กองทัพสหรัฐฯ โจมตีทางอากาศ โต้กลับฝ่ายอิหร่าน ที่อยู่ในอิรัก-ซีเรีย พร้อมกันสองประเทศ

กองทัพสหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อกองทัพอิหร่านและกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านหนุนหลัง เป้าหมายอยู่ในพื้นที่อิรัก-ซีเรีย เพื่อโต้กลับการใช้โดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดนจนมีทหารบาดเจ็บและเสียชีวิต มีการตั้งข้อสังเกตว่ากองกำลังฝ่ายเดียวกับอิหร่านก่อเหตุโจมตีมากขึ้นหลังจากที่ฮามาสก่อเหตุโจมตีอิสราเอลเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และถือเป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ ทำการโจมตีทางอากาศต่อทั้งสองประเทศพร้อมกัน

 

13 ก.พ. 2567 ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ มีปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใส่พื้นที่ซีเรียและอิรัก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ มีรายงานว่าสหรัฐฯ สามารถสร้างความเสียหายให้เป้าหมายที่โจมตีได้ 84 เป้าหมายจากทั้งหมด 85 เป้าหมาย โดยไม่ได้ระบุว่าสามารถสร้างเสียหายต่อเป้าหมายฝ่ายเดียวกับอิหร่านได้มากน้อยแค่ไหน

เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐฯ อ้างอิงข้อมูลจากการประเมินความเสียหายเบื้องต้นในสนามรบระบุว่า เป้าหมายทั้งหมดรวม 85 เป้าหมาย ที่พวกเขาทำการโจมตีต่างก็ "ถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายจนใช้การไม่ได้" เว้นแต่เพียงเป้าหมายเดียว

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ยังไม่มีข้อมูลบ่งชี้ว่ามีสมาชิกของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพอย่างเป็นทางการของอิหร่านถูกสังหารจากปฏิบัติการดังกล่าว

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน กล่าวให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า ปฏิบัติการโจมตีพื้นที่ประเทศอิรักและซีเรียที่เกิดขึ้นนั้น ทำไปเพื่อป้องปรามและสกัดกั้นปฏิบัติการของกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ ซึ่งกลุ่มติดอาวุธเหล่านี้เป็นกลุ่มติดอาวุธที่มีกองทัพอิหร่านคอยหนุนหลัง

การโจมตีของสหรัฐฯ นับเป็นการโต้ตอบกรณีที่กลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุนใช้โดรนโจมตีฐานของสหรัฐฯ ในพื้นที่ของจอร์แดน จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารของสหรัฐฯ เสียชีวิต 3 นาย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ซึ่งเป้าหมายที่สหรัฐฯ ทำการโจมตีในอิรักและซีเรียนั้นเป็นเป้าหมายฐานปฏิบัติการและอาวุธของกองทัพอิหร่านและของกองกำลังติดอาวุธที่อิหร่านหนุนหลัง

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ ทำการโจมตีทางอากาศต่อทั้งสองประเทศพร้อมๆ กัน ในอิรัก สหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายที่ อัลคาอิม และ อคาชัต ใกล้กับชายแดนซีเรีย และในซีเรีย สหรัฐฯ ได้โจมตีในพื้นที่ใกล้กับ อัลบารุม, ดีแอร์ เอซ ซอร์ และ อัลมายาดิน สถานที่ๆ อยู่ในบัญชีรายชื่อเป้าหมายได้แก่ ศูนย์บัญชาการ, ศูนย์ควบคุม, ศูนย์การข่าวกรอง, จรวด, ขีปนาวุธ, สถานที่จัดเก็บโดรน และสถานที่อื่นๆ

ในวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา พลโท ดักลาส ซิมส์ เสนาธิการทหารกล่าวให้ข่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า พวกเขาเลือกเป้าหมาย "โดยอาศัยความคิดที่ว่า มันเป็นไปได้ที่จะมีการสูญเสียเกี่ยวข้องกับผู้คนที่อยู่ภายในสถานทำการนั้นๆ"

รัฐบาลไบเดนเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าพวกเขารอนานเกินไปถึงค่อยตอบโต้กรณีการโจมตีด้วยโดรนในจอร์แดน ทำให้กลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการหนุนหลังจากอิหร่านซึ่งอยู่ในอิรักและซีเรียมีเวลาในการเคลื่อนย้ายกำลังพลของตนเอง ซิมส์กล่าวว่าสาเหตุที่พวกเขารอถึงวันที่ 2 ก.พ. เพื่อปฏิบัติการโจมตีนั้นเพราะสภาพอากาศก่อนหน้านี้ไม่เอื้อต่อปฏิบัติการ

ไบเดนและรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ลอยด์ ออสติน กล่าวว่าการโจมตีที่นับเป็นปฏิบัติการที่ใหญ่กว่าปฏิบัติการใดๆ ก่อนหน้านี้ในอิรักและซีเรียนั้น นับเป็นแค่จุดเริ่มต้นของการโต้ตอบจากสหรัฐฯ เท่านั้น

เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ กล่าวให้สัมภาษณ์ต่อรายการของซีเอ็นเอ็นเมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า ปฏิบัติการของสหรัฐฯ ที่ทำไปเพื่อโต้ตอบการที่ทหารสหรัฐฯ 3 นายถูกสังหารนั้น เป็นปฏิบัติการที่ยังไม่จบสิ้น และเรียกการโจมตีของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมาว่าเป็น "การเริ่มต้นของการโต้ตอบของพวกเรา และจะมีการดำเนินการขั้นตอนถัดไปหลังจากนี้"

นับตั้งแต่สหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตี ก็มีการโจมตีโต้ตอบกลับจากอีกฝ่ายเกิดขึ้นที่ฐานสนับสนุนขีปนาวุธยูเฟรติสของกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า "บ่อน้ำมันโคโนโค" โดยมีการใช้ขีปนาวุธ 2 ลูกยิงใส่ฐานแต่ก็ไม่มีใครบาดเจ็บหรือเกิดความเสียหายใดๆ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา กองกำลังสัมพันธมิตรกับสหรัฐฯ เปิดเผยว่าพวกเขาสามารถป้องกันการโจมตีบ่อน้ำมันโคโนโคเอาไว้ได้ หลังจากที่มีโดรน 6 ลำพยายามโจมตี

มีการตั้งข้อสังเกตว่ากองกำลังสัมพันธ์มิตรและกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (SDF) ที่นำโดยชาวเคิร์ด เผชิญกับการโจมตีจากกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการหนุนหลังจากอิหร่านทั้งในซีเรียและในอิรักมากขึ้นนับตั้งแต่ที่กลุ่มฮามาสก่อเหตุโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566 เป็นต้นมา โดยที่กลุ่มกองกำลังสัมพันธมิตรและ SDF เคยร่วมมือกันสู้รบต่อต้านกลุ่มไอซิสมาก่อนในช่วงสงครามซีเรีย ทาง SDF เรียกร้องให้สหรัฐฯ ส่งความช่วยเหลือให้พวกเขามากขึ้น หลังจากที่พวกเขาก็เผชิญกับการสูญเสียเพราะถูกโดรนโจมตีเช่นเดียวกันกับกองทัพสหรัฐฯ

 

 

เรียบเรียงจาก

US destroyed or damaged 84 of 85 targets in Iraq and Syria, officials say; no indications of Iranian casualties, CNN, 04-02-2024

https://edition.cnn.com/2024/02/04/politics/us-damage-assessment-syria-iraq/index.html

U.S.-led coalition blocks attacks at Conoco oil field in Syria, source says, 11-02-2024

https://www.reuters.com/world/us-led-coalition-blocks-attacks-conoco-oil-field-syria-source-2024-02-10/

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net
ข่าวรอบวัน
สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท