'ราษฎรเชียงราย' ยื่นหนังสือ 'เศรษฐา' ระหว่างลงพื้นที่เชียงราย สะกิดรัฐบาลแก้ไขปัญหาสิทธิประกันตัว และคดีการเมือง ตามที่กล่าวไว้ตอนหาเสียง เชื่อสามารถทำพร้อมๆ กับเรื่องเศรษฐกิจได้
16 ก.ค. 2567 เว็บไซต์เชียงใหม่นิวส์ รายงานเมื่อ 14 ก.ค. 2567 ที่ถนนคนเดินเชียงราย บนถนนธนาลัย เทศบาลนครเชียงราย ระหว่างเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่พบปะประชาชน และกำลังเดินถึงบริเวณสวนตุง และโคมนครเชียงราย บนถนนคนเดิน สราวุทธิ์ กุลมธุรพจน์ หรือ 'เอ เซียนแว่น' ตัวแทนจากกลุ่ม 'ราษฎรเชียงราย' อายุ 40 ปี ได้เดินทางมามอบหนังสือกับมือเศรษฐา ต้องการให้รัฐบาลเร่งผลักดันการนิรโทษกรรมให้กับนักโทษทางการเมืองที่ยังถูกคุมขังอยู่ เพราะเห็นว่าหากสามารถผลักดันในส่วนใดได้ก็ควรจะดำเนินการก่อน เพราะเชื่อว่าสามารถทำได้ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ พร้อมกันนี้ เอ เซียนแว่น ได้ยกกรณีของทนายอานนท์ นำภา ซึ่งถูกคุมขังจากคดีมาตรา 112 ทั้งนี้ เศรษฐาได้รับหนังสือ ก่อนที่สราวุทธิ์ และสมาชิกแยกย้ายกลับ
ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ สราวุทธิ์ ถึงที่มาที่ไปของการยื่นหนังสือครั้งนี้ โดยเขาระบุว่าต้องการเตือนความทรงจำพรรครัฐบาล ให้ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องคดีการเมืองโดยเร็ว ทั้งที่พรรคเพื่อไทยเคยหาเสียงเรื่องนี้ไว้ แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นมาตรการหรือท่าทีที่ชัดเจนของพรรคเพื่อไทยเลย
สราวุทธิ์ กล่าวว่า ที่อยากเรียกร้องสิทธิการประกันตัวกับรัฐบาล เพราะเขามองว่าศาลให้เหตุผลปฏิเสธการประกันตัวผู้ถูกกล่าวหาทางการเมือง ไม่ได้เป็นไปตาม ป.วิอาญา เช่น การระบุว่ากลัวกระทำผิดซ้ำ ซึ่งศาลอาจจะรู้สึกกดดันว่า ถ้าให้ประกันตัวแล้วผู้ถูกกล่าวหาไปกระทำผิดซ้ำ อาจจะทำให้ศาลรู้สึกผิด เขาเลยอยากเสนอว่า รัฐบาลควรเข้ามาช่วยเรื่องการประกันตัว อาจเป็นลักษณะการการันตี เพื่อให้ภาระของศาลเบาบางลง และก่อนหน้านี้พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเคยหาเสียงว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างที่กล่าวข้างต้น
"ผมคิดว่าสิทธิการประกันตัวเป็นเรื่องง่ายที่สุดเลยนะ… ในที่คดีที่ยังไม่ถึงที่สุด อย่างน้อยๆ รัฐบาลไปค้ำประกันให้เขาหน่อยได้ไหม หรือพูดอะไรหน่อยได้ไหม หรือมีแอ็กชันอะไรหน่อยได้ไหม ที่ทำให้เห็นว่ารัฐบาลทำแล้วนะ แต่ว่านี่มันไม่มีเลย และทำให้ผมต้องไปยื่นหนังสือว่าช่วยเหลือนักโทษการเมืองหน่อย" เอ เซียนแว่น กล่าว
สมาชิกราษฎรเชียงราย กล่าวว่า เขาก็อยากให้รัฐบาลผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีทางการเมือง โดยรวมมาตรา 112 เข้าไปด้วย แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาจะมีบางคนวิจารณ์ว่า มาตรา 112 ไม่ได้เป็นคดีความทางการเมือง แต่เป็นคดีอาญา
“ปฏิเสธไม่ได้ว่า 112 เป็นเรื่องของเหตุจูงใจทางการเมือง ไม่ได้เป็นเรื่องคดีอาญา” สมาชิกราษฎรเชียงราย กล่าวและระบุต่อว่า "90-99 เปอร์เซ็นต์มันคือเหตุจูงใจทางการเมือง และมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง และหลายๆ คดีสืบเนื่องมาจากรัฐประหารยุคประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการที่ได้กระทำอะไรบางอย่างที่มีความสอดคล้องกับทางสถาบันพระมหากษัตริย์ และพอเราพูดอะไรที่เกี่ยวกับประเด็นนี้ ทางรัฐก็ใช้มาตรา 112 เข้ามาเล่นงานคนที่พูดถึง ดังนั้น มันปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่เกี่ยวกับการเมือง"
สำหรับบรรยากาศการยื่นหนังสือ สราวุทธิ์ กล่าวว่า รู้สึกดี ดีกว่ายุครัฐบาลที่แล้วมาก ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่เขาชื่นชม เพราะว่ายุคประยุทธ์ เวลาราษฎรเชียงรายเคยยื่นหนังสือหลายครั้ง ก็จะเจอการเข้ามาของตำรวจที่ทำเหมือนพวกเขาไม่ได้เป็นประชาชน แต่เป็นอาชญากร แต่การมายื่นหนังสือครั้งนี้แตกต่างกัน เขาสามารถเดินเข้าไปหาตำรวจประจำตัวนายกฯ เพื่อขอแจ้งความประสงค์ในการยื่นหนังสือ และก็ไม่ได้มีการคุกคามจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ
สมาชิกราษฎรเชียงราย กล่าวทิ้งท้ายย้ำว่าอยากให้รัฐบาลทำตามที่สัญญาไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้ง และมองว่าการแก้ไขปัญหาคดีการเมือง สามารถทำได้พร้อมกับเรื่องเศรษฐกิจ
"อยากบอกว่าอะไรที่สัญญาไว้ก่อนเลือกตั้ง อยากให้นายกฯ ทำให้ได้ตามที่เขาพูด และทำควบคู่กับแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก็ได้ เพราะว่าอันนี้เป็นเรื่องทางสังคม ฉะนั้น รัฐบาลไม่มีข้ออ้างใดๆ เลยที่จะลืมคำพูดตัวเอง"
"ผมก็คือตัวแทนคนไทยที่ออกมาบอกเขาว่ามันมีปัญหาเรื่องการเมืองอยู่ด้วย ถ้าคุณลืมไปแล้ว ผมมาเตือน และขอให้แสดงความจริงใจ ไม่ใช่พูดไปทีขอไปที ขอให้ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้พอๆ กับเรื่องเศรษฐกิจ" สราวุทธิ์ กล่าว
