Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กองทัพพม่ากับอิหร่านมีความร่วมมือทางการทหารกันอย่างลับๆ หลังอิหร่านได้กลายเป็นผู้จัดหาอาวุธให้กับพม่าหลังการรัฐประหารปี 2564  สหประชาชาติระบุ กองทัพพม่าได้นำเข้าอาวุธและยุทโธปกรณ์ทางการทหารอย่างน้อย 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับตั้งแต่ที่มีการรัฐประหาร 2564 ทั้งนี้ อิหร่านยังเป็นแหล่งจัดหาอาวุธให้กับรัฐบาลเผด็จการหลายแห่ง

 

2 มิ.ย. 2566 ในช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายนของปี 2565 มีเครื่องบินโบอิ้ง 747 ที่ใช้ขนส่งลำเลียงจากอิหร่านลงจอดที่กรุงเนปิดอว์และย่างกุ้ง 3 ครั้ง จากข้อมูลติดตามการบินระบุว่าเครื่องบินลำดังกล่าวนี้เป็นของสายการบินขนส่งสัญชาติอิหร่าน Qeshm Fars Air ที่ออกบินจากเมืองแมชแฮด ซึ่งเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอิหร่าน ก่อนที่จะบินกลับในวันถัดไป

สิ่งที่ Qeshm Fars Air นำมาส่งให้พม่าคือกล่องวัสดุจำนวน 21 กล่อง ที่มีโดรนและเครื่องยนต์ที่ใช้ทางการทหาร การมาส่งของของเครื่องบินลำนี้ ทำให้มีการประเมินว่าอาจจะเป็นการที่อิหร่านส่งอาวุธที่ทรงอานุภาพมากขึ้นให้กับพม่า หนึ่งในนั้นมีจรวดนำวิถีอยู่ด้วย

โฆษณา - Advertising

Qeshm Fars Air ถูกคว่ำบาตรโดยสหรัฐฯ หลังถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวแทนของกองทัพอิหร่านในการขนส่งอาวุธให้กับกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในสงครามซีเรีย แหล่งข่าวที่เป็นคนแปรพักตร์จากกองทัพอากาศพม่าและแหล่งข่าวอื่นๆ เปิดเผยต่อสื่อว่าอิหร่านยังทำการส่งอาวุธมาที่พม่าด้วย

ตัวแทนจากอิหร่านได้เดินทางเยือนพม่าเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2565 หนึ่งในนั้นเป็นคนที่มาจากกองทัพปฏิวัติอิหร่าน (กองทัพของรัฐบาล) อยู่ด้วย คือ โกลัมเรซา กาเซมี อดีต ผบ.กองทัพอิหร่าน และนักบินผู้ที่เคยถูกจับกุมในอาร์เจนตินาเมื่อปีที่แล้ว หลังจากที่เครื่องบินโบอิ้ง 747 ของเขาถูกสั่งให้ลงจอดเพราะต้องสงสัยเรื่องการค้าอาวุธ ปัจจุบันกาเซมีดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกกรรมการบอร์ดของ Qeshm Fars Air ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเขาเป็นคนขับเครื่องบินขนส่งอาวุธให้พม่าด้วยหรือไม่

อย่างไรก็ตาม อิระวดีระบุว่าเป็นเรื่องที่เชื่อถือได้ที่จะสรุปว่าพม่ากับอิหร่านมีความร่วมมือทางการทหารกันอย่างลับๆ หลังจากที่พม่าทำการรัฐประหารปี 2564 โดยที่ก่อนหน้านั้นพม่ากับอิหร่านมีความสัมพันธ์กันแบบห่างๆ

มีอดีตเจ้าหน้าที่ทหารอากาศของพม่าหลายนายที่แปรพักตร์ไปเป็นฝ่ายต่อต้านกองทัพพม่าให้ข้อมูลในเรื่องนี้ต่อสื่อว่า กองทัพพม่าที่เรียกตัวเองว่าสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ได้รับซื้อชิ้นส่วนอะไหล่จากอิหร่านเพื่อนำมาซ่อมแซมปรับปรุงโดรนของกองทัพพม่าเอง อีกทั้งอดีตทหารอากาศที่แปรพักตร์ยังยืนยันว่ากองทัพพม่าได้ซื้อเครื่องยนต์โดรน MD550 และขีปนาวุธนำวิ5uจากอิหร่านด้วย

โฆษณา - Advertising

เครื่องยนต์โดรน MD550 นั้นผลิตโดยบริษัท Mado หรือ Oje Parvaz Mado Nafar ของอิหร่าน ซึ่งอยู่ในรายชื่อคว่ำบาตรของสหรัฐฯ มาตั้งแต่ ต.ค. 2564 อดีตทหารอากาศพม่าบอกว่ากองทัพพม่านำเครื่องยนต์ของ Mado มาเป็นอะไหล่ทดแทนเครื่องยนต์เดิมของพวกเขาที่ใช้การไม่ได้แล้ว โดยมีการเปลี่ยนเครื่องยนต์โดรนที่ว่านี้ที่ฐานทัพอากาศเมะทีลาในตอนกลางของพม่า

นอกจากพม่าแล้ว อิหร่านยังเคยทำการจัดส่งอาวุธโดรนจำนวนหลายพันชุดให้กับรัสเซียนับตั้งแต่ที่มีการรุกรานยูเครนเมื่อปี 2565 เป็น "โดรนสละชีพ" ราคาถูกที่มีชื่อว่า Shahed-136 ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับยูเครนเป็นอย่างมาก

มีการตั้งข้อสังเกตอีกว่าอิหร่านกับรัสเซียมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากขึ้นหลังจากสงครามยูเครน จากที่รัสเซียต้องการโดรนและขีปนาวุธจากอิหร่าน ในขณะที่อิหร่านต้องการการค้าและการลงทุนจากรัสเซีย

เรื่องนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับความสัมพันธ์ระหว่างพม่ากับรัสเซียด้วย จากที่พวกเขามีการยกระดับความสัมพันธ์มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนับตั้งแต่ที่มีการรัฐประหาร โดยที่กองทัพพม่าคอยซื้ออาวุธต่างๆ จากรัสเซียไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินรบ, เฮลิคอปเตอร์ และยุทโธปกรณ์ทางการทหารอื่นๆ จากรายงานของสหประชาชาติเมื่อไม่นานนี้ระบุว่า กองทัพพม่าได้นำเข้าอาวุธและยุทโธปกรณ์ทางการทหารอย่างน้อย 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับตั้งแต่ที่มีการรัฐประหาร 2564 โดยที่ส่วนใหญ่แล้วมาจากรัสเซียและจีน

โฆษณา - Advertising

กองทัพพม่าทำการกระจายแหล่งนำเข้าชิ้นส่วนยุทโธปกรณ์ด้านการทหารของตัวเองเช่นเดียวกับที่รัสเซียทำในปฏิบัติการรุกรานยูเครน

อิหร่านเป็นแหล่งจัดหาอาวุธให้กับรัฐบาลเผด็จการหลายแห่ง รวมถึงการจัดหาอาวุธให้กับกลุ่มที่เป็นพวกเดียวกับอิหร่านในสงครามซีเรียและสงครามเยเมนด้วย ส่วนกองทัพพม่าก็มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นอย่างลับๆ กับเกาหลีเหนือมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว และดูเหมือนว่าจะมีการพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์กันด้วยหลังการรัฐประหาร

อดีตทหารอากาศพม่าที่แปรพักตร์กล่าวว่า ในช่วงระหว่างปี 2559-2560 กองทัพพม่าได้ส่งวิศวกรกองทัพไปที่อิหร่านเพื่อเรียนรู้เรื่องการบูรณะเครื่องบินซ้อมรบเก่า อิหร่านเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งที่มีความสามารถในการซ่อมแซมและดัดแปลงเทคโนโลยีทางการทหารที่พวกเขาได้มาอย่างผิดกฎหมาย

หลังจากที่กองทัพพม่าตกเป็นเป้าหมายการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกเนื่องจากการรัฐประหารและการปราบปรามผู้ชุมนุมด้วยความรุนแรง พวกเขาก็หันไปพัฒนาความสัมพันธ์กับ รัสเซีย, จีน, อินเดีย, เบลารุส, อิหร่าน และประเทศอื่นๆ รวมถึงใช้เทคโนโยลีทางการทหารจากประเทศเหล่านี้ในการยกระดับปฏิบัติการทางอากาศและทางบกในการสู้รบกับกองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลและกองกำลังชาติพันธุ์

โฆษณา - Advertising

มีการตั้งข้อสังเกตอีกว่า เมื่อเดือนตุลาคม 2565 ผู้นำกองทัพพม่าอย่าง มินอ่องหล่าย ได้ต้อนรับเอกอัครราชทูตคนใหม่ของเบลารุสมามายังพม่า ทั้งสองฝ่ายต่างก็หารือกันเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือในภาคส่วนกลาโหม และประเด็นอื่นๆ

กลุ่มประเทศที่เป็นแหล่งค้าอาวุธให้กองทัพพม่า เช่น อิหร่าน เบราลุส และรัสเซีย เคยถูกเรียกว่าเป็น "อักษะแห่งความชั่วร้าย" โดยรัฐบาล จอร์จ ดับเบิลยู บุช มาก่อน เป็นที่น่าจับตามองว่า รัฐบาลโจ ไบเดน จะทำอะไรเพื่อเป็นการลงโทษกลุ่มประเทศ "อักษะแห่งความชั่วร้าย" เหล่านี้หรือไม่

 

 

โฆษณา - Advertising

เรียบเรียงจาก

Myanmar Junta Turns to Iran for Missiles and Drones, The Irrawaddy, 26-05-2023

https://www.irrawaddy.com/news/the-world-myanmar/myanmar-junta-turns-to-iran-for-missiles-and-drones.html

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising