มท.เตรียมเปลี่ยนชื่อ 'กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น' เป็น 'กรมท้องถิ่น'

มท.เตรียมเปลี่ยนชื่อ 'กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น' เป็น 'กรมท้องถิ่น' - แจ้ง อปท. ให้สถานศึกษาในสังกัดบรรจุ 'ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง' เป็นวิชาหลัก ตั้งแต่ภาคเรียน 1/2567 รุกปลูกจิตสำนึกเทิดทูนสถาบันหลัก ตามนโยบาย 'อนุทิน'

เว็บไซต์กองสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย รายงานเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2566 ว่าที่ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างระบบราชการของกระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ 1/2566 โดยมี สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร ขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ศิริเนตร กล้าหาญ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) อรวรรณ คงธนขันติธร ที่ปรึกษาระบบราชการ สำนักงาน ก.พ. ผู้แทนจากกระทรวงการคลัง ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมฯ

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างระบบราชการของกระทรวงมหาดไทยครั้งนี้ มีเรื่องสำคัญที่ที่ประชุมฯ ได้ลงมติเห็นชอบ จำนวน 2 เรื่อง เรื่องแรก การแบ่งส่วนราชการภายในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ จำนวน 3 หน่วยงาน ได้แก่ กองการเลือกตั้งท้องถิ่น กองสาธารณสุขท้องถิ่น และกองสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น และเรื่องที่ 2 คือ การเปลี่ยนชื่อ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็น “กรมท้องถิ่น”

“การประชุมคณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างระบบราชการของกระทรวงมหาดไทย ในครั้งนี้ จะมีขั้นตอนในกระบวนการขั้นต่อไป คือการนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ที่มีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน ซึ่งแนวทางดังกล่าวของกระทรวงมหาดไทยนี้ จะต้องผ่านคณะกรรมการในชุดนี้เห็นชอบ เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ก่อนเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป” นายอนุทินฯ กล่าว

ด้าน ขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า แนวทางการตั้งหน่วยงานใหม่ทั้ง 3 หน่วยงาน ได้แก่ กองการเลือกตั้งท้องถิ่น กองสาธารณสุขท้องถิ่น และกองสิ่งแวดล้อมท้องถิ่นนี้ เป็นภารกิจที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีภารกิจเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ในสมัยที่สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรงมหาดไทย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้มีจัดให้มีภารกิจงานในด้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ภารกิจด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภารกิจด้านสาธารณสุข ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งตนเห็นว่ามีความจำเป็นเพราะในสถานการณ์ปัจจุบัน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีภารกิจที่เพิ่มมากขึ้นทั้งในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ที่มีการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง มีการจัดทำคาร์บอนเครดิต ซึ่งได้การรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ในส่วนของภารกิจในด้านสาธารณสุข จะต้องมีการรองรับภารกิจสำหรับการถ่ายโอน ภารกิจของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ทั้งประเทศ 9,787 แห่ง สุดท้ายภารกิจด้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มอบหมายให้ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นภารกิจที่เพิ่มมากขึ้น ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยว ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

แจ้ง อปท. ให้สถานศึกษาในสังกัดบรรจุ 'ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง' เป็นวิชาหลัก ตั้งแต่ภาคเรียน 1/2567

มติชนออนไลน์ รายงานเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2566 ว่าไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทยและโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย มีนโยบายให้หน่วยหน่วยงานภายใต้การกำกับร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศให้เป็นผู้ที่มีความรักเทิดทูนในสถาบันหลักและภูมิใจในประวัติศาสตร์ของชาติ ควบคู่ไปกับการพัฒนายกระดับการศึกษาและทักษะแรงงาน นำไปสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง 4 กระทรวง และ 1 องค์การมหาชน ได้แก่กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้เริ่มนำข้อตกลงตาม MOU มาขับเคลื่อนให้เกิดการปฏิบัติ โดยแปลงไปสู่นโยบายรื้อฟื้นวิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและจริยธรรมศึกษา สำหรับสถาบันการศึกษาในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมกับมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัดทั่วประเทศ แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการให้สถานศึกษาในสังกัดจัดการเรียนการสอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยนำวิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและจริยธรรมศึกษาเป็นวิชาหลักในการเรียน ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 เป็นต้นไป

พร้อมกันนี้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษาจัดกิจกรรม หรือ โครงการที่มุ่งเน้นในเรื่องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ การตระหนักในหน้าที่พลเมือง การยกย่องบุคคลที่ทำความดีมีคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งการเรียนและกิจกรรมต่างๆ นอกจากจะนำไปสู่ความรักและภูมิในสถาบันหลัก เกิดความเป็นหนึ่งเดียวกัน และสามารถลดความขัดแย้งของเยาวชน และไม่ถูกถูกผู้อื่นนำพาไปกระทำในสิ่งไม่ดีหรือผิดกฎหมาย

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net
ข่าวรอบวัน
สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท