เกิดกระแสสงสัยเรื่องมาตรการอารักขาบุคคลสำคัญในสหรัฐฯ หลังเกิดเหตุ 'โดนัลด์ ทรัมป์' ผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกยิงระหว่างหาเสียงในรัฐเพนซิลเวเนีย

อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ 'โดนัลด์ ทรัมป์' ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ หลังมีผู้ยิงปืนมาทางเขาในวันเสาร์ (13 ก.ค.) ขณะปราศรัยที่เมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย
14 ก.ค. 2567 สำนักข่าวต่างไทยอ้างสื่อต่างประเทศรายงานว่าเกิดกระแสสงสัยเรื่องมาตรการอารักขาบุคคลสำคัญในสหรัฐฯ หลังเกิดเหตุโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกยิงระหว่างหาเสียงในรัฐเพนซิลเวเนีย
แม้ในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับเหตุที่เกิดขึ้น แต่บรรษัทกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งอังกฤษ หรือบีบีซี (BBC) อ้างการสัมภาษณ์บุคคลหนึ่งที่อ้างว่า พยายามติดต่อตำรวจและหน่วยอารักขา แต่ติดต่อไม่ได้ เพราะต้องการแจ้งว่าเห็นมือปืนซุ่มยิงคนหนึ่งกำลังปีนหลังคา ที่อยู่นอกรัศมีการรักษาความปลอดภัยของสถานที่จัดการปราศรัยหาเสียงที่เมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ทรัมป์เป็นอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ จึงได้รับความคุ้มครองจากหน่วยอารักขาตลอดชีวิต หน่วยอารักขาเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลความปลอดภัยของเขาตลอดการตระเวนหาเสียง โดยมีตำรวจท้องถิ่นช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยของสถานที่ และมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นในกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ เช่น สำนักงานความปลอดภัยการคมนาคมให้ความช่วยเหลือเป็นครั้งคราว การรักษาความปลอดภัยในการหาเสียงไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากมีคนเข้าร่วมงานจำนวนมากในพื้นที่เปิด และกินเวลาหลายชั่วโมง
การปราศรัยหาเสียงเมื่อวันเสาร์ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจหาระเบิดและอันตรายต่าง ๆ ในสถานที่จัดงาน กั้นรั้วจำกัดรัศมีการรักษาความปลอดภัย ใช้เครื่องตรวจโลหะ กระเป๋า และตบตามลำตัวของผู้เข้างาน จากนั้นทรัมป์ได้มาถึงงานด้วยขบวนรถหุ้มเกราะ หน่วยอารักขาแถลงว่า มือปืนซึ่งอยู่นอกรัศมีการรักษาความปลอดภัยถูกยิงเสียชีวิต หลังจากมือปืนทำให้มีผู้เข้างานเสียชีวิต 1 คน ได้รับบาดเจ็บ 2 คน สำนักสอบสวนกลางหรือเอฟบีไอ (FBI) ของสหรัฐได้เข้ามารับหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการสอบสวนแล้ว โดยถือเป็นคดีพยายามลอบสังหาร ซีเอ็นเอ็น (CNN) อ้างแหล่งข่าวว่า เอฟบีไอระบุตัวคนร้ายว่า เป็นชายชาวเพนซิลเวเนียวัย 20 ปี
ขณะเดียวกันตำรวจในนครนิวยอร์กได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอาคารทรัมป์ ทาวเวอร์ในคืนวันเดียวกัน โดยมีกำลังตำรวจในเครื่องแบบพร้อมสุนัขตำรวจลาดตระเวนอยู่หน้าทางเข้าหลักของอาคารที่อยู่บนถนนฟิฟธ์ อเวนิวในย่านแมตฮัตตัน
'ทรัมป์' โพสต์แล้วหลังถูกลอบยิง

ทีมหาเสียงของทรัมป์ใช้แพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) โพสต์คลิปภาพทรัมป์กำลังเดินลงจากเครื่องบินที่ลงจอดที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ ในเช้าวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่ทรัมป์ใช้ทรูธโซเชียล (Truth Social) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มของเขา โพสต์ข้อความว่า ขอขอบคุณหน่วยอารักขาและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายทุกคนที่ตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อเหตุยิงที่เพิ่งเกิดขึ้นที่เมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เข้าร่วมงานปราศรัยหาเสียงที่ถูกยิงเสียชีวิต และครอบครัวของผู้ร่วมงานอีกคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดการกระทำเช่นนี้ขึ้นในสหรัฐ
ทรัมป์ วัย 78 ปี ระบุในโพสต์ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบเกี่ยวกับคนร้ายที่เสียชีวิตไปแล้ว ตัวเขาเองถูกกระสุนยิงเข้าที่ด้านบนของหูข้างขวา เขารู้ทันทีว่าเกิดเรื่อง เมื่อได้ยินเสียงพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว เสียงปืนดัง ตามด้วยความรู้สึกถึงลูกกระสุนถูกผิวหนังและมีเลือดไหลจำนวนมาก
'ไบเดน' ประณามเหตุยิง 'ทรัมป์'
ไบเดนอยู่ระหว่างพักผ่อนที่บ้านพักในรัฐเดลาแวร์ โดยอยู่ที่โบสถ์ในช่วงที่เกิดเหตุกับทรัมป์ เขาเปิดแถลงข่าวที่สถานีตำรวจท้องถิ่นว่า ได้รับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และจะโทรศัพท์สนทนากับทรัมป์ เขายินดีที่ทราบข่าวว่า ทรัมป์ปลอดภัย ขอพระเจ้าคุ้มครองนายทรัมป์และครอบครัวรวมทั้งประชาชนทุกคนที่อยู่งานปราศรัยหาเสียง ไบเดนกล่าวด้วยว่า สหรัฐไม่ยอมให้เกิดเหตุรุนแรงเช่นนี้ ทุกคนจะต้องร่วมใจกัน ไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้น และต้องประณามเหตุที่เกิดขึ้น
ผู้นำโลกให้กำลังใจ
ผู้นำหลายประเทศ เช่น นายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะของญี่ปุ่น, นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีของอินเดีย, นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซีของออสเตรเลีย, ประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวาของบราซิล, ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อของไต้หวัน, นายกรัฐมนตรีวิกตอร์ ออร์บานของฮังการี, ประธานาธิบดีเฟอร์ดินันด์ มาร์กอส จูเนียร์ของฟิลิปปินส์ และนายกรัฐมนตรีคริสโตเฟอร์ ลักซอนของนิวซีแลนด์ ได้โพสต์ประณามการใช้ความรุนแรงและการทำร้ายประชาธิปไตย พร้อมกับอวยพรให้ทรัมป์หายในเร็ววัน และแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวผู้เข้าร่วมงานที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ
นอกจากนี้ยังมีผู้นำภาคธุรกิจ เช่น เจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้งแอมะซอน, ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอของแอปเปิลอิงก์ และสัตยา นาเดลลา ประธานและซีอีโอไมโครซอฟท์ ที่โพสต์ขอให้ทรัมป์หายในเร็ววัน และประณามการใช้ความรุนแรง
