อดีต ผอ.รพ.รามัน ชี้กรณีย้าย 'หมอสุภัทร' จะทำให้การทำงานในโรงพยาบาลชุมชนเปลี่ยนไป

อดีตผู้อำนวยการ รพ.รามัน ชี้กรณี สธ. สั่งย้ายหมอสุภัทรพ้น รพ.จะนะ หากทำสำเร็จจะทำให้การทำงานในโรงพยาบาลชุมชนเปลี่ยนไป จากเดิมที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนทำงานโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง กลายเป็นต้องคอยเอาใจเจ้านาย ย้ำหากบอกว่าคนเก่งทำงานที่ไหนก็ได้ ควรให้ไปช่วยราชการ ไม่ใช่ย้ายขาดจากตำแหน่งเดิม

ถ่ายทอดสดบรรยากาศกิจกรรมบุคลากรทางการแพทย์ ให้กำลังใจ หมอสุภัทร (คลิปจากเพจ สื่อเถื่อน ข่าว ในคลิป หมอรอซาลี ให้ให้สัมภาษณ์ นาทีที่ 15.20-21.00)

31 ม.ค.2566 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า นพ.รอซาลี ปัตยะบุตร อดีตผู้อำนวยการ รพ.รามัน จ.ยะลา ร่วมเดินทางพร้อมเครือข่ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) 7 จังหวัด เขตสุขภาพที่ 12 เพื่อให้กำลังใจ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการ รพ.จะนะ ที่ถูกสั่งย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ รพ.สะบ้าย้อย เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2566 โดยระบุว่าวันนี้คงเห็นภาพว่าประชาสังคมต่างๆ ตื่นตัวในเรื่องของอำนาจที่ไม่เป็นธรรม ที่กระทำกับ นพ.สุภัทร และเชื่อว่ายังคงมีข่ายประชาสังคมอีกหลายภาคส่วนที่ยังไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงออกในวันนี้ แต่ในอนาคตข้างหน้า กลุ่มเหล่านี้คงได้มีโอกาสมาแสดงออกถึงจุดยืนในการที่จะปกป้องหมอดีๆ ที่ทำงานเพื่อประชาชน

นพ.รอซาลี กล่าวต่อไปว่า คำสั่งย้าย นพ.สุภัทร ในครั้งนี้ เป็นคำสั่งที่ตนไม่เคยมามาก่อนตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ตนทำงานมา ถ้าวันนี้ นพ.สุภัทร พ่ายแพ้ยอมจำนนและย้ายไป รพ.สะบ้าย้อย จากนี้ไปการทำงานในโรงพยาบาลชุมชนจะเปลี่ยนไปอย่างมาก

“แต่เดิมอำนาจของกระทรวงจะอยู่ที่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นายแพทย์ สสจ.) ที่จะเป็นคนคอยดูแลผู้อำนวยการ รพช. คนไหนทำไม่ถูกทำไม่ดี นายแพทย์ สสจ. ก็สามารถโยกย้ายตามความเหมาะสมได้ แต่ในวันนี้มีการเปลี่ยนระเบียบบางอย่างเพื่อมอบอำนาจให้กับกระทรวงโยกย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนตัวเล็กๆ คนหนึ่งได้ ต่อไปนี้การทำงานของพวกเราในชนบทคงต้องเปลี่ยนไป จากก่อนหน้านี้ที่ทำงานเพื่อที่จะรับใช้พี่น้องประชาชน เอาประชาชนเป็นศูนย์กลางในการทำงาน อย่างเช่นผม เวลาทำงานติดพันกับผู้ป่วยก็ไม่สามารถไปประชุมจังหวัดได้ ไม่สามารถไปรับผู้ตรวจ ไม่สามารถไปรับเจ้านายได้ แต่จากระเบียบนี้ ต่อไปนี้การทำงานของเราคงต้องเปลี่ยนไป เราคงต้องรอฟังว่าเมื่อไหร่ผู้ตรวจจะมา เมื่อไหร่ผู้ใหญ่ในกระทรวงจะมา แล้วก็ต้องคอยไปต้อนรับ คนที่ร้องเพลงคาราโอเกะไม่ได้ก็จะต้องไปซ้อมร้องเพลงให้เก่ง คนไหนที่ชงเหล้าชงเบียร์ไม่ได้ก็ต้องไปฝึกชง ชีวิตของเราจะเปลี่ยนไป นี่คือเป็นความเป็นห่วงของพวกเรา”นพ.รอซาลี กล่าว

นพ.รอซาลี กล่าวด้วยว่า หากเป็นเช่นนี้ ชีวิตของการทำงานในชนบทจะไม่ได้สวยงามเหมือนแต่ก่อนอย่างที่เราฝันจะไปอยู่ ตนกับพี่ๆหลายคนไปอยู่โรงพยาบาลชุมชน เพราะปลอดอำนาจรัฐ ปลอดอำนาจทางการเมือง ปลอดอำนาจการแทรกแซงใดๆ สามารถทำงานในโรงพยาบาลชุมชนอย่างอิสระเสรี อยากจะทำอะไรกับประชาชนก็สามารถทำได้มากมาย อย่างเมื่อไม่นานมานี้ นพ.สุภัทร สามารถระดมแพทย์ชนบททั้งประเทศไปช่วยบรรเทาสถานการณ์โควิด-19 ที่ กทม. ก็สามารถทำได้ นี่คือความสวยงามของการทำงานในโรงพยาบาลชุมชน แต่ถ้าไปอยู่โรงพยาบาลที่อื่น เราไม่สามารถทำงานแบบนี้ได้ ดังนั้นหากพ่ายแพ้ ยอมจำนนกับเหตุการณ์นี้ ภาพการทำงานในโรงพยาบาลชุมชนต่อไปนี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย

นพ.รอซาลี กล่าวทิ้งท้ายถึงผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุขว่า ท่านบอกว่าคนเก่งทำงานที่ไหนก็ได้ ถูกต้องว่าคนเก่งทำงานที่ไหนก็ได้ แต่คนที่เก่งที่ทุ่มเทอย่าง นพ.สุภัทร ถ้าจะให้ไปอยู่ รพ.สะบ้าย้อย ตนคิดว่า นพ.สุภัทร ก็เต็มใจที่จะไป แต่คนเก่งอย่างนี้ควรช่วยในฐานะช่วยราชการ ส่วนตำแหน่งยังควรอยู่ที่ รพ.จะนะ 

“ไปช่วยราชการได้ ผมก็เคยเป็น ผมอยู่ รพ.รามัน ก็เคยไปช่วยราชการที่อื่น แต่ถ้าต้องออกจากตำแหน่งที่หนึ่งแล้วไปทำงานอีกที่หนึ่งที่ไกลกว่า กันดาร ลำบากกว่า นั่นคือการลงโทษคนที่ทำงานดี คนที่ตั้งใจทำงาน” นพ.รอซาลี กล่าว

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net
สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท