Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'ต่อศักดิ์' ผบ.ตร. เผยเหตุกราดยิง 'พารากอน' มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นนักท่องเที่ยวจีน อายุ 34 ปี และชาวเมียนมา อายุ 31 ปี บาดเจ็บ 5 ราย เตรียมชง 'มหาดไทย' ขึ้นปืน 'แบลงก์กัน' ซึ่งภายหลังถูกดัดแปลงใช้เป็นอาวุธก่อเหตุ เป็นสิ่งผิด กม.

 

4 ต.ค. 2566 สื่อบีบีซีไทย รายงานวันนี้ (4 ต.ค.) สืบเนื่องจากเหตุกราดยิงในศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวานนี้ (3 ต.ค.) เมื่อเวลา 21.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 2 คน โดยเป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุจำนวน 1 ราย ที่ชั้น G และชาวเมียนมา ซึ่งทำงานภายในศูนย์การค้าสยามพารากอน เสียชีวิตที่โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากกระสุนถูกจุดสำคัญหลายจุด 

สื่อหลายสำนักรายงานว่า ผู้เสียชีวิต 2 ราย ประกอบด้วย 1. จ้าว จินหนาน อายุ 34 ปี นักท่องเที่ยวชาวจีน และ 2. โมมยิ้ด (Moe Myint) อายุ 31 ปี ชาวเมียนมา ประกอบอาชีพเป็นลูกจ้างภายในร้านค้าแห่งหนึ่งในสยามพารากอน โดยช่วงเกิดเหตุ เธอกำลังนำเงินไปฝากธนาคารแห่งหนึ่งภายในห้างฯ เมื่อฝากเงินเสร็จได้แวะเข้าห้องน้ำในห้างฯ และถูกยิงระหว่างเดินออกมา

โฆษณา - Advertising

ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บมีจำนวน 5 ราย โดยแบ่งเป็น 1 รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจ 3 รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และ 1 รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตืยน โดยผู้บาดเจ็บ 3 รายเป็นคนไทย (ทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย) ชาวจีน 1 ราย และชาวลาว 1 ราย

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ผู้บาดเจ็บ 3 คน ที่ส่งมาที่ รพ.จุฬาฯ ยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล โดย 2 คน ยังคงอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤต และอีก 1 คนสามารถนำตัวมาพักฟื้นในห้องผู้ป่วยทั่วไปได้แล้ว

อาวุธใช้ก่อเหตุ

ต่อศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ "เจาะลึกทั่วไทย" วันนี้ (4 ต.ค.) ระบุว่า ผู้ก่อเหตุมีลักษณะหูแว่ว เพราะขณะเกิดเหตุ ตัวของผู้ก่อเหตุได้ยินเสียงคนบอกให้เขายิงคนนู้นคนนี้ และขณะควบคุมตัวสอบสวน ผู้ก่อเหตุอายุ 14 ปี ก็ได้ยินเสียงคนคุยกับเขาอยู่ และไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ จึงมีการชะลอการสอบสวนออกไปก่อน ประกอบกับ การสอบสวนผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน ต้องมีสหวิชาชีพ และบุคคลอื่นๆ เช่น จิตแพทย์ เข้าร่วมด้วย

โฆษณา - Advertising

ต่อศักดิ์ ระบุต่อว่า สิ่งที่น่าเสียดายคือ ผู้ปกครองไม่ทราบว่าลูกมีการสะสมกระสุนปืน หรืออาวุธปืนเลย จึงอาจจะต้องให้ผู้ปกครองช่วยกันเฝ้าสังเกตพฤติกรรมบุตรให้ละเอียด

ขั้นตอนหลังจากนี้ ต่อศักดิ์ ระบุว่า จะมีการสอบสวนของเพื่อนที่เล่นเกมกับผู้ก่อเหตุรายดังกล่าว เพื่อดูว่าปกติผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมอย่างไร เพื่อนำมาสู่การป้องกันเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าว แต่เท่าที่ประเมินนั้น ต่อศักดิ์ ระบุว่า ผู้ก่อเหตุมีลักษณะเข้าข่าย "Active shooter" เต็มรูปแบบ คือเจอใครผ่านไปผ่านมาก็ยิง

ต่อศักดิ์ ระบุต่อว่า อาวุธที่ผู้ก่อเหตุให้เป็นปืน "Blank Gun" (แบลงก์กัน) ที่ใช้ตอนปล่อยตัวนักกีฬา เวลาใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ และมักพบในการก่อเหตุทะเลาะวิวาทและใช้ปืนยิงกันของนักศึกษา 

ต่อศักดิ์ ระบุว่า ตอนนี้มีการประสานงานกับทางกระทรวงมหาดไทยแล้วว่าต้องให้ปืนแบลงก์กันผิดกฎหมาย หรือถือว่าเป็นอาวุธ ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ซื้อไม่ผิดกฎหมาย แต่นำเข้าประเทศต้องแจ้ง เวลาตำรวจตรวจยึดปืนประเภทนี้ก็ไม่สามารถเอาผิดได้ เนื่องจากไม่ใช่อาวุธผิดกฎหมาย และมีการนำเข้ามาเยอะมากช่วงที่ผ่านมา 

โฆษณา - Advertising

ต่อศักดิ์ ระบุต่อว่ามีคดีที่ก่อเหตุจากปืนแบลงก์กันเกิดขึ้นเยอะมาก สำหรับความอันตรายของแบลงก์กันนั้นหากยิงแนบกับศีรษะก็อันตรายถึงแก่ชีวิตได้ แต่ปืนที่ผู้ก่อเหตุใช้นั้นมีการดัดแปลงแมกกาซีน ซึ่งสามารถศึกษาได้จากโลกออนไลน์ เมื่อดัดแปลงแล้วก็สามารถยิงกระสุนจริงได้ 

สำหรับการป้องกันการเข้าถึงสื่อออนไลน์นั้น ผบ.ตร. ระบุว่า ทำได้ยากมาก เนื่องจากเว็บไซต์เหล่านี้มาจากต่างประเทศ และประเทศไทยไม่ได้ใช้ระบบซิงเกิลเกตเวย์ หรือระบบกึ่งซิงเกิลเกตเวย์ จึงไม่สามารถคัดกรองเนื้อหาบนโลกออนไลน์ หรือป้องกันภัยความมั่นคงหรือความปลอดภัยประชาชนได้ เพราะว่าติดเรื่องสิทธิมนุษยชน ดังนั้น การแก้ไขต้องหารือพูดคุยกันกับรัฐบาล

ต่อศักดิ์ หวังว่า การศึกษาเคสนี้จะนำมาสู่การป้องกันและการเฝ้าระวังการเกิดเหตุกราดยิงในอนาคต เนื่องจากในต่างประเทศผู้ก่อเหตุมักถูกวิสามัญในที่เกิดเหตุทั้งสิ้น

สตช. เตรียมยกระดับการป้องกันเหตุกราดยิง

ในวันเดียวกัน เมื่อเวลา 18.27 น. เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช. รายงานวันนี้ ระบุว่า พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกตำรวจ เปิดเผยว่า เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์  กำหนดมาตรการในการป้องกันเหตุกราดยิง หลังเกิดเหตุคนร้ายกราดยิงที่ห้างพารากอนเมื่อวานนี้ (3 ต.ค.)

โฆษณา - Advertising

ผบ.ตร.ได้ขานรับนโยบายจากนายกรัฐมนตรี และสั่งการทันที กำชับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ในมาตรการป้องกันการก่อเหตุในทุกพื้นที่ โดยให้ดำเนินการฯ ดังนี้

1. ให้ทุกหน่วยระดมกวาดล้างความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน สิ่งเทียมอาวุธปืน อาวุธสงคราม และเครื่องกระสุนอย่างจริงจัง เด็ดขาด และต่อเนื่อง โดยให้รายงานผลการปฏิบัติทุกๆ 15 วัน ในกรณีที่มีการจับกุมให้สืบสวนขยายผล ดำเนินการผู้เกี่ยวข้อง

2. ประสานความร่วมมือ บูรณาการกับกระทรวงมหาดไทย กรมศุลกากร และหน่วยที่เกี่ยวข้อง ในการตรวจสอบและควบคุมการนำเข้า จำหน่าย รวมทั้งการออกใบอนุญาตอาวุธปืน ที่ยังพบว่ามีสถิติการถือครองอาวุธปืนและใบอนุญาตโดยง่าย โดยเฉพาะประเด็นแบลงก์กัน (Blank Gun) ซึ่งสามารถนำเข้าได้ พบสถิตินำเข้ากว่าหมื่นกระบอก จะได้ร่วมกับกรมศุลกากรชะลอ หรืองดการนำเข้า เพื่อไม่ให้คนร้าย หรือกลุ่มมิจฉาชีพนำมาดัดแปลงเป็นอาวุธปืนผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ หากพบว่ากฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง เกี่ยวกับอาวุธปืนที่ยังล้าสมัย ไม่ทันต่อสถานการณ์ ให้ร่วมกันพิจารณาปรับปรุง แก้ไข เพื่อควบคุมการใช้อาวุธปืนในการกระทำผิดทุกรูปแบบ ให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

โฆษณา - Advertising

3. ให้ฝ่ายสืบสวนทุกหน่วยทั่วประเทศ จัดทำและตรวจสอบข้อมูลการจำหน่ายอาวุธปืนในพื้นที่ และให้ บช.สอท. เป็นหน่วยรับผิดชอบในการตัดวงจรการจำหน่ายและการสืบสวนขยายผล การนำซื้อขายอาวุธออนไลน์ การนำแบลงค์กัน (Blank Gun) ไปดัดแปลงเป็นอาวุธ โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ เพื่อตัดองค์ประกอบในการกระทำความผิด

4. จัดชุดวิทยากรฯ ต่อยอดการฝึกอบรมการสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจ ฝึกปฏิบัติในการรับมือกับสถานการณ์ฯ ในพื้นที่โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาลและพื้นที่ต่างๆ (Soft Target)

5. ขอความร่วมมือผู้ปกครองช่วยสอดส่องดูแลพฤติกรรมเด็ก เยาวชน บุตรหลาน เกี่ยวกับการใช้อาวุธปืนหรือความรุนแรงต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบ หรือเหตุความรุนแรงต่าง ๆ ในสังคม 

งดแชร์ งดเผยแพร่ภาพ คลิป หรือข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุ

โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า ผบ.ตร. ได้ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว มีความห่วงใยต่อสถานการณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะอยู่นี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรี ทุกประเด็น ทุกมิติ ทั้งนี้ ตำรวจขอความร่วมมือในการงดแชร์ งดเผยแพร่ภาพ คลิป หรือข้อมูลในกรณีดังกล่าว เพื่อป้องกันพฤติกรรมลอกเลียนแบบ อีกทั้งกระทบต่อจิตใจครอบครัวผู้สูญเสีย และสังคมวงกว้าง 

พร้อมขอประชาสัมพันธ์ คลิปการรับมือเหตุกราดยิง หนี-ซ่อน-สู้ 3 กลยุทธ์สากล การเอาชีวิตรอดจากกรณีมือปืนกราดยิง ที่ได้จัดทำขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ มีพื้นฐานแนวทางในการเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์ สามารถลดจำนวนทั้งผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising