รายงาน ILO แนะชั่วโมงทำงานที่ยืดหยุ่น จะเป็นผลดีต่อธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพคนทำงาน

รายงานฉบับใหม่ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) แนะชั่วโมงทำงานที่ยืดหยุ่น จะเป็นผลดีต่อธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพคนทำงาน สร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน 

15 ม.ค. 2566 การลดชั่วโมงการทำงานและการจัดเวลาทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่นที่ใช้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 จะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ องค์กรธุรกิจ และคนทำงาน วางรากฐานการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน ตามรายงานใหม่ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) 

จากรายงาน Working Time and Work-Life Balance Around the World ของ ILO ที่เผยแพร่เมื่อช่วงต้นเดือน ม.ค. 2566 ได้ศึกษาเวลาทำงานและการจัดเวลาทำงาน (เรียกอีกอย่างว่าตารางการทำงาน) และผลกระทบของทั้งประสิทธิภาพทางธุรกิจและสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานของคนทำงาน รวมถึงสถิติใหม่ๆ ที่ครอบคลุมเรื่องชั่วโมงการทำงานทั้งก่อนและระหว่างเกิดวิกฤตโควิด-19

รายงานฉบับนี้เป็นครั้งแรกที่ ILO มุ่งเน้นศึกษาเรื่องสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน พบว่ามากกว่า 1 ใน 3 ของคนงานทั้งหมด ทำงานประจำมากกว่า 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ในขณะที่ 1 ใน 5 ทำงานระยะสั้น (นอกเวลา) ชั่วโมงทำงานน้อยกว่า 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่วนแรงงานนอกระบบมีแนวโน้มที่จะมีชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานเกินไป หรือไม่ก็สั้นจนเกินไป

รายงานของ ILO ได้วิเคราะห์การจัดเวลาทำงานแบบต่างๆ และผลกระทบต่อสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน ซึ่งรวมถึงการทำงานเป็นกะ งานประเภทคอลเซ็นเตอร์ และเวลาทำงานที่ถูกเร่งรัด รายงานเตือนว่าผลประโยชน์ของข้อตกลงที่ยืดหยุ่นระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง เช่น การจัดตารางเวลาที่คนทำงานสามารถให้เวลากับครอบครัวมากได้ขึ้น อาจมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ความเหลื่อมล้ำทางเพศที่มากขึ้น และความเสี่ยงต่อสุขภาพ เป็นต้น

นอกจากนี้รายงานของ ILO ยังพิจารณาถึงมาตรการรับมือวิกฤตโควิด-19 ที่รัฐบาลและภาคธุรกิจใช้ในช่วงการระบาดใหญ่ ที่ช่วยให้องค์กรต่างๆ ดำเนินการต่อไปได้ รวมทั้งคงการจ้างงานไว้ พบว่าสัดส่วนของคนทำงานที่ชั่วโมงการทำงานลดมีจำนวนเพิ่มขึ้น ซึ่งได้ช่วยหยุดยั้งการเลิกจ้างจำนวนมาก 

รายงานฉบับนี้ยังเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงระยะยาวว่า “การทำงานจากระยะไกลมีเกือบทุกที่ในโลก มันสามารถเปลี่ยนแปลงลักษณะของการจ้างงาน ซึ่งเป็นลักษณะงานที่เหมาะสำหรับอนาคตอันใกล้” รายงานระบุ

มาตรการรับมือวิกฤตโควิด-19 ยังให้หลักฐานใหม่ที่ทรงพลังว่าการให้พนักงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้นทั้งวิธีการ สถานที่ และเวลาในการทำงาน นั้นส่งผลดีต่อทั้งคนทำงานและธุรกิจ เช่น การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน ในทางกลับกัน การไม่ยอมปรับตัวเพื่อสร้างความยืดหยุ่น ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายจำนวนมาก รวมทั้ง "การลาออก-รับสมัครงานใหม่" ขององค์กรที่เพิ่มขึ้น

“มีหลักฐานจำนวนมาก ชี้ว่าว่านโยบายความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานให้ประโยชน์อย่างมากแก่องค์กรต่างๆ นโยบายดังกล่าวให้ผล 'win-win' สำหรับทั้งนายจ้างและลูกจ้าง” รายงานระบุ

“รายงานฉบับนี้แสดงให้เห็นว่าหากเราใช้บทเรียนบางส่วนจากวิกฤตโควิด-19 และพิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงโครงสร้างชั่วโมงการทำงาน เราจะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้ทั้งสองฝ่าย ในการปรับปรุงทั้งประสิทธิภาพทางธุรกิจ รวมทั้งสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน” จอน เมสเซนเจอร์ ผู้เขียนรายงานกล่าว

ที่มา
Flexible working hours can benefit work-life balance, businesses and productivity (ILO, 6 January 2023)

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์