่นวิตกไปทั่วโลก หลายประเทศออกมาตรการป้องกันอย่างเร่งด่วน หากประเทศไทยหย่อนมาตรการป้องกันโควิด หรือมาตรการไม่มีประสิทธิภาพมากพอ การระบาดของโควิดในไทยอาจจะกลับมาหลอกหลอนคนไทยอีกครั้ง ทั้งนี้ การระบาดของโควิดในประเทศไทยช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สร้างหายนะให้กับระบบเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างร้ายแรง

"พลเอกประยุทธ์ ควรต้องเร่งคลอดมาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อปกป้องชีวิตประชาชน แม้ประเทศไทยต้องการต้อนรับนักท่องเที่ยว มากแค่ไหนก็ตามแต่ จะมาหย่อนยานเรื่องระบบป้องกันไม่ได้ เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นร้ายแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ พลเอกประยุทธ์ และกระทรวงสาธารณสุข ต้องเร่งออกมาตรการหรือการจัดเตรียมความพร้อมในการรองรับการระบาดให้มากกว่านี้ ไม่เพิกเฉยเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ ทั้งๆ ที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบชีวิตของประชาชน จนถึงวันนี้พลเอกประยุทธ์ ยังคงปล่อยปละละเลย ไม่ให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันและตรวจสอบนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยและมาตรการปกป้องชีวิตประชาชน หรือพลเอกประยุทธ์ ไม่รับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่ามีความร้ายแรงแค่ไหน" นายแพทย์สุรวิทย์ กล่าว

ลั่นอภิปราย มาตรา 152 เปิดแผลทุจริตรัฐบาล “ประยุทธ์” ฟ้องประชาชน 

สมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 พรรคฝ่ายค้านจะเน้นไปที่จุดบกพร่องของรัฐบาล พรรคเพื่อไทยเตรียมข้อมูลอภิปรายพร้อมเสนอแนะว่าควรทำอย่างไร ทั้งนี้ใน 2 ครั้งที่ผ่านมาได้รับการยอมรับจากประชาชนในระดับหนึ่ง เพราะจุดบกพร่องของรัฐบาลนั้นมีมากมาย แตะไปตรงไหนก็เจอ 

สมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย

“ในการอภิปรายครั้งนี้จะมีการนำเรื่องการทุจริตของรัฐบาลมาฟ้องประชาชนให้รับรู้ถึงการทุจริตของรัฐบาล ที่อวดอ้างว่าเป็นรัฐบาลที่ไม่ทุจริตนั้นจริงหรือไม่ เพราะข่าวการทุจริตได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนมาก พลเอกประยุทธ์ ฟังคนรอบข้างมากจนลืมสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาตัวเลขอันดับความโปร่งใสของไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง เรื่องนี้พิสูจน์ได้จากผู้ประกอบการ ดั่งสำนวนที่ว่าช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิดไม่มิดแน่ๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ กลับนิ่งเฉย ต่อการตรวจสอบการทุจริตที่เกิดขึ้น พลเอกประยุทธ์ให้คนใกล้ชิดพร้อมใช้ทุกเครื่องข่าย การสื่อสารของรัฐออกมาปกป้องตัวเองว่าบริสุทธ์ ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยเตรียมขุนพลอภิปรายเรื่องทุจริตในรัฐบาลอย่างแน่นอน" สมคิด กล่าว

จี้รัฐบาลเอาจริงแก้อาชญากรรมทางเทคโนโลยี กลุ่มธุรกิจสีเทาทางไซเบอร์สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาทต่อปี

สยาม หัตถสงเคราะห์ ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย และรองประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กมธ.ดีอีเอส มองว่า พลเอกประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งใกล้ครบวาระแล้ว แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาล้มเหลวในการแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทอดทิ้งให้ประชาชนต้องตกเป็นเหยื่อจากการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีจำนวนหลายล้านคน

สยาม หัตถสงเคราะห์ ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย

สยาม ระบุต่อว่า เหตุผลหนึ่งคือรัฐบาลไม่จัดสรรงบประมาณให้กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. หรือถ้าจัดสรรก็น้อยมาก หากเทียบกับหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งชัดเจนว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ก่อความเดือดร้อนให้กับประชาชน สะท้อนไม่ได้มีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาอย่างจริงใจ

นายสยาม กล่าวด้วยว่า ในแต่ละปีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจประเทศมากกว่า 300,000 ล้านบาท ทั้งการพนันออนไลน์ การกู้เงินผ่านแอปพลิเคชัน กลุ่มคอลเซ็นเตอร์ และการฟอกเงิน นอกจากนี้ การจับเครือข่ายของ 'ตู้ห่าว' เป็นเพียงฟันเฟืองตัวเล็กๆ ในขบวนการนี้เท่านั้น แต่สามารถสร้างความหายนะให้กับระบบเศรษฐกิจไทยได้ไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท นี่แค่ตู้ห่าว เพียงคนเดียว หากยังไม่แก้ไขอย่างจริงจังไทยคงเป็นสวรรค์ของขบวนการก่ออาชญากรรม ทางเทคโนโลยีในที่สุด

"ของขวัญปีใหม่ที่พลเอกประยุทธ์ ควรจะมอบให้ประชาชนมากที่สุดคือการจัดการบรรดาธุรกิจสีเทาให้หมดสิ้นไป เพราะประชาชนเดือดร้อนมาก หลายฝ่ายมองว่าที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ ไม่กล้าดำเนินการหรือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เพราะสาเหตุอะไรหรือเกรงใจกลุ่มทุนไหนอยู่หรือไม่ เพราะพลเอกประยุทธ์ มีเครื่องมือมากมาย หากแก้ปัญหาจริงจัง การก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีลดลงอย่างแน่นอน" สยาม กล่าว

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์